หงส์สุกงอม (2) ?

ก่อนออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ เคยเขียนบทความเรื่อง “หงส์สุกงอม ?” มีเครื่องหมายคำถามต่อท้ายเพื่อเป็นอันรู้ว่าไม่ใช่ประโยคบอกเล่า

แต่เป็นการโยนหินถามคนอ่านว่าลิเวอร์พูล ดีพอแล้วหรือยังที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยแรก หลังการสร้างทีมและเสริมทัพของเจอร์เก้น คล็อปป์ ในช่วงซัมเมอร์

“แก่น” ของบทความ ผมมุ่งไปสองประเด็น หนึ่งคือทีมที่คล็อปป์ ใช้ความอดทนสร้างมากว่าสองปี จนกระทั่งเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ในเดือนพฤษภาคม แม้ที่สุดต้องอักหักแพ้เรอัล มาดริด 1-3 

อีกประเด็นคือการเสริมทัพในหน้าร้อน อันที่จริงต้องย้อนไปตั้งแต่เดือนมกราคมตอนทุ่มเงินปั้นเวอร์กิล ฟาน ไดค์ กลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก

จากฟาน ไดค์ มาถึงอลิสซอน เบ็คเคอร์ ในฐานะนายทวารสถิติโลกคนใหม่ก่อนถูกทำลายภายในไม่กี่วันโดยเคปา อาร์ริซาบาลาก้า ของเชลซี

ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า ตามด้วยเชอร์ดาน ชาคิรี่ ต่างตบเท้าเข้ารายงานตัวตามหมายเรียก

เหล่านี้คือการเสริมทัพแบบ “เน้นเนื้อ” ไม่เน้นน้ำ เปอร์เซนต์เสี่ยงต่อความฉิบหายวายป่วง หรือคล็อปป์ มองพลาด ปั้นไม่ขึ้น น่าจะมีไม่มาก

เพราะทั้งหมดล้วนมีดีกรี ผ่านเวทีใหญ่มาแล้ว ผิดกับทีมชุดใกล้เคียงแชมป์มากที่สุดปี 2008/09 ของราฟา เบนิเตซ ซื้อผิดเป้าไปเยอะกับนักเตะใหม่อย่างฟิลิปป์ เดเก้น, อันเดรีย ดอสเซนา, ดาวิด เอ็นก๊อก, ดีเอโก้ คาวาเลียรี่, ร็อบบี้ คีน รวมถึง อัลเบิร์ต ริเอร่า 

นั่นคือประเด็นของบทความหงส์สุกงอม? ตอนแรกในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ไม่มีใครรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า แค่มันมีแนวโน้ม

แม้แต่นาทีนี้ คำตอบสำหรับคำถาม “หงส์สุกงอม ?” ก็ยังอึกอักไม่ชัดเจนอยู่ดี  เพียงคำว่า “มีแนวโน้ม” สมควรเปลี่ยนใหม่เป็น “มีโอกาส” 

คล็อปป์ สามารถเปลี่ยนแนวโน้มจากความคาดหวังของแฟนหงส์ ให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ ด้วยการรั้่งจ่าฝูง และเป็นทีมเดียวที่ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น

กว่า 4 เดือน ลิเวอร์พูล ประคองตัวเองฟันฝ่าอุปสรรค เคยเฉียดตายมาก็หลายครั้่ง จะว่ามีโชคเข้าข้างเหมือนที่โชเซ่ มูรินโญ่ พูดถึงสามเกมก่อนแดงเดือด (ชนะเอฟเวอร์ตัน, บอร์นมัธ, นาโปลี) ก็ใกล้เคียง 

กระทั่งเหลือแค่การเยือนวูล์ฟส์ กับนิวคาสเซิ่ล ในบ้าน เป็นสองแมตช์และสองทีมสุดท้ายก่อนผ่านครึ่งฤดูกาลแรก 

ผลงาน 17 นัด เขียนว่าชนะ 14 เสมอ 3  ยิงได้ 37 เสีย 7 ประตู เก็บไป 45 แต้ม นำแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ 1 คะแนน 

นี่คือ “โอกาส” ที่กระเถิบฐานะขึ้นมาจาก “แนวโน้ม” เมื่อก่อนเปิดซีซั่น แต่สุดท้ายและท้ายสุด คล็อปป์ จะสานฝันให้แฟนหงส์สำเร็จหรือไม่ นอกจากความสามารถหนึ่ง โชควาสนาก็มีส่วนอีกหนึ่ง 

โชเซ่ มูรินโญ่ พยายามไซโคก่อนพาแมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาแพ้แบบหมดทางสู้ที่แอนฟิลด์ 1-3 ว่าคล็อปป์ จำเป็นต้องคว้าแชมป์กับลิเวอร์พูล จึงจะถูกนับว่าประสบความสำเร็จ

เผินๆ ก็น่าต้องเป็นเยี่ยงนั้น มันคือเหตุผลที่ทำให้มูรินโญ่  ถูกซูฮกว่าเป็นหนึ่งในกุนซือระดับอ๋องที่สุดในโลก

และบางที มูรินโญ่ คงนับตัวเองว่าประสบความสำเร็จที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน หลังได้แชมป์ทั้งลีก คัพ กับยูโรปา ลีก ตั้งแต่ซีซั่นแรก

ผิดกับคล็อปป์ ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะสามปีกว่า ยังวืดวาดคว้าแต่ลม

มูรินโญ่ ในบางอารมณ์ ก็ชอบอ้างอิง fact แต่บางครั้งกลับกล่าวหาคนที่วิเคราะห์ฟุตบอลจากสถิติตัวเลข ว่าเป็นพวกดูบอลไม่เป็น 

ข้อเท็จจริงก็คือฟุตบอลอาจนับกันที่ความสำเร็จ ใครแชมป์มากกว่า เลสเตอร์ ประสบความสำเร็จสูงกว่าลิเวอร์พูล เพราะได้ถ้วยพรีเมียร์ ลีก ไปแล้ว เช่นเดียวกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

แต่สิ่งที่ซ่อนภายใต้ข้อเท็จจริง หรือ fact ที่ว่า คือสถานการณ์ เงื่อนไข ปัจจัย ที่แตกต่างกันของช่วงเวลา 

เลสเตอร์ 2015/16 จะบินสูงไม่พ้นอันดับ 4 หลังผ่าน 17 นัด ถ้าทีมจ่าฝูงของเคลาดิโอ รานิเอรี่ ขี่ไทม์แมชีนมาปัจจุบัน 

45 แต้มของลิเวอร์พูล ในวันนี้ จะทิ้งคู่แข่งไม่น้อยกว่า 6-7 คะแนนในหลายซีซั่น ไม่ใช่โดนแมนฯ ซิตี้ หายใจรดต้นคอแค่แต้มเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจเปิดซิงเป็นแชมป์กับหงส์ไปแล้วก็ได้ ถ้ารอบชิงลีก คัพ เจอกับเซ้าธ์แฮมป์ตัน ไม่ใช่เรือใบสีฟ้า หรือเข้าชิงยูโรปา ลีก เจอทีมด้อยประสบการณ์อย่างอาแจ็กซ์ ไม่ใช่เขี้ยวลากดินแบบเซบีย่า 

แม้แต่ถ้าอลิสซอน เบ็คเคอร์ ย้ายมาเร็วกว่านี้ บางที ลอริส คาริอุส อาจไม่มีตราบาปติดตัวไปจนตาย 

แต่นั่นแหละ ฟุตบอลถูกกำหนดให้เดินสะกดรอยตามสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไป

ถ้าไม่มีช็อตเหวอของคาริอุส ในคืนนั้นที่เคียฟ คงไม่มีอลิสซอน มาเฝ้าเสาที่แอนฟิลด์ ในวันนี้

ถ้าไม่มีความพ่ายแพ้นัดชิงต่อแมนฯ ซิตี้, เซบีย่า และเรอัล มาดริด เป็นบทเรียน คล็อปป์ คงพอใจกับขุมกำลังเท่าที่มีของลิเวอร์พูล 

ถ้ามูรินโญ่ ล้มเหลวตั้งแต่ปีแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ป่านนี้ แฟนผีคงไม่ตามสาบเช้าแช่งเย็น…เมื่อไหร่จะปลดแม่-เสียที !  



RELATED POSTS

Thought

เชลซี ยังขาด “Aggressive Play”

ไข่มุกดำ

ยินดีด้วยกับ “เชลซี” ในชัยชนะ 3 เกมติดต่อกันเป็นทีมที่ 3 ต่อจาก ลิเวอร์พูล และวัตฟอร์ด นะครับ แถมเป็นการเล่นไม่ “โดดเด่น” มากนัก หนำซ้ำยังมาได้ประตูชัยแบบมีโชคจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดิอันเดร เยดลิน หรือแม้กระทั่งจุดโทษประตูแรกจาก เอแดง อาซาร์ ที่ มาร์กอส อลองโซ่ โดนฟาล์วก็อาจไม่ชัดเจนนัก

Thought

มาต้า อยู่ไปก็ไลฟ์บอย

มาริโน่

ช่วงหนี่ง สโลแกน “ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย” ถูกแชร์ต่อหนักหน่วงในโซเชียล  มนุษย์เงินเดือนหลายคนพากันกดไลค์ด้วยความชอบใจคล้ายเก็บกด. สำหรับนักเตะอาชีพ การอยู่ผิดทีม ผิดเวลา ก็มีสิทธ์ลงเอยด้วยจุดจบเดียวกัน วัยรุ่นยุค 20 (พ.ศ.) อย่างผม เคยมีคำพูดเก๋ๆ ว่าอยู่ไปก็ไลฟ์บอย

Feature

การประกาศอำลาทีมชาติบนความเจ็บปวดของ ‘เมซุต โอซิล’

ลูกแม่กิ่ง

ในที่สุดเมซุตโอซิลก็ประกาศอำลาทีมชาติเยอรมนีทั้งที่มีวัยเพียง 29 ปีเท่านั้นโดยสาเหตุของการประกาศอำลานั้นเกิดจากความรู้สึกเจ็บปวดน้อยเนื้อต่ำใจซึ่งเกิดจากเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติและการไม่ได้รับเกียรติจากทุกฝ่า