ลิเวอร์พูล: ยุทธการล้มบาร์ซ่า ในวันที่ไร้ ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน่

อาการบาดเจ็บศีรษะของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้รับมาจากการถูกสะโพกของ มาร์ติน ดูบราฟก้า กระแทกในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบหนักกับ ลิเวอร์พูล เพราะมันจะทำให้เขาลงสนามในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์นี้ไม่ได้แน่แล้ว จากการยืนยันของทีม

นอกจากนี้ “หงส์แดง” จะไม่มี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่เจ็บโคนขาหนีบและลงไม่ได้อีกคน นั่นจะทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องขาดแนวรุกคนสำคัญไปพร้อม ๆ กันถึง 2 คนในเกมที่เป็นรองอยู่ 3 ประตู และจำเป็นอย่างมากที่ต้องยิงประตูให้ได้

คำถามคือ แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้กัน?

“มาเน่” มาแน่

แนวรุก 3 ประสานที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแนวหนึ่งของพรีเมียร์ลีก กลายเป็นเหลือเพียง 1 คือ ซาดิโอ มาเน่ หลังจากที่ โม ซาลาห์ และ บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่ มีอันเป็นไปจนลงสนามไม่ได้ในเกมชี้ชะตาว่า “หงส์แดง” จะได้กลับไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันได้หรือไม่

การไปโดนมา 3 ประตูที่ คัมป์นู ทำให้เกมที่ แอนฟิลด์ ถือเป็นงานหนักอย่างยิ่ง และต่อให้มีกันครบ ทั้ง โม-ซาดิโอ-บ็อบบี้ ก็ยังไม่แน่ว่าจะผ่านเข้ารอบได้ไหม แต่การไม่มี 2 จาก 3 คนดังกล่าว มันทำให้ภารกิจในนัดนี้ เกือบจะกลายเป็น มิสซั่น อิมพอสสิเบิ้ล ไปเลย

แต่ในเวลาที่สิ้นหวัง จงมองสิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ใช่สิ่งที่เสียไป และ ลิเวอร์พูล ยังเหลือ มาเน่ อยู่ มิใช่เสียแนวรุกแนวนี้ไปทั้งสามคนเสียที่ไหน

การมีมาเน่อยู่ในสนาม อย่างน้อยก็ยังไม่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ต้องปวดหัวเกินไปในการจัดทีมลงเจอกับสโมสรจากต่างดาว…เอ๊ย ต่างประเทศในนัดนี้มากนัก เพราะอย่างน้อย เขาก็ยังมีแกนหลักในแนวรุกคอยยืนพื้นในเกมนี้ และที่เหลือ เป็นเรื่องที่เขาต้องคิดเพิ่ม

แน่นอน บทบาท และสิ่งที่แนวรุกเซเนกัล “ต้องแบก” อาจจะมากขึ้นไปด้วย แต่อย่างน้อยการที่ไม่มี ฟีร์มิโน่ และ ซาลาห์ อาจจะทำให้เขาเล่นได้อย่างอิสระมากขึ้น ถึงแม้อาจจะโดนไล่ตามจับหนักขึ้นจากทางฝั่งบาร์ซ่า ก็ตาม

แน่นอน เพราะตอนนี้ ไม่ว่าใคร ๆ ก็คิดว่า เขาคือตัวความหวังคนสุดท้ายของ “หงส์แดง” ที่ยังส่องประกายอยู่ แต่ใครจะไปรู้ว่าคำว่า “ตัวความหวัง” มันอาจจะมีไว้เพื่อให้บาร์เซโลน่า คิด และเชื่อ แบบนั้นก็ได้

ถึงเวลา 3 ช่า “ชากิรี่, โอกิริ, สเตอร์ริดจ์”

723 นาที คือเวลาที่ เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อก โอริกี่ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้ลงสนามรวมกันนับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินเข้าปี 2019 เป็นต้นมา โดยในบรรดาจำนวนเกมทั้งหมดที่ถูกเอามารวมเวลาของทั้ง 3 คน มีจำนวนเกมที่ได้เล่นครบ 90 นาทีจริง ๆ แค่ 2 เกมเท่านั้น คือ ใน สเตอร์ริดจ์ ในเกมล่าสุดกับ นิวคาสเซิ่ล และ โอริกิ ในเกมกับวัตฟอร์ด เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

แต่ ณ วันนี้ ทั้ง 3 คน อาจจะต้องมีอย่างน้อย 1 คน หรือมากกว่านั้น ที่จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมใหญ่กับบาร์เซโลน่า และเป็นเกมที่มีเดิมพันสูงถึงการเข้ารอบชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมเป็นเกมที่เป็นรองก่อนแข่งถึง 3 ประตูด้วย

ในฐานะแนวรุก ทั้ง 3 คน ล้วนสามารถสร้างความแตกต่างได้ แต่ในเกมที่ “ต้องทำให้ได้” แบบนี้ ภาระหน้าที่ก็หนักหนาเป็นทวีคูณ เพราะถ้านับแค่ต้องลงมาเล่นแทนผู้เล่นอย่าง โม ซาลาห์ หรือ บ็อบบี้ ฟีร์มิโน่ ความกดดันที่เข้ามาถาโถมก็หนักเอาการอยู่แล้ว

ทว่า ยังไงก็ตาม ทั้ง 3 คน มีส่วนกับประตูในเกมชนะ นิวคาสเซิ่ลทั้งหมด โดยเริ่มจาก สเตอร์ริดจ์ เขาเป็นคนตอกส้นให้ เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์  ก่อนเปิดให้ โม ซาลาห์ ทำประตู ขณะที่ ชากิรี เป็นคนเปิดฟรีคิก และมีชื่อเป็นคนแอสซิสต์ประตูที่สาม ให้กับ โอริกิ เป็นคนโหม่งเข้าไป

และถึงจะไม่ใช่ตัวหลัก แต่ผลงานการเป็นตัวสำรองของทั้ง 3 คน ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงมาทำประตูชัยในเกมพบ เอฟเวอร์ตัน ของโอริกิ, การทำประตูเชือด “ปีศาจแดง” ของ แชค หรือ การยิงประตูใส่เชลซีก่อนหมดเวลาของ หริด เรียกได้ว่า พร้อมลงสนามทุกคน

โดยทางเลือกสำหรับเจอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมนี้มีไม่มากนัก และดูเหมือนว่า ตัวเลือกแรกในสามคนนี้ อาจจะถูกกุนซือชาวเยอรมันเลือกไว้แล้วด้วย เพราะในเกมกับ “สาลิกาดง” คล็อปป์ ที่อยู่ข้างสนาม พยายามออกปากสอน สเตอร์ริดจ์ ตลอดเกม เพื่อเตรียมตัวเขาให้พร้อมสำหรับเกมนี้กับบาร์ซ่า ซึ่งคล็อปป์ รู้แต่แรกแล้วว่าจะไม่มี ฟีร์มิโน่

แต่ที่เขาไม่คาดคือการต้องเสีย ซาลาห์ ไปอีกคน ซึ่งช่องว่าตรงนี้ ต้องรอดูว่า เขาจะเลือกใครมาทดแทน?

หน้าสองกลางสี่ หรือหน้าสามคลาสสิก

ในบรรดาพรีวิวก่อนเกมของสี่ต่างชาติที่ออกมาตอนนี้ เราสามารถจำแนกแผนการเล่นของทีม “หงส์แดง” ได้เป็น 2 แบบ คือการปรับมาเล่น 4-4-2 โดยใช้ มาเน่ กับ สเตอร์ริดจ์ (บางสำนักก็โอริกิ) ยืนหน้า และอีกส่วนก็เป็นแผนถนัดของพวกเขาคือ 4-3-3

การเล่นในแอนฟิลด์ ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง และ สกอร์ตามหลังห่างขนาดนี้ การเปิดเกมบุกใส่ เป็นตัวเลือกที่น่าจะเป็นไปได้ และทำให้แฟนบอลพอใจ ทั้งยังเป็น สไตล์ของเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างที่สุด

การเสีย 2 แนวรุกตัวหลักไป กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ คล็อปป์ ต้องคิดหนัก จากที่เคยคิดหนักอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะการที่สกอร์ตามหลังในเลกแรกค่อนข้างห่าง แต่ทั้ง 2 แผนที่มีการคาดการณ์กันก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะต่างเป็นตัวเลือกที่อำนวยต่อการเปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่ง

จากข้อมูลที่เรารู้มาว่า คล็อปป์ หวังใช้สเตอร์ริจด์ ลงเป็นหน้าเป้าแทนฟีร์มิโน่ ทำให้ยังพอคาดการณ์ได้ว่า มาเน่ อาจจะได้ถอยมาเล่นริมเส้น ในกรณีหน้า 3 ดังนั้น อีกข้างหนึ่งของแผนนี้ อาจจะเป็นหน้าที่ของ ชากิรี ก็ได้ หรือถ้าเป็นกรณีหน้า 2 คน เมเน่ อาจจะถอยลงมาทำเกมต่ำหว่า สเตอร์ริจด์ เล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ได้ปิดประตูตายที่จะเอา ชากิรี ลงมาเล่นในแดนกลางแต่อย่างใด

อีกตัวเลือกที่น่าสนใจ คือการส่งทั้ง สเตอร์ริดจ์ และ โอริกิ ลงเล่นหน้าคู่ แบบที่เกิดขึ้นในเกมกับนิวคาสเซิ่ล ช่วงท้าย โดยถอยมาเน่ ลงมาทำเกมหลังกองหน้า แล้วใส่ ชากิริ ลงเล่นในแดนกลางตำแหน่งตัวทำเกมบุก ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว สำหรับเกมที่ต้องการประตูเยอะขนาดนี้

ซึ่ง ตอนนี้ แฟนบอลก็คงได้แค่คาดเดาไปก่อนเท่านั้น ส่วนจะจัดทีมยังไงไม่เกิน 12 ชั่วโมงนี้ ก็จะได้รู้กัน

ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ในโลกกีฬา

ฤดูกาลที่แล้ว อาแอส โรม่า ทำเรื่องช็อคโลก ด้วยการเขี่ย บาร์เซโลน่าตกรอบ8ทีมสุดท้าย ทั้งที่ยอดทีมจากแคว้น กาตาลุนญา เอาชนะมาได้ในเกมเลกแรก 4-1 ซึ่งมีผลต่าง 3 ประตู เท่ากับที่ ลิเวอร์พูล กำลังต้องเผชิญอยู่

หลังจากที่ บาร์ซ่า เอาชนะ โรม่า ได้ในวันนั้น หลาย ๆ คนก็เชื่อว่า น่าจะ “หวานหมู” สำหรับทีมต่างดาว และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับโรม่า ที่จะกลับมา

แน่นอน สถานการณ์ที่ ลิเวอร์พูล เจอมันยากกว่า เพราะพวกเขาไม่มีประตูทีมเยือนตุนไว้ แถมถ้าวัดฟอร์มของเมสซี่ ปีก่อนกับปีนี้ ก็ต้องบอกว่า ปีนี้ดุกว่าอย่างเห็นได้ชัย

แต่ใครจะกล้าการันตีกับกีฬา ว่าการที่ลิเวอร์พูล จะกลับมาพลิกชนะนั้น เป็นไปไม่ได้

ใช่แล้ว ยาก ไม่เท่ากับ เป็นไปไม่ได้

ยิ่งกับกีฬาลูกกลม ๆ ที่เรียกว่าฟุตบอลด้วยแล้ว คำว่า “เป็นไปไม่ได้” นั่นแหละ “เป็นไม่ไม่ได้” ที่สุด…



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ฟ้าขาวยังไว้ใจคนวงใน

SPORTDesk. Team

แม้แวดวงข่าวฟุตบอลทีมชาติจะสร่างซาลงไป เพราะฟุตบอลโลกเวอร์ชั่นหมีขาวรัสเซียจบลงไปได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว  อีกทั้งฟุตบอลลีกยุโรปต่าง ๆ ก็งวดใกล้เปิดฤดูกาลเข้ามาทุกขณะ แต่มุมเล็ก ๆในพื้นที่สื่อยังมีแบ่งให้กับข่าวโค้ชระดับทีมชาติที่ยังน่าเป็นประเด็นขบคิด ต่อยอดไอเดียกันได้อีก นั่นก็คือ อาร์เจนติน่า

Feature

5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อนศึกสายเลือดสยาม ‘เจดวลมุ้ย’ ปิดม่านเจลีก

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลเจ-ลีก ลีกสูงสุดจากแดนซามูไร เดินทางมาถึงนัดที่ 34 นัดสุดท้ายแล้ว แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายเล็กๆที่ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า ต้นสังกัดของธีรศิลป์ แดงดา จะหมดสิทธิ์คว้าแชมป์ไปแล้วทั้งๆที่เคยนำโด่ง แต่อย่างน้อยๆ นัดสุดท้ายของฤดูกาล ซานเฟรชเช่ ยังมีตั๋วเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ต้องลุ้นอยู่

Story

โมดริช-โรนัลโด้-ซาลาห์ใครจะเป็นนักเตะยอดเยี่ยมยุโรป

SPORTDesk. Team

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า เพิ่งเปิดเผย 3 รายชื่อนักเตะที่อยู่ใน Shortlist เข้าชิงรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมยูฟ่าประจำปี 2018 หรือ UEFA Player of the Year ซึ่งชื่อที่ปรากฏออกมาได้แก่ ลูก้า โมดริช, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์