อเล็กซ์ มอร์แกน ‘Wonder Woman’ แห่งโลกลูกหนัง

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานิตยสาร Times ได้เปิดเผยชื่อ 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2019 ออกมา

ใน 100 คนนั้นมีแค่ 2 คนที่เป็นนักฟุตบอล

คนหนึ่งคือ โม ซาลาห์ ซูเปอร์สตาร์ขวัญใจของแฟนบอลทีมลิเวอร์พูลและชาวอียิปต์ แต่ในเหตุผลจริงๆที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อมาจากการเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเรื่องของการให้เกียรติสุภาพสตรี และการตอบแทนสังคมโดยเฉพาะในนากริก บ้านเกิดของเขา

ส่วนอีกคนหนึ่งคือ อเล็กซ์ มอร์แกน นักฟุตบอลหญิงที่โด่งดังมากที่สุดของยุคนี้

ไม่ผิดอะไรหากผู้คนมากมายจะตัดสินเธอจากภายนอกว่าสิ่งที่ทำให้เธอได้ก้าวมาถึงจุดนี้มาจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น และหลายคนก็ชื่นชมเธอเพราะเหตุผลนี้โดยที่อาจไม่เคยได้เห็นฝีเท้าจริงๆของเธอในสนามก็เป็นได้

แต่สำหรับคนที่เคยได้เห็นเธอเล่นจริงๆ จะรู้ว่าอเล็กซ์ มอร์แกน ไม่ได้มีวันนี้เพราะเรื่องของหน้าตา

เธอก้าวขึ้นมาเป็นมากกว่าสตาร์ของเกมฟุตบอลหญิงได้ด้วยหัวใจ

เมีย แฮม ตำนานนักเตะหญิงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกในรุ่นบุกเบิกกล่าวถึงรุ่นน้องเอาไว้ในนิตยสาร Times ว่า “เวลาที่เราได้เห็นอเล็กซ์ มอร์แกน ลงสนามเล่นในสิ่งที่เธอรัก เราจะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเธอจึงเล่นได้ในระดับที่โดดเด่นแตกต่าง เธอมีความเร็ว มีความแกร่ง และมีความกล้าหาญ”

แต่พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอชนะใจผู้คนมากมาย

สิ่งที่ทำให้ อเล็กซ์ มอร์แกน เป็นที่รักคือการที่เธอมอบความรักกลับให้แก่แฟนๆของเธอทุกคน ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

เธอชักชวนแฟนๆให้มาอยู่ในโลกเดียวกัน บนสนามหญ้าสีเขียวที่ทุกคนเชื่อมถึงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แม้กระทั่งตำนานอย่างเมีย แฮม เองก็ตาม

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเธอมีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และนั่นทำให้เธอไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์สตาร์ในเกมลูกหนัง หากแต่เป็น “Global icon” ที่เป็นต้นแบบที่ดีของยุคสมัย

และหากไม่กล่าวเกินไป เธอรับบทบาทนี้ได้ดีกว่าเดวิด เบ็คแฮม หรือคริสเตียโน โรนัลโด ด้วยซ้ำ

ในเดือนสิงหาคมปี 2017 ได้มีการเปิดตัวโครงการ Common Goal โครงการที่เชิญชวนให้นักฟุตบอลทั่วโลกบริจาคเงินรายได้ 1% ให้แก่โครงการ ที่จะนำเงินนั้นไปเพื่อช่วยเหลือองค์กรการกุศลอื่นๆที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป

ฮวน มาตา เป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังคนแรกที่ประกาศเข้าร่วมโครงการนี้ เป็นนักเตะคนแรกของทีม

หลังจากนั้นแค่หนึ่งเดือน Common Goal ก็ได้ตัวซูเปอร์สตาร์หญิงอย่างอเล็กซ์ มอร์แกน ที่ขอร่วมในงานนี้ด้วยพร้อมกับเพื่อนของเธอ เมแกน ราปิโน (เป็นนักเตะคนที่ 3 และ 4 ตามลำดับ)

“มีแนวคิดที่จะมีทีมฟุตบอลที่มีทั้งนักฟุตบอลชายและหญิงมาร่วมกันเพื่อคิกออฟในแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเหลือผู้คนและชุมชนได้มากมาย” มอร์แกนกล่าวถึง Common Goal

“ฉันอยากจะมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ทันที ฉันได้พูดคุยกับเมแกน (ราปิโน) เราอยากจะเป็นผู้เล่น 11 คนแรก และเราอยากจะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งด้วยกัน”

มากกว่าการช่วยเหลือสังคม มอร์แกน ยังเป็นนักต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชายด้วย

“เราต้องการให้ผู้คนให้เกียรติเราเหมือนที่ผู้ลายได้รับ และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเหมือนที่ผู้ชายได้รับ ดังนั้นเรารู้สึกว่านี่เป็นหน้าที่ของเราบนพื้นที่นี้ และใช้เกมฟุตบอลในการต่อสู้กับงานที่ท้าทายมากที่สุดในโลกในทุกวันนี้”

สิ่งที่อเล็กซ์ มอร์แกน ทำทำให้ตำนานรุ่นที่แล้วอย่างเมีย แฮม ซึ่งเป็นแม่ของลูกแฝดสาว 2 คนยิ้มได้

เพราะเธอรู้ว่าลูกสาวของเธอ – และเด็กสาวทั่วโลก – ได้มีต้นแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะมีได้

ในสนามเธอคือนักเตะชั้นยอดผู้กล้าหาญ และอยู่ในช่วงวัยที่กำลังจะแสดงผลงานที่ดีที่สุด

นอกสนามเธอคือนักต่อสู้ที่มีจิตใจที่ดีงาม คิดถึงคนอื่น ตอบแทนสังคม

เป็น Wonder Woman ของโลกลูกหนัง

แต่สำหรับเธอแล้ว เธอไม่ได้ต้องการจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่

แค่เป็นคนหนึ่งที่มีความฝัน อยากจะเล่นฟุตบอลไปอีกนานเท่าที่จะเล่นไหว

และถ้าความฝันของเธอจะทำให้คนอื่นๆมีฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ เธอก็ยินดี


RELATED POSTS

Story

โซลชา : ผมขอโทษแฟนแมนฯยูไนเต็ด

SPORTDesk. Team

ความพ่ายแพ้ที่กูดิสัน ปาร์ค ด้วยจำนวนสกอร์ 0-4 ที่แมนฯยูไนเต็ดต้องเผชิญหน้าและต้องยอมรับกับความเจ็บปวด

Story

World Cup Diary: เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาดใน Day 9

SPORTDesk. Team

หลังจากมีข่าวว่า รูเบน ลอฟตัน ชีค จะได้ลงเล่นแทน เดเล่ อัลลี่ จากใบโพยของสต๊าฟทีมชาติอังกฤษ ก็มีทั้งกองอวย และ กองด่า มาแสดงทัศนะกันเต็ม หนึ่งในความเห็นที่เด็ดที่สุด ต้องยกให้ รอย ฮอดจ์สัน ที่ออกมาบอกว่า ลอฟตัส ชีค ดีกว่า มิเชล บัลลัค นี่แหละ…

Thought

ฟุตบอลช่วง “เทศกาล”

ไข่มุกดำ

ถ้าจะนับวันกันจริง ๆ ฟุตบอลช่วง “เทศกาล” หรือก็คือ Christmas & New Year Festive Football Schedule เริ่มนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.เกมลิเวอร์พูล เยือนวูฟล์ฟ ได้เลย และจะไปจบเอาที่ 3 ม.ค.ปีหน้าเกม “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” ลิเวอร์พูล เยือนแมนฯซิตี้