el Niño ดาวยิงหน้าเด็กในความทรงจำ

ในห้องแถลงข่าวที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลุยส์ อราโกนเญส ปรากฏตัวก่อนพร้อมรอยยิ้มของคนที่เป็นสุข

เขาเพิ่งจะนำสเปนคว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกในรอบ 44 ปีได้ในศึกฟุตบอลยูโร 2008 ที่ประเทศออสเตรีย-สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งการแถลงข่าวหลังเกมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรที่ต้องสอบถามมากมายเพราะสเปนเหนือกว่าเยอรมนีชัดเจนแม้จะชนะแค่ 1-0 ก็ตาม

วันนั้นคนทำประตูชัยให้ลา โรฮาคือ เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าความหวังสูงสุดที่เล่นผิดฝาผิดฟอร์มมาตลอดรายการ ถูกดาวิด บีญา กลบรัศมีสนิท

“เอล นินโญ” ในฐานะฮีโร่นัดชิงจึงถูกเชิญมาพูดคุยกับนักข่าวต่อจากอราโกนเญส

สำหรับคนที่เคยเห็นเขาผ่านจอแก้วมาโดยตลอด การได้พบกับกองหน้าที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในโลกเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมาก

ผมจำได้ว่าผมรอจังหวะที่การแถลงข่าวจะจบลงอย่างใจจดใจจ่อ อยากจะขอถ่ายรูปคู่กับขวัญใจเป็นที่ระลึกชิ้นสุดท้ายสำหรับการทำงานที่หนักหนาสาหัสตลอด 1 เดือนสักหน่อย

แต่เมื่อเห็นตอร์เรส กำลังอยู่ในอารมณ์ของการเฉลิมฉลอง ก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาสที่จะขอถ่ายรูป จึงได้แค่เก็บภาพความทรงจำเอาไว้ลำพังคนเดียว

นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมใกล้ชิดกับ เอล นินโญ มากที่สุด

นักเตะคนที่พอจะบอกได้ว่าชื่นชอบมากที่สุดในทีมลิเวอร์พูล รองจากสตีฟ แม็คมานามาน หวานใจในวันวาน

ความจริงแล้วใครจะรักตอร์เรสก็ไม่แปลกครับ

มากกว่าเรื่องของฝีเท้าที่เก่งกาจ เป็น “หมายเลข 9” ที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่ยุคเอียน รัช เขายังมีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่างที่ชวนให้หลงไหล

ตอร์เรส เป็นคนที่มีบุคลิกของซูเปอร์สตาร์ชัดเจน โดดเด่นโดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องพยายามเรียกร้องความสนใจก็มีคนสนใจ

นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีพื้นเพเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นกัปตันทีมแอตเลติโก มาดริด ที่อายุน้อยที่สุด ความพิเศษตรงนี้ทำให้แฟนลิเวอร์พูลย่ามใจว่าเขาจะรักและอยู่ด้วยกันที่แอนฟิลด์ตลอดไป

แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

ความเปลี่ยนแปลงในระดับเจ้าของสโมสรทำให้ลิเวอร์พูลประสบปัญหา พวกเขาไม่สามารถจะไปได้ไกลกว่าเดิม และตอร์เรสไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้

เขาไม่ลังเลที่จะไป แม้ว่าจะต้องย้ายทีมในแบบที่หักหาญน้ำใจของแฟนๆก็ตาม

มันเป็นการย้ายทีมที่เดอะ ค็อป ยากจะเข้าใจและยากจะทำใจยอมรับไหว – กระทั่งผมเองยังเจ็บและมีแผลอยู่ถึงทุกวันนี้

หลายคนรักมากก็เกลียดมาก

แต่ในมุมของตอร์เรส เขาชัดเจนและรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

ความสำเร็จในชีวิตการเล่นคือสิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ได้ในสิ่งนั้นในช่วงระยะเวลา 4 ปีในเดอะ บริดจ์

อีกทั้งการย้ายไปเชลซี ลิเวอร์พูลก็ได้เงินชดเชยในระดับมหาศาลถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติในสมัยนั้น สำหรับเขาคิดว่ามันเป็นการตอบแทนที่มากพอแล้ว

อย่างไรก็ดีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของตอร์เรสเหมือนอยู่ในขาลงตลอด เขาไม่เคยเรียกฟอร์มการเล่นเก่าๆกลับมาได้อีกในทีมเชลซี เพราะร่างกายสูญเสียความเร็วที่เป็นไม้ตายไป เช่นกันกับการที่เขาไม่เคยได้รับความรักจากแฟนบอลในเดอะ บริดจ์ เหมือนที่เคยได้รับความรักจากเดอะ ค็อปในแอนฟิลด์ก็มีผลไม่น้อย

จากซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่ง เป็นแค่นักเตะธรรมดาคนหนึ่ง

แล้วก็ต้องระเห็จไปอยู่ทีมโน้น ทีมนี้

จนสุดท้ายได้กลับ “บ้าน” ที่แอตเลติโก มาดริด อีกครั้ง

ในวันเปิดตัวเขา มีแฟนๆมาต้อนรับที่บิเซนเต กัลเดรอน มากถึง 45,000 คน

การกลับไปสวมชุดของตราหมีคราวนี้ ช่วยปลุก “เอล นินโญ” คนที่เราคิดถึงกลับมาได้

เรียกว่าตอร์เรส เป็นนักเตะที่เล่นด้วยความรักจากแฟนๆอย่างแท้จริง

แต่ด้วยสังขารที่โรยรา สิ่งที่เราได้เห็นจึงเป็นแค่เงารางๆของนักเตะผู้เก่งกาจในวันวานเท่านั้น

ใครๆก็เชื่อว่าสุดท้ายเขาคงจะได้ปิดฉากชีวิตกับทีมรักแรก แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

เขาต้องไปจากบ้านอีกครั้ง และคราวนี้เป็นการจากไปแบบไม่มีวันจะได้หวนกลับมาอีก

กระนั้น ตอร์เรส ยังฝากความทรงจำให้กับทุกคนด้วย 2 ประตูในเกมนัดสุดท้ายของเขาที่บิเซนเต กัลเดรอน ในเกมกับเอบาร์

ทั้งบอกรักและบอกลากันในวันนั้น

ก่อนจะไปปิดฉากชีวิตการเล่นที่แดนไกลกับ ซางัน โตสุ ในฟุตบอลเจลีก

การย้ายมาของเขาทำให้เจลีกคึกคักพอสมควรครับ ปลายปีที่แล้วผมหาโอกาสไปดูเขานำทีมบุกรังวิสเซิล โกเบ ที่มี อันเดรส อิเนียสตา, ลูคัส โพดอลสกี และธีราทร บุญมาทัน ตั๋วเข้าชมเกมนี้หายากมาก ขายหมดอย่างรวดเร็ว ราคาตั๋วในตลาด reseller สูงในระดับหลายพันบาทต่อใบ

แพงแต่ก็ซื้อ เพราะไม่รู้จะมีโอกาสได้เห็นกันอีกมากน้อยแค่ไหน

สิ่งที่ได้เห็นวันนั้นคือ ตอร์เรส ที่ไม่เหมือนตอร์เรสแล้วครับ ร่างกายของเขาไม่เหลือความเร็ว ความแข็งแกร่ง ไม่เหลืออะไรแล้ว

มีแค่ประกายของเซนส์นักเตะชั้นยอดให้เห็นบ้าง แต่ก็เลือนรางและอ่อนแรงเต็มที

จนสุดท้ายเมื่อฝืนไม่ไหว วันนี้ ตอร์เรส จึงขอบอกลาทุกคนแค่ตรงนี้

ในความรู้สึกหนึ่ง มันก็อดคิดเสียดายไม่ได้ครับกับช่วงเวลาหลายปีที่สูญเปล่า มันอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาไม่ตัดสินใจแบบนั้นไป วันนี้เขาอาจจะไปได้ไกลและบินได้สูงกว่านี้

สูงเท่าที่ใจปรารถนา

แต่นั่นมันแค่สิ่งที่เราคิดครับ เพราะเมื่อคิดในอีกมุม ชีวิตการเล่นตลอดมาของเอล นินโญ นั้นห่างไกลจากคำว่าล้มเหลวอย่างมาก

แชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย, แชมป์ฟุตบอลยูโร 2 สมัย, แชมป์ยูเอฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย, ยูโรปา ลีก 2 สมัย

และภาพความทรงจำมากมาย

เป็นนักเตะ cult hero อีกคนที่แฟนๆจะไม่มีวันลืมเลือน

เท่านี้ก็ดีมากแล้ว

ลาก่อน El niño

ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาและความทรงจำดีๆ