เหตุผลที่แตกต่าง

ตลอดเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ยังมีการแข่งขันฟุตบอลมากมายหลายรายการให้ติดตามชม ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลกหญิง, โคปา อเมริกา, แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์, โกลด์ คัพ, ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลกรุ่นอายุ 20 ปี, ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ยุโรปรุ่นอายุ 21 ปี – ในพื้นที่สื่อยังมีความเคลื่อนไหวจากตลาดนักเตะตลอดเวลา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งเป็น “ปีจ่าย” ของเหล่าสโมสรใหญ่ที่หลายทีมจำเป็นต้องมีการปรับปรุงทีม ไม่ว่าจะขนานเล็กหรือขนานใหญ่ ทำให้มีการโยกย้ายของเหล่าสตาร์เป็นจำนวนมาก

สนุกสนานกันน่าดู

แต่ทีมเดียวที่นิ่งเงียบแทบไม่เคลื่อนไหวเลยคือ ลิเวอร์พูล – ที่นั่งยันนอนยันว่า ปีนี้ไม่ทำแบบปีก่อนที่ทุ่มซื้อสตาร์มาพร้อมกันถึง 4 คนอีกแล้ว

คนเดียวที่ได้มาตอนนี้คือ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ไอ้หนูวัย 17 ปีที่เป็นเรื่องของ “อนาคต”

ในราคา 1 ล้านปอนด์

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเยอร์เกน คล็อปป์ “พอใจ” ในขุมกำลังที่มีอยู่ ทีมชุดที่เพิ่งได้ UCL และจบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์ที่มีแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 97 แต้ม

ยังมีนักเตะที่ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากนักเพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวนหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อ๊อกซ์, เรียน บริวสเตอร์, นาบี เกตา และอาจรวมถึง โจ โกเมซ ที่หายไปเกือบครึ่งฤดูกาล

ไหนจะ แฮร์รี วิลสัน ที่ได้โอกาสกลับมาทดสอบตัวเองอีกครั้งในช่วงพรีซีซั่น

นักเตะกลุ่มนี้คือชุดที่คล็อปป์ มองว่าเป็น new signings ได้เหมือนกัน

ในกลุ่มนักเตะชุดนี้ มีคนหนึ่งที่ เดอะ ค็อป หลายคนลุ้นว่าคล็อปป์ จะให้โอกาสบ้างหรือไม่? หลังจากที่รอคอยมาหลายปี

นักเตะคนดังกล่าวคือ มาร์โก กรูยิช มิดฟิลด์เลือดเซิร์บที่เป็น “นักเตะคนแรกของคล็อปป์” เมื่อปี 2016 ด้วย

กรูยิช แทบไม่ได้โอกาสลงเล่นในสีเสื้อลิเวอร์พูลเลยนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรดสตาร์ เบลเกรด โดยได้เล่นไปแค่ 14 นัด ส่วนใหญ่ก็เป็นเกมที่ไร้ความหมาย เหตุผลง่ายๆ คือตอนที่มาเขายังเด็ก เมื่อได้ลงสนามยังไม่ค่อยพร้อม เมื่อกำลังจะเล่นดีก็เจ็บ สุดท้ายก็ตกขบวน

ทางออกของนักเตะแบบนี้คือถูกส่งไปชุบตัวที่อื่นก่อน ซึ่งก็ต้องบอกว่า 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่า กรูยิช เล่นใช้ได้ครับกับคาร์ดิฟฟ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แฮร์ธา เบอร์ลิน ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ดีพอที่หลายคนเชื่อว่าน่าจะถึงเวลากลับมาต้นสังกัดได้แล้ว
แต่ดูเหมือนคล็อปป์จะคิดต่าง

และมันก็ทำให้ ค็อปชน กุมขมับกันไม่น้อยในความอินดี้ของบอส

คล็อปป์ มองว่า กรูยิช ดีและมีอนาคตในทีม แต่อนาคตคืออนาคตจริงๆ ไม่ใช่ปัจจุบัน เป็นฤดูกาลหน้า ไม่ใช่ฤดูกาลนี้

เพราะในเวลานี้ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นแดนกลาง “เต็ม” ทุกโควต้าแล้ว 

ฟาบินโญ, เฮนโด, จินี, มิลลี พวกนี้คือเสาหลัก 

ยังมี เกตา, อ๊อกซ์, ลัลลานา และอาจรวมถึง ชาคิรี ที่ทดแทนกันได้อีก

โอกาสที่ กรูยิช จะแทรกตัวในทีมชุดนี้ยาก อาจถึงขั้นเป็นไปไม่ได้

ทางออกที่ดีกว่าสำหรับทุกคนคือการให้ กรูยิช เลือกไปเก็บประสบการณ์ที่อื่นอีกสักปี ให้ได้เติบใหญ่อย่างแข็งแกร่งอีกสักนิด 

ปีนี้ 23 ขวบ ปีหน้า 24 ยังพอมีเวลาให้คิดอ่านกันพอสมควร

นอกจากนี้ สัญญาของเขาก็ยังเหลืออีกยาวถึงปี 2023 ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องรีบร้อน

กรูยิช เองก็เป็นเด็กมีหัวคิดครับ ตามข่าวแล้วบอกว่าเจ้าตัวขอไปแฮร์ธาเอง แม้ว่าจะมีอีกหลายทีม (ที่ใหญ่หรือดีกว่า) สนใจ นั่นเป็นเพราะเชื่อว่าการอยู่ที่แฮร์ธา น่าจะทำให้เขาโตต่อเนื่อง

ที่ผ่านมาเราได้เห็นปัญหาของดาวรุ่งในทีมใหญ่ที่ทำให้ไปไม่ถึงจุดที่ควรจะถึงคือเรื่องการตัดสินใจ บางครั้งควรจะอยู่กลับไป บางครั้งจะไปก็อยู่ผิดทีม ทำให้เสียเวลาและโอกาสในการเติบโต สุดท้ายประกายแสงที่มีก็ค่อยๆ ดับลง

เหมือนกรณีของ ดานี ปาเชโก, เบน วูดเบิร์น ที่ต่างจาก กรูยิช หรือวิลสัน

สำหรับ กรูยิช ปีนี้จะเป็นปีสำคัญของเขามากๆ ต้องเล่นให้ดีไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

ถ้าทำได้ดี ปีหน้าหาก มิลเนอร์, ลัลลานา หรือมีใครย้ายออกจากแอนฟิลด์ เขาจะมีโอกาส

หรือหากไม่มีโอกาสที่ลิเวอร์พูล เขาจะยังมีโอกาสในสโมสรระดับท็อปอื่นๆ ที่พร้อมคว้าตัวมิดฟิลด์ที่มีความครบเครื่องทั้งรูปร่างสูงใหญ่ มีความเร็ว ไปกับบอลได้ มีสเต็ปเท้าสวยงาม และทำประตูได้ไม่ว่าจะยิงนอกกรอบ หรือเติมมาเล่นลูกเซ็ตเพลย์

ลิเวอร์พูลเองหากจะปล่อยตัวไปจริงก็ได้กำรี้กำไรพอสมควร

เข้าทำนอง คุณก็มีเหตุผลของคุณ ผมก็มีเหตุผลของผม

เข้าใจได้


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

เบอร์บาตอฟ : ผีจะหลุดท็อป 4

SPORTDesk. Team

ชัยชนะเหนือ เชลซี ในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ดูจะเป็นเรื่อง “จางๆ” และเริ่มจะหายไปกับสายลมเสียแล้ว สำหรับแฟนๆ แมนฯยูไนเต็ด

Thought

#footballlife เมื่อเดินถึง “ทางแยก”

ไข่มุกดำ

หลังกดได้เพิ่มอีก 1 ประตูในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 8 เหนือเซาแธมป์ตัน 3-0 ทำให้ “เชลซี” เป็นจ่าฝูงร่วมพร้อม ๆ กับการ “ออกฟอร์ม” ที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง คำถามถึง “อนาคต” เอแดง อาซาร์ ก็ดังขึ้น ๆ ๆ และดังขึ้น

Story

สไนจ์เดอร์ปิดฉาก 15 ปีกับอัศวินสีส้ม

SPORTDesk. Team

ซทชุดรับแขก,โซฟานุ่มๆ, ทีวี ชั้นวางหนังสือ อยู่กลางสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า และ มีเวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ นั่งชมภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาผ่านทางทีวีนับตั้งแต่เขารับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นครั้งแรก ถือเป็นฉากการโบกมือลาทีมชาติของสไนจ์เดอร์ที่แปลกตากว่านักเตะคนอื่น ๆในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล