ของขวัญจากอาซาร์

ไอทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต กุมความได้เปรียบอยู่ พวกเขายังไม่พลาดเลยในการดวลจุดโทษ ขณะที่เชลซี กัปตันของพวกเขา เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เสียทีให้เควิน แทรปป์ ก่อนแล้ว

ถ้ามาร์ติน ฮินเตอเรกเกอร์ ยิงลูกนี้เข้า โอกาสที่ทีมจอมมหัศจรรย์จากเยอรมันจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล ที่ผ่านเข้าไปรอก่อนแล้วหลังบุกเอาชนะบาเลยเซียได้เด็ดขาด 4-2 ก็มีสูง

ฮินเตอเรกเกอร์วิ่งมายิงด้วยความมั่นใจ

แต่กลายเป็นว่าลูกยิงกดเรียดที่กลางประตูนั้นถูกอ่านขาดโดย เกปา ที่ยืนปักหลักอยู่ตรงปากประตู ราวกับพ่อมดเทาแกนดัล์ฟที่ร่ายคาถาไม่ให้อสูรบัลร็อกผ่านเขาไปได้ในเหมืองมอเรีย

การเซฟลูกนี้นำไปสู่จุดพลิกผันต่อมา เมื่อดาวิเด ซัปปาคอสต้า ไม่พลาดแต่ กอนซาโล ปาเซียนเซีย ที่เคยเล่นร่วมกับเกปา พลาด

มันนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายของเกม และไม่มีใครจะปิดฉากมันได้ดีไปกว่า เอเดน อาซาร์ นักเตะหมายเลขหนึ่งและเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ของเชลซี 

ถ้ายิงลูกนี้ได้ เขายังมีโอกาสคว้าเกียรติยศสุดท้ายในสีเสื้อน้ำเงินนี้

และมันจะเป็นการเตะครั้งสุดท้ายเพื่อบอกรักและบอกลาสโมสรที่เขาใช้วันเวลามาเนิ่นนานหลายปี จากสตาร์แห่งอนาคต สู่การเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดของโลก

ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อาซาร์ มีข่าวการย้ายทีมตลอด – ความจริงข่าวนั้นมีมาตั้งแต่ปีกลายแล้ว เพียงแต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การย้ายทีมของเขาไปเรอัล มาดริด ไม่เกิดขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก

ทิศทางข่าว โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูกาลนั้นชัดเจน อาซาร์พร้อมที่จะไปต่อ แม้ว่าสโมสรของเขาจะตกที่นั่งลำบากจากกรณีโดนแบนไม่ให้ซื้อผู้เล่นเป็นเวลา 2 รอบตลาดการซื้อขาย หรือ 1 ปี 

กรรมดีก็ส่วนกรรมดี กรรมชั่วก็ส่วนกรรมชั่ว ต่างกรรมต่างวาระ

ในส่วนของอาซาร์ 7 ปีในเดอะ บริดจ์ เขาได้มอบทุกอย่างให้ทีมหมดแล้ว

ทั้งตัวและหัวใจ

2 พรีเมียร์ลีก 1 ยูโรป้า ลีก1 เอฟเอ คัพ1 ลีก คัพ

จะขาดไปก็เพียงแชมเปี้ยนส์ ลีกเท่านั้น ซึ่งน่าเสียดายที่เชลซี ในยุคสมัยของเขาไม่ได้เกรียงไกรเหมือนก่อน

นับจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เชลซีก็มีแต่จะตกต่ำลงอย่างน่าตกใจ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการบริหาร อีกส่วนคือเรื่องของผู้เล่นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ไม่ดีเหมือนยุคก่อน

ทุกอย่างมันสวนทางกับฝีเท้าของอาซาร์ และสวนทางกับความทะเยอทะยานของเขา

ในวัย 28 ปี นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการเล่น มันไม่ผิดอะไรที่เขาจะปรารถนาถึงการได้สัมผัสกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

โดยเฉพาะกับรางวัลสูงสุดของนักเตะอย่างบัลลงดอร์ เพราะหลังการรอคอยมานาน ในที่สุดยุคสมัยของลิโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็กำลังจะจบลง

อาจจะผิดในความรู้สึกบ้าง

แต่การจะไปของเขาไม่ใช่เรื่องผิด

ทุกคนรู้และเข้าใจ

อย่างน้อยในขวบปีที่ลำบาก อาซาร์ ก็มีส่วนสำคัญในการพาเชลซีกลับไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ที่พวกเขาคู่ควรได้อีกครั้ง

เช่นกันกับการนำทีมทะลุเข้าชิงยูโรป้า ลีก สมัยที่ 2

หลังการต่อสู้ยาวนานเต็ม 120 นาทีที่เดอะ บริดจ์ ในเกมที่ยากลำบากสำหรับเชลซี เพราะแฟรงค์เฟิร์ตทีมนี้สู้ดีเหลือเกิน

โดยเฉพาะ ลูก้า โยวิช ว่าที่สตาร์เรอัล มาดริด และว่าที่เพื่อนร่วมทีมใหม่ของอาซาร์ – หากทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง

อาซาร์ จับบอลวางลงตรงวงกลมในเขตโทษ

มันคือการเตะครั้งสุดท้ายของเขาที่สนามแห่งนี้ และมันควรจะเป็นบอกลากันด้วยดี

ลูกบอลพุ่งเสียบมุมเข้าไป

จากนี้หากจะไม่มีเอเดน อาซาร์ ในชุดเชลซีอีกแล้ว ก็ขอให้จดจำลูกนี้และเรื่องราวตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

ว่าครั้งหนึ่งที่เดอะ บริดจ์แห่งนี้เคยมีหนึ่งในสุดยอดตัวทำเกมแห่งยุคสมัยโลดแล่นและเป็นความหวังของผู้คน

เป็นของขวัญจากลาสำหรับช่วงเวลาที่เดอะ บริดจ์

เพียงแต่บทสรุปสุดท้ายจริงๆนั้นอยู่ที่บากู

และอาซาร์รู้ว่าเขาต้องการอะไรเป็นของขวัญอำลาที่แท้จริงให้แก่ชาวเดอะ บลูส์