เลือกสงบ จบที่โซลชา

28 March 2019
240 VIEWS

หลังควานหา “คนนอก” นับตั้งแต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ล้างมือในอ่างทองคำเมื่อเกือบ 6 ปีก่อน

ในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หันกลับมาเลือก “คนใน” เป็นกุนซือถาวรครั้่งแรก 

ไม่ใช่ไรอัน กิ๊กส์ ไม่ใช่ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่เคยทำงานเป็นมือขวาให้กุนซือก่อนหน้าอย่างเดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล และโชเซ่ มูรินโญ่ 

แต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือคนที่ถูกชี้ขาดว่าเหมาะสมสุดแล้วกับสถานการณ์บ้านเมือง เอ๊ย สถานการณ์ของผีแดง

อดีตกองหน้าในตำนาน เข้ามากอบกู้ทีมในห้วงเวลาที่ยุ่งยาก วุ่นวาย และยิ่งขืนปล่อยไว้นาน คงมีแต่จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ 

ความพ่ายแพ้แบบหมดรูป 1-3 ในศึกแดงเดือดที่แอนฟิลด์ กลางเดือนธันวาคม ไม่เพียงทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด โดนทิ้งห่างถึง 11 คะแนนในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ 


แต่มันยังซ้ำเติมความห่วยแตกในทุกมิติภายใต้การทำงานของมูรินโญ่ 

ไม่มีคลาส ไม่มีสไตล์ ไม่มีสปิริต ไม่หลงเหลือ “ดีเอ็นเอ” ความเป็นปีศาจแดงเลยแม้แต่น้อย 

เหล่านี้คือสิ่งที่คน “อาบน้ำร้อนมาก่อน” เคยมองเห็น และพยายามเบรกมาตลอดว่ามูรินโญ่ อาจจะเก่งกับทีมอื่น แต่ไม่น่าใช่ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 

ใครคนนั้นมองทะลุปรุโปร่ง ยกเว้นคนรุ่นใหม่ คาดหวัง “อนาคคใหม่” แบบฉาบฉวย คิดว่าความสำเร็จซื้อได้เหมือนสินค้าในเซเว่น

มันไม่ง่ายขนาดนั้น ต่อให้จ้างมือดียี่ห้อมูรินโญ่ มาทำแล้วก็ตาม

กุนซือโปรตุกีสอาจเริ่มต้นสวยงาม คว้าถ้วยทั้งลีก คัพ และยูโรปา ลีก ในซีซั่นแรก แถมพาทีมจบอันดับดีสุดในพรีเมียร์ ลีก ตลอดห้าปียุคหลังเฟอร์กี้ ด้วยตำแหน่งรองแชมป์

ช่วงที่มูรินโญ่ แฮปปี้กับการทำงาน ผลงานมักออกมาดีเสมอ 

แต่เมื่อไหร่ที่หมดสนุก ไม่ได้ดั่งใจ เขาพร้อมกดปุ่มระเบิดให้พังพินาศย่อยยับไปพร้อมๆ กัน

มูรินโญ่ ด่ากราดประจานนักเตะยันผู้บริหาร สร้างความแตกร้าวในห้องแต่งตัว กระทั่งใครบางคนบอกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมตัวตลกในสายตาชาวโลกไปแล้ว 

นาทีนั้นต้องใช้คำว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงจุดวิกฤติ

และมันอาจสายเกินไปถ้าเอ็ด วู้ดเวิร์ด ไม่ตัดสินใจยึดอำนาจพร้อมกับดึงโอเล่ กุนนาร์ โซลชา มาบัญชาการแทน

จู่ๆ ความวุ่นวายก็มลายหายวับในพริบตา ทุกอย่างกลับสู่ความสงบเหลือเชื่อเหมือนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาทำผลงานในสนามได้ดีอีกครั้่ง

มาพร้อมกับสไตล์ที่กล้าบุกกล้าแลกตามแบบฉบับ ไม่หัวหดอยู่ในกระดอง 

นักเตะหลายคนที่เคย “ฝ่อ” ตอนมูรินโญ่ คุมทีม เริ่มโชว์ฝีเท้าตอบแทนค่าจ้าง

คนดูแลชุดยันแม่บ้านสนามซ้อม แลเห็นรอยยิ้มด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย

ไม่แปลกใจที่หลังทำงานผ่านไปสามเดือนเศษ แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศให้รางวัลโซลชา ด้วยการเลื่อนสถานะจากกุนซือชั่วคราวมาเป็นผู้จัดการทีมถาวร 

เพราะมองเห็นความสามารถ ความทุ่มเท วิสัยทัศน์ และที่สำคัญคือความเป็น “คนใน” ที่ซื่้อสัตย์ภักดีกับสโมสร

โซลชา ไม่มีทางทรยศแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยการเปลี่ยนดีเอ็นเอไปเล่นสไตล์อื่น หรือการสักแต่ “ซื้อ” ไม่เคย “สร้าง” อย่างที่คนนอกพยายามทำโดยไม่แคร์อะไรเลย

กรณีของอเล็กซิส ซานเชซ คือตัวอย่างที่ประจานมูรินโญ่ ว่าแค่ต้องการเอาชนะแมนฯ ซิตี้ ต่อให้ต้องแลกกับหายนะทางการเงิน

การันตีได้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของโซลชา จะเติบโตขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเห็นผลลัพธ์ช้าหน่อย ไม่ทันใจคนรุ่นใหม่ แต่รากฐานมั่นคงแข็งแรง 

ส่วนจะใช่คนที่พาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตหรือไม่ ยังไม่มีใครตอบได้ 

แต่ที่แน่ๆ เขาคือคนที่เหมาะสมสุดกับสถานการณ์เวลานี้….