“หงส์แดง” เหนือคำบรรยาย

ลิเวอร์พูล

สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้อง “ตระหนัก” เสมอ ๆ คือ ทุกทีมที่เจอจะเล่น 110% เช่น ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วิ่งเพรสซิ่ง วิ่งไล่ล่ากันเป็น “ม้า” หรือนัดนี้ที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ใส่ทั้ง เดลี อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ทำให้ 4 จตุรเทพร่วมกับ แฮร์รี และซอน เฮือง-มิน ลงสนามกันครบ

ประเด็นผมคือ ยินดีนะครับที่ได้เห็นทีมปิศาจแดงเล่นดี และทุ่มเท แต่ขอให้เป็นแบบนั้นทุกนัดไม่ใช่เฉพาะกับลิเวอร์พูล หรือ “พอร์ช” เองก็จัดแนวรุกแบบนี้ทุกนัด หรือบ่อยกว่านี้ก็คงจะดี

(ผมพูดในมุมแฟนหงส์แดงนะครับ เพราะแน่นอน หากมองเป็นกลาง การจัดตัวผู้เล่นก็จะขึ้นความพร้อมของตัวเอง และลักษณะการเล่นของคู่แข่งเช่นกัน)

ประตูแรก แย่ทั้งเรื่อง “เวลา” และการสอดซ้อนของ เฮนเดอร์สัน ที่เข้าทะเล่อทะล่า (กัปตันยังเป็นจุดเริ่มต้นการเสียบอลแดนกลางด้วยเช่นกัน) และเปิดทางให้ ซอง เฮือง-มิน ซึ่งกำลังลากจี้หาเทรนท์แตะเข้าทางขวาผ่านตนเองยิงแฉลบลอฟเรนที่มัวแต่ห่วงเอามือแนบข้างลำตัว และบอลแฉลบศีรษะไปชนเสากระดอนมาเข้าทาง แฮร์รี เคน improvise สถานการณ์โหม่งเข้าไป

ต้องชมทั้งเคน และซอน นะครับกับจังหวะ “โต้กลับ” ที่ทำให้แอบคิดเลยว่า อีก 89 นาที สไตล์การเล่น high line ของหงส์แดง และยิ่งต้องบุกมากขึ้นจะ “เข้าทาง” สเปอร์สขนาดไหน?

ประตูแรกมีความสำคัญกับสเปอร์ส และต่อแผนการเล่นที่เตรียมมาซึ่งยิ่งเข้าทาง และความ “มั่นใจ” ที่คงไม่ต้องบอกว่า แนวรุกขับเคลื่อนกันอร่อยโดย “เป้าหมาย” จู่โจมก็คือ ลอฟเรน และพื้นที่หลังเทรนท์

เปาโล กัซซานิกา “ดับเบิ้ลเซฟ” จากซาลาห์ และเฟียร์มิโน่ นาทีที่ 26 และนายด่าน อาร์เจนไตน์ยังเซฟลูกโหม่งจากฟาน ไดค์ กับบอลยิงไกลจากการ cut back จาก รบส.ให้เทรนท์บริเวณ 25 หลา

เรียกว่าเป็นช่วงโหดตอนใกล้ 30 นาทีแรก ไม่นับ มาเน่ โหม่งโล่ง ๆ หลุดกรอบไปเอง

ลิเวอร์พูลไม่ได้ประตูตีเสมอ หรือออกนำลูก 2, 3, 4 ได้อย่างไร? (ยิง 9 ครั้งเข้ากรอบ 5 ครั้ง

เกมที่ “ร้อนแรง” ของลิเวอร์พูลช่วง 15 นาทีแถว ๆ ครึ่งชั่วโมงแรก แลกมาด้วยการตอบโต้เป็นใบเหลือง 2 ใบของ ซิสโซโก และโรสส์ ที่ไปฟาล์วใส่ รบส. และเฮนโด้

ถึง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก การเล่นที่ดีของลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ดังนั้น “แท็คติกส์” ของพอร์ช และสเปอร์สจึงไม่ได้ถูก question mark มากนักเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ในฐานะ No.10 ของอัลลี ที่ไม่เด่นทั้งรุก และรับ

อีกจุดที่เห็นนอกจาก รุก, รับ และทรานซิชั่น ที่หงส์แดงทำได้ไม่ได้แย่ แต่ “ฟรีคิก” deliver โดยเทรนท์เกมนี้ในจุดอันตรายซ้ายขวา และโอกาสยิงโดยตรง 1 ครั้งจากระยะ 20 หลานิด ๆ ตรงกลางประตูท้ายครึ่งแรก จัดว่า ไม่น่าพอใจอย่างมาก

ทุกดอกเตี้ย และ “ต่ำ” เกินไปรวมถึงลูกคอร์เนอร์ (มีหนเดียวที่เปิดให้ ฟาน ไดต์ โหม่งเหน่ง ๆ จากฟรีคิก 2 จังหวะด้านขวาเท่านั้น)

ทำให้ “อาวุธ” ชนิดนี้ของลิเวอร์พูลทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และคงต้องลุ้น open play เป็นหลัก

ครึ่งแรก 0-1 แบบน่าเสียดายที่ลิเวอร์พูลไม่ได้รางวัลอะไรตอบแทนจากการเล่นแย่เพียง 47 วินาทีแรก!

ครึ่งหลัง โจทย์ลิเวอร์พูลยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ ต้องการประตู และต้องเก็บแต้มเต็มให้ได้จากอีกแมตช์ยาก ๆ ของตนเอง และเริ่มต้นได้ดีจากลูกครอสเสาสองของ รบส.และเหมือนเดิมที่ เฟียร์มิโน โหม่งได้ดีลงพื้น และไม่มีอะไรผิดพลาดทว่ากัซซานิกา เซฟได้อีกตามเคย

บอลยาวจาก กัซซานิกา ตกตรงกลางระหว่าง ลอฟเรน และเทรนท์ กระดอนให้ ซอน หลุดเดี่ยวไปยิงแตะหลบอลิสซงยิงชนคาน

Very poor และแย่มากจากทั้งคู่! และทุกครั้งที่ดาวเตะโครเอเชีย 1 v 1 กับแฮร์รี เคน ก็เตรียมถอนหายใจได้เลย

ที่สุด ลิเวอร์พูลมาได้ประตูตีเสมอที่รอคอยนาทีที่ 51 จากการวอลเลย์เสาสองของเฮนโด้ ปลุกแอนฟิลด์ให้ตื่นได้สำเร็จ และพร้อมลุ้น another great comeback ของทีมรัก

หงส์แดงดาหน้าลุยต่อ แต่แน่นอน “อันตราย” ยังเป็นที่ว่างรอบตัว ลอฟเรน และเทรนท์ กับซอน ที่ฉกฉวยโอกาสทางฝั่งนี้ของสนามได้ดี

รวมความถึง 1 ชั่วโมงของเกม รายละเอียดมีเยอะมาก แท็คติกส์ที่ใช้ก็มากไม่แพ้กัน และมี “จุดสำคัญ” ให้จับต้องได้เต็มไปหมดในเกมที่ถึงตอนนี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร นายทวารวัย 27 ปีของทอตแน่ม คือ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แน่นอน

นาทีที่ 62 เอ็นดอมเบเล ถูกเปลี่ยนลงมาแทน วิงค์ อันเป็นการปรับแท็คติกส์ครั้งแรก เพราะถึงจุดนี้ในครึ่งหลัง เทรนท์ กับ รบส.ทำเกม และครอสส์ริมเส้นกันได้อร่อยบ่อยครั้ง

พลังงาน ความแข็งแกร่งของร่างกายน่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วง 20-25 นาทีสุดท้ายที่ต้องลุ้นว่า หวยจะออกอย่างไร?

ขณะที่ เยอร์เกน คลอปป์ ก็ยังมีตัวสำรองให้ได้เปลี่ยนเกมในมือที่น่าสนใจไม่ว่าจะ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อดัม ลัลลานา ที่ต่างทำประตูได้ หรือตัวนำโชคอย่าง โอริกี้

ที่สุดจากจังหวะไม่มีอะไร และแซร์ช ออริเยร์ ซึ่งเสียท่าในแง่ความแข็งแกร่งให้ มาเน่หลายหนก็พลาดเข้าบอลผิดเหลี่ยมเกี่ยวขา มาเน ลงไปกลิ้งคล้ายจังหวะที่ได้จาก มาร์ค อัลไบรท์ตัน ในเกมเลสเตอร์

โม ซาลาห์ สังหาร 2-1 ลิเวอร์พูลแซงได้สำเร็จ และสถิติไม่แพ้ 44 นัดในบ้านดูจะแน่นอนว่าจะคงอยู่ต่อไป

โดยหลังจากเสียประตู สเปอร์สเพิ่งจะมาได้คอร์เนอร์ครั้งแรก และเปลี่ยน ลูคัส มูร่า มาเติมเกมรุกแทน ออริเยร์ ในนาทีที่ 83 โดยโยกซิสโซโกไปเป็นแบ็คขวาแทนอันเป็นการปรับแท็คติกส์อีกครั้งเพื่อเพิ่มพลังในเกมรุก

ภาพตัดกลับมาที่ ซาลาห์นั่งเจ็บข้อเท้าแบบน่ากังวล และก็ไม่รอช้า โจ โกเมซ ถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทนนัยว่า เสริมแกร่งเกมรับขณะที่เหลือประมาณ 6 นาทีจะหมดเวลาปกติซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

นาทีที่ 90 มิลเนอร์ โชว์ประสบการณ์เลี้ยงไปได้ฟาล์วมุมธง ณ จุดที่ต้องลุ้นทดเจ็บอีก 4 นาทีแต่ถือว่า ทำได้ดีในการซื้อเวลา

อลิสซง เซฟสวยเข้าซองจาก ซอน นาทีที่ 92 ท่ามกลางการรอซ้ำจากเคน และนักเตะไก่อันเป็นจังหวะหวาดเสียวสุดท้ายก่อนสเปอร์สจะได้คอร์เนอร์นาทีสุดท้าย และอัลเดอร์ไวเรลด์โหม่งให้ อาซง ได้เซฟ

สุดยอดเกม และเป็นอีกนัดที่ต้องบอกว่า “เหนือคำบรรยาย” สำหรับฟอร์มของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ฉีกหนีแมนฯซิตี้ไปเป็น 6 คะแนนได้อีกครั้ง



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,230 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,877 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,059 ครั้ง

RELATED POSTS

Story

กัตตูโซ่ กับดราม่าปัญหา บากาโยโก้

SPORTDesk. Team

เกมลีกอิตาลี เกมค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เอซี มิลาน ภายใต้การคุมทีมของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ สามารถเอาตัวรอดไปได้ จากกาะเฉือนชนะโบโลญญ่า แต่ทว่าเกมนี้ ดันมาเกิด ‘ดราม่า’ นอกสนามอีก 1 ประเด็น นั่นคือความขัดแย้งระหว่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กับ ลูกทีมของติมูเอ้ บากาโยโก้ ที่เป็นตัวสำรองในเกมนี้

Feature

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า : จะอยู่ หรือไป แล้วทำไมต้อง ยูเวนตุส?

Mr.BOSTON

วัน-สองวันมานี้ ข่าวการย้ายไปคุมทีมยูเวนตุส ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกประโคมขึ้นมาอย่างหนัก โดยเฉพาะจากสื่อฝั่งอิตาลีเอง

Thought

คุณค่าของคำว่าอาร์เซนอลที่หายไป

ลูกแม่กิ่ง

อาร์เซนอล ต้องเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่อีกครั้ง และเป็นวิกฤตที่ดูน่าวิตกเพราะมันมาจาก “ปัญหาภายใน” ล้วน ๆ และปัญหานั้นอาจจะมาจากการหาคุณค่าของคำว่า “อาร์เซนอล” ไม่เจอก็ได้