บทเรียนพรีซีซั่นในเอเชีย

ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีที่สโมสรฟุตบอลใหญ่จำนวนมากเดินทางมาทำการโปรโมตสโมสรในเอเชีย – อาจจะมากกว่าปีไหนๆ

เราได้เห็น บาร์เซโลนา, แมนเชสเตอร์ ซิตี, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, เชลซี, เปแอสเช, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง ยูเวนตุส ทีมที่ถือว่ามาแรงอย่างมากในเรื่องนอกสนามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

นอกจาก ยูไนเต็ด ที่มีฐานแฟนแข็งแกร่งอยู่มาก สำหรับทีมอื่นการเดินทางมายังตะวันออกไกลนี้เป็นเหมือนโอกาสดีที่จะสร้างฐานแฟนบอลใหม่ที่สำคัญ เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก โซเชียลมีเดียทำให้โลกแคบลง มันคือโอกาสที่พวกเขาจะเป็น “ที่รัก” ของแฟนบอลรุ่นใหม่ ไม่ใช่แฟนบอลรุ่นก่อนที่รู้จักเพียงแค่ไม่กี่ทีม

โดยเฉพาะกับทีมที่นอกจากมีโปรไฟล์ดี มีผลงานในสนามดี เล่นฟุตบอลสวยงาม และมีซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปคลาสอย่าง ซิตี, เปแอสเช หรือยูเวนตุส ซึ่งเป็นทีมที่น่าตื่นเต้นและชวนให้เกิดความรู้สึกที่อยากจะดูทีมเหล่านี้ลงสนามบ้างสักครั้ง

แต่ถึงโลกจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ สิ่งที่สโมสรจากยุโรปยังทำผิดและพลาดเหมือนเดิมคือการที่พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับตลาดในเอเชียเท่าลมปาก

ปากบอกว่ารัก สำคัญหนักหนา แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่นั้นไม่ใช่

ซิตี เป็นทีมแรกที่ถูกข้อหาว่า “เชิด” ใส่แฟนบอลจีน มีการรายงานของสำนักข่าวซินหัวถึงกับประณามในการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ ไม่ว่าจะกับแฟนบอลหรือแม้แต่กับสื่อ

เรื่องนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องออกมาโต้ตอบและปกป้องลูกทีม – ยังดีที่ในภาพรวมจริงๆแล้วซิตี ไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้น คำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานเสียมากกว่า

แต่นั่นก็เป็นสัญญาณเตือนสโมสรเหล่านั้นว่าพวกเขาไม่สามารถจะลอยตัวเดินเหนือน้ำในการมาเยือนเอเชียได้

การบริหารความคาดหวังของแฟนบอลเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ดี

แต่สิ่งที่ซิตี เผชิญอาจไม่เลวร้ายหรือรุนแรงเท่าสิ่งที่ยูเวนตุส ต้องเผชิญในการไปเยือนเกาหลีใต้ เมื่อแฟนบอลจำนวนมากเรียกร้องขอค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันคืน

สาเหตุเกิดขึ้นเพียงเพราะการที่นักเตะดาวดังที่สุดและเป็นคนที่แฟนบอลต้องการเห็นมากที่สุดอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว

เรื่องนี้ไม่ได้ผิดแค่กับความรู้สึกของแฟนบอล หากแต่ยังผิดข้อตกลงกับฝ่ายจัดการแข่งขันที่ระบุชัดเจนในสัญญาว่า มากหรือน้อยนาทีก็ต้องมีโรนัลโดลงสนามปะทะทีมรวมดาราเค-ลีก

มีเสียงเล่าเสียงลือว่าสัญญาระบุถึงขั้นว่า โรนัลโด ต้องลงเล่นอย่างน้อย 45 นาที แต่สุดท้ายแฟนบอลกว่า 60,000 คนในสนามก็ไม่ได้เห็นสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเห็น

ไม่ว่าจะลีลา “จรด” ก่อนตะบันฟรีคิกในสไตล์ CR7 หรือการฉลองประตูด้วยท่าระเบิดพลังอันเป็นเอกลักษณ์

ไม่แม้แต่การได้เห็นท่าสับขาซอยเท้ายึกยักไปมาแบบแข็งๆหน่อยแต่ก็พอพลิ้วไปได้

เรื่องนี้ความจริงแล้วก็น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายครับ สำหรับยูเว พวกเขาเองก็เจอความยากลำบากเหมือนกันเมื่อเที่ยวบินจากจีนมาเกาหลีดีเลย์ สุดท้ายพวกเขามีเวลาแค่ 5 ชั่วโมงในโซลก่อนการแข่งขันจะเริ่ม

ความล่าช้าหมายถึงกำหนดการมากมายที่ถูกยกเลิก โดยเฉพาะกิจกรรมแจกลายเซ็นต์กับแฟนๆที่เหมือนจะเป็นอีเวนต์เล็ก แต่มีความหมายอย่างมาก

เรื่องพาลไปจนถึงการเลื่อนกำหนดการแข่งขันออกจากเดิมไปอีก 1 ชั่วโมง หรือ 60 นาทีที่แฟนบอลต้องอดทนรอคอยเพิ่ม

อันที่จริงการรอคอยจะไม่มีปัญหาอะไรเลยหากแฟนบอลเหล่านี้ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

แต่เมื่อมันไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันคือหายนะ

โรนัลโด ที่ผ่านเกม 90 นาทีที่นานจิงมาก่อนหน้านี้กลับไม่มีแม้แต่นาทีเดียวในโซลได้อย่างไร? คำตอบจากยูเว คือถึงจะดูแข็งแกร่งเหมือนคนเหล็กแต่โรนัลโด มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนล้า โดยคนอาจจะลืมไปว่านั่นคือมัดกล้ามของนักฟุตบอลอายุ 34 ปี

อย่างไรก็ดีการที่ โรนัลโด ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลี รวมถึงการโพสต์โซเชียลมีเดียหลังบินพ้นน่านฟ้าแดนกิมจิว่า “ดีใจที่ได้กลับบ้าน” ก็มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น

นอกจากเงินค่าปรับจำนวน 2.5 ล้านปอนด์ที่จะต้องจ่ายให้ออร์แกไนเซอร์ฐานทำผิดสัญญาแล้ว สิ่งที่เขาและยูเวนตุส ต้องจ่ายในราคาที่แพงกส่านั้นมากคือการหักอกแฟนบอลเกาหลี 60,000 คนในสนาม และอีกมากมายที่ไม่ได้เข้าสนาม

ทั้งๆที่หากลงสนามไม่ไหวจริง การทำอะไรเพื่อแฟนบอลสักเล็กสักน้อยเพื่อให้รู้ว่า “แคร์” ก็อาจทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี

บทเรียนครั้งนี้ยังเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับออร์แกไนเซอร์อย่าง The Fasta บ.เล็กๆที่ได้จัดงานใหญ่ระดับประเทศ พวกเขากลายเป็นแพะที่ถูกเค-ลีก บูชายัญด้วยการโบ้ยว่าออร์แกไนเซอร์ที่อ่อนประสบการณ์

The Fasta เองก็พลาดจริงที่พยายามโปรโมทการแข่งขันด้วยการสร้างภาพว่าเป็นเกมของโรนัลโด ซึ่งเหมือนข้ามหัวไม่ใช่เฉพาะทีมรวมดาราเค-ลีก แต่ยังข้ามหัวผู้เล่นสตาร์อีกมากมายในทีมเบียงโคเนรีด้วย

มันเป็นการโปรโมตที่เสี่ยงเกินไป เล่นกับความคาดหวังของคน

ถึงแม้พวกเขาจะพยายามชี้แจงด้วยการเปิดเผยรายละเอียดในสัญญาว่าโรนัลโดจะต้องลงเล่น 45 นาที แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

สิ่งที่แฟนบอลต้องการคือเงินชดเชย โดยที่หากไม่สามารถตกลงกันได้ตามกำหนด คนที่ The Fasta ต้องเผชิญคือทนายที่เป็นตัวแทนของแฟนบอลที่ผิดหวังจำนวนมากกว่า 2,000 คนด้วยกัน

เรื่องนี้เป็นบทเรียนชีวิตของออร์แกไนเซอร์ที่ไม่ใหญ่และทรงพลังพอ ว่าการพาทีมระดับชั้นนำมาเล่นในเอเชียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว กับสโมสรพวกเขามีข้อจำกัดมากมายและค่าตอบแทนที่สูงมหาศาล (ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีทีมจากยุโรปมาเตะในบ้านเราหลายปีแล้ว) ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารความคาดหวังของแฟนบอลไปด้วยในเวลาเดียวกัน

นอกเสียจากจะเป็นการแข่งขันในรายการที่การันตีได้อย่าง International Champions Cup ที่จะได้ชมระดับสตาร์ลงสนาม หรือเป็นรายการของพาร์ทเนอร์สโมสรเหมือน บาร์เซโลนา ใน Rakuten Cup หรือการที่ City Football Group เชิญแมนเชสเตอร์ ซิตี มาแข่งกับทีมในเครือเดียวกันอย่างโยโกฮามา เอฟ. มารินอส

กับสโมสรเองพวกเขาก็คงได้รู้ว่าการมาทัวร์เอเชีย เป้าหมายสำคัญอาจไม่ใช่เรื่องของเงินที่ได้รับ หรือจำนวนผู้ชมในสนาม มันไม่ง่ายแบบนั้นอีกแล้ว

แต่ความจริงมันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น

อยากได้ใจมา ก็เอาใจมาแลกไป