“เมสซี่” มหัศจรรย์ธรรมดา

สิ่งที่ผมพอจะจับความรู้สึกได้ในช่วงที่ผ่านมาคือความรู้สึกว่าปีนี้รางวัลบัลลงดอร์ น่าจะกลับมาอยู่ในมือของคริสเตียโน่ โรนัลโด้อีกครั้ง

แฮตทริกในเกมกับแอตเลติโก มาดริด ที่ช่วยชีวิตยูเวนตุส จากที่ยืนขอบเหวใกล้จะตกลงไปสู่ความมืดกลับมาเป็นฝ่ายส่งทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ให้ตกลงไปในความพ่ายแพ้ที่แสนเจ็บปวด เป็นตัวช่วยเร่งปฏิกริยาความน่าตื่นเต้นในตัวของ CR7 ให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่มีอาการแผ่วไปในปีที่แล้ว

การทำแฮตทริกใส่ทีมของซิเมโอเน่ ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆครับ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่คิดจะผ่านด่านของดีเอโก้ โกดิน และแยน โอบลัคแบบนั้น ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่โรนัลโด้ จะกลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งอีกครั้ง

เรื่องนี้ทำให้ผมอดคิดถึงเมสซี่ขึ้นมาไม่ได้

เพราะในขณะที่กระแสของโรนัลโด้ นั้นถูก hype ขึ้นมาอย่างมาก เมสซี่กลับดร็อปลงไปอย่างรู้สึกได้

ทั้งๆที่วัดโดยผลงานแล้ว “ลีโอ” นั้นยังคงรักษามาตรฐานผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้เหมือนเดิม เพียงแต่มันมีความรู้สึก – ที่ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า – ว่าเขาไม่ได้ท็อปพีคหรือน่าสนใจเหมือนเก่าในสายตาคนอื่น

เป็นไปได้ไหมว่าเป็นเพราะ โรนัลโด้ ไปอยู่ในที่ใหม่จึงทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้นเพราะไม่ต้องเบียดแย่งแสงสปอตไลต์จากเมสซี่ ในลาลีกาอีกต่อไป? และเป็นไปได้ไหมที่ เมสซี่ จะดูดร็อปลงมาเพราะเขาอยู่ในที่เดิมแตกต่างไปเพียงแค่ไม่มีใครมากระตุ้น?

หรือจะเป็นไปได้ไหมที่เราเคยชินจนกลายเป็นความชินชากับสิ่งมหัศจรรย์ที่เมสซี่ทำให้เห็น

เหมือนเช่นในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับโอลิมปิก ลียง ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ราชาลูกหนังโลกสร้างผลงานในระดับ Masterclass ให้ทุกคนได้เห็นว่าระดับชั้นที่แท้จริงของเขานั้นอยู่ตรงไหน

โรนัลโด้ ทำ 3 ประตู?

เมสซี่ มีส่วนกับ 4 ประตู 2 ลูกยิงเอง และอีก 2 ลูกที่จ่ายให้เพื่อนยิง

ไม่มีใครรู้ว่าการได้เห็น โรนัลโด้ ยิงกระหน่ำในเกมกับ แอตเลติโก มาดริด จะมีส่วนจุดไฟในตัวของเมสซี่หรือไม่?​ แต่ก็น่าคิดครับเพราะมันชวนให้เรารู้สึกเหมือนในวันวานที่ทั้งคู่พยายามแก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง

เหมือนเขาก็อยากให้ทุกคนจำได้และนึกออกว่านี่ ลิโอเนล เมสซี่ เอง

ถึงแม้ว่าบาร์ซ่า จะได้ลูกจุดโทษที่ไม่ควรจะได้เพราะแม้แต่หลุยส์ ซัวเรซ เองก็ยอมรับว่าเขาไม่ได้โดน เจสัน เดนาเยอร์ ทำฟาวล์ในทางตรงกันข้ามยังเป็นฝ่ายไปเหยียบขากองหลังลียงด้วยซ้ำ แต่เมื่อผู้ตัดสิน และ VAR เห็นเป็นอื่น บาร์ซ่า ก็เป็นผู้ได้ประโยชน์ไป และมันเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามของเมสซี่ในเกมนี้

กับลูกจุดโทษแบบ “ปาเนนกา” ที่เหนือชั้นและสมบูรณ์แบบ

ก่อนที่ บาร์ซ่า จะหนีห่างออกไป คราวนี้ ซัวเรซ ทำได้ดีในการจ่ายให้ คูตินโญ่ ยิงประตูที่ 2 ของเกม และทำให้ทุกอย่างอยู่ในมือของบาร์ซ่า

เมื่อลียง พยายามจะกลับสู่เกมในช่วงครึ่งหลังจากประตูที่สวยงามของ ลูคัส ตูซาร์ ก็เป็นอีกครั้งที่ เมสซี่ ปรากฏตัวอีกครั้งและทำประตูดับความหวังของลียง ด้วยการเล่นที่เหนือชั้นอีกครา

คราวนี้ เดนาเยอร์ และมาร์เซโล ถูกหลอกจนลงไปกองที่พื้นก่อนที่ลูกยิงจะผ่านมือ มาติเยอ กอร์เกแล็ง  ประตูสำรองที่ลงมาแทนโลเปส เข้าไป

ต่อด้วยการเปิดอย่างแม่นยำให้ เกราร์ด ปิเก้ จบสกอร์ และแถมด้วยการไหลให้ อุสมาน เดมเบเล่ ยิงปิดท้ายประตูที่ 5
           

เมสซี่ ไม่ใช่หนุ่มน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเหมือนวันวาน แต่ความมหัศจรรย์ที่ปลายเท้าของเขายังคงอยู่ และบางทีการที่เราได้เห็นบ่อยๆมันจึงกลายเป็นของธรรมดา เป็นเรื่องธรรมดา

ทั้งๆที่มันไม่ธรรมดา

บางที – มันก็น่าคิดว่าแล้วแบบนี้จะยังมีคนเชื่อในตัวของเมสซี่อีกไหมว่าเขายังเป็นหนึ่งไม่มีสอง?

หรือบางทีเขาอาจจะต้องแสดงอะไรแบบนี้ให้เห็นในเวทีใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสักครั้งสองครั้ง?

ด้วยศักยภาพทีมของบาร์ซ่า ผมเองเป็นห่วงว่ามันอาจจะเป็นไปได้ยากที่พวกเขาจะไปได้สุดทาง เพราะคู่แข่งแข็งแกร่งมากมาย รวมถึง ยูเวนตุส ที่เวลานี้น่าจะเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของรายการ และน่าจะแกร่งครบเครื่องกว่าบาร์ซ่า

ให้มาเจอกันอีกสักทีก็ดีนะครับในรอบหน้า

อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับบาร์ซ่าเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องการผลักดันให้เมสซี่กลับไปเป็นกระบี่มือหนึ่งของโลกอีกแล้ว และตัวเขาเองนับจากที่ได้อันดับ 5 ในบัลลงดอร์ครั้งล่าสุดก็ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจมันอีกต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดจริงๆคือการที่ ลีโอ กลับมาเล่นอย่างมีความสุข

พวกเราในฐานะคนรักลูกหนังก็จะมีความสุขไปด้วย เพราะเวลานั้นมีแต่จะน้อยลงไปเรื่อยๆที่เราจะได้เห็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แสนธรรมดาจากเขาคนนี้


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

แกซซ่ากับบ่วงกรรมข่าวฉาวที่หนีไม่พ้น

SPORTDesk. Team

ประตูประวัติศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดลูกหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ คือประตูของพอล แกสคอยน์ ที่ยิงได้ในยูโร 1996 ที่เวมบลี่ย์ โดยที่เขายิงใส่คู่แค้นอย่างสกอตแลนด์ในรอบแรก โดยประตูนี้เขากระดกบอลด้วยเท้าซ้าย ให้บอลข้ามหัวโคลิน เฮนดรี จนกองหลังสกอตแลนด์เสียหลักงุนงง จากนั้นแกซซ่าวอลเลย์บอลด้วยเท้าขวาทันที ชนิดที่ไม่รอให้ลูกฟุตบอลตกพื้น บอลพุ่งวาบเสียบเข้าตาข่ายไปอย่างงดงาม ราวกับปฏิมากรรมชั้นเอกจากศิลปินระดับโลก

Story

ประตูที่ 600 ของ “เมสซี่” ยัดเยียดความปราชัยให้หงส์

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์ที่แล้ว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าเพชฌฆาตของยูเวนตุส เพิ่งทำประตูที่ 600 ในระดับสโมสร และคล้อยหลังไม่กี่วัน ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าบาร์เซโลน่า ก็รีบทำสถิติเทียบเท่ากับ CR 7 ทันที

Story

ไอแอ็กซ์-พีเอสวี-เฟเยนูร์ดแบ่งรายได้ให้ทีมอื่นเพื่อยกระดับลีก

SPORTDesk. Team

ช่วงฟุตบอลโปรแกรมฟุตบอลทีมชาติเข้ามาคั่นกลางปฏิทิน ข่าวแวดวงลูกหนังก็ดูจะเงียบ ๆ ลดระดับดีกรีลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามช่วงนี้มีข่าวเล็กๆที่น่าสนใจอยู่ในโลกออนไลน์อยู่ข่าวหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลลีกฮอลแลนด์ ที่ว่ากันตามจริงแล้ว วงการฟุตบอลของอัศวินสีส้มนั้นดูจะซบเซาเหงาหงอยมานาน