หงส์เด็ดแบบนี้ 126 ปีจะมีสักครั้ง

แม้เหล่าเดอะค็อป กองเชียร์ลิเวอร์พูล จะไม่ได้เฉลิมฉลองกับตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ มาตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90 แล้ว แต่สำหรับฤดูกาลนี้พวกเขาเหล่านั้นเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง จากการที่แข้งลิเวอร์พูล สามารถทำสถิติออกสตาร์ตฤดูกาลดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ในรอบ 126 ปี จากการเล่นผ่านไป 15 นัด

พวกเขาเก็บไป 39 คะแนน แถมลิเวอร์พูลของเยอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่แพ้ใคร แบ่งเป็นการชนะ 12 เสมอ 3 มี 39 คะแนน ยิง 30 ประตูและเสียน้อยที่สุด 6 ประตู ยังรั้งรองจ่าฝูงตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้แบบหายใจรดต้นคอแค่ 2 คะแนน โดยนัดล่าสุด ลิเวอร์พูล บุกชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้ 3-1

และหลังจากเล่นพรีเมียร์ลีก ผ่านไป 15 นัด ลิเวอร์พูลเสียเพียง 6 ประตู ซึ่งเป็นสถิติดีสุดตลอดกาล หากนับแค่ 15 นัดแรก เทียบเท่ากับสถิติดีที่สุดร่วมกับแมนฯ ยูไนเต็ด ปี 1985-86, อาร์เซน่อล ปี 1990-91 และ เชลซี ปี 2008-09

สำหรับเกมล่าสุด เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลของเยอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจเสี่ยงเปลี่ยนนักเตะถึง 7 ตำแหน่งจากเกม โดยเฉพาะในแนวรุกที่ 3 ประสานอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ไม่มีใครได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเลย

โดยรูปเกมที่เทิร์ฟมัวร์ เบิร์นลี่ย์เจ้าถิ่นที่ออกนำไปก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจาก แจ็ค คอร์ก แต่จากนั้นเหมือนเป็นการไปกระตุกอารมณ์อันเกรี้ยวกราดของแข้งลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาไล่ยิงคืน 3 ประตูรวดจาก เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ เซอร์ดาน ชาคิรี่

การที่มิลเนอร์ยิงประตูได้ในเกมนี้ ทำให้ เขายิงในพรีเมียร์ลีกได้เป็นเกม ที่ 50 และเมื่อไรก็ตามที่มิลเนอร์ยิงได้ ทีมจะไม่พ่ายแพ้เลย แบ่งเป็น ชนะ 39 เสมอ 11

หลังจบแมตช์ เจมส์ มิลเนอร์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษชื่นชมสปิริตรุ่นน้องทุกคนโดยเฉพาะลูกที่สามเกิดจากการป้องกันอันยอดเยี่ยมของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จากนั้นเปลี่ยนรับเป็นรุกโต้กลับได้ประตูย้ำชัยในที่สุด

“นี่คือการแสดงความเป็นตัวตนออกมาหลังจากลิเวอร์พูลต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน นี่คือการคัมแบ็คในสิ่งที่เราคาดหวังจะเห็นจากสปิริตอันแรงกล้าของทีมชุดนี้” เจมส์ มิลเนอร์ เปิดใจ

ขณะที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล ยังไม่แพ้ในการเล่นพรีเมียร์ลีก 15 นัดแรก เทียบเท่าสถิติสูงสุดของสโมสรลิเวอร์พูลที่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เคยทำไว้เมื่อปี 2007

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสัญญาณที่ดีทั้งหลาย ลิเวอร์พูลก็ต้องเจอกับข่าวร้าย เมื่อโจ โกเมซ มาบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก ตั้งแต่นาที 23 และเยอร์เก้น คล็อปป์ ถึงกับต้องออกปากบ่น การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน สจ๊วร์ต แอตเวลล์ ที่ปล่อยเกมมากเกินไป และนักเตะเบิร์นลี่ย์ เล่นหนักเกินกว่าเหตุ แต่สุดท้ายแข้งเบิร์นลี่ย์ โดนการเตือนด้วยใบเหลือแค่คนเดียว

“นักเตะเบิร์นลี่ย์ พยายามเล่นให้ดุดัน ความดุดันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล คุณพยายามทำบางอย่างจนต้องมีคนบอกว่าให้ระหวังหน่อย มีหลายจังหวะที่ก็ไม่ใช่ว่าจะปะทะหนักเกินไปหรอก แต่การที่สไลด์ 6-7 หลาแย่งบอล ผมบอกผู้ตัดสินว่ามันไม่ฟาวล์หรอกแต่ช่วยเตือนนักเตะเบิร์นลี่ย์หน่อยนะว่า ทำแบบนั้นไม่ได้” เยอร์เก้น คล็อปป์บ่น

สุดสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล ต้องออกไปเยือนบอร์นมัธ ทีมอันดับ 7 และหากหงส์แดงชนะได้ขึ้นมา พวกเขามีสิทธิ์กดดันแมนฯซิตี้ จ่าฝูงต่อเนื่อง เพราะเรือใบสีฟ้า มีเกมหนักต้องไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ของเชลซี ซึ่งน่าจะเป็นเกมที่ออกได้ทั้ง 3 หน้า

…หากทุกอย่างเป็นใจ และเข้าทางลิเวอร์พูลขึ้นมา เมื่อผ่านพ้นพรีเมียร์ลีกในนัดที่ 16 ไป…ลิเวอร์พูลอาจจะขึ้นเป็นจ่าฝูง ก็เป็นได้…



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ผีเสริมกันชน

มาริโน่

ในห้วงเวลา 5 ปีหลังจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ล้างมือในอ่างทองคำที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเผชิญภาวะ “ตกหลุมอากาศ” อย่างแรง

Story

คัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ : คูบิซ่าหวนคืนวงการ F1 รอบ 8 ปี

SPORTDesk. Team

โรเบิร์ต คูบิซ่า ชื่อนี้เคยวนเวียนอยู่ในแวดวงกีฬารถสูตรหนึ่ง หรือ F1 เมื่อราว ๆ 10 ปีที่แล้ว เพราะเขาคือนักขับวัยรุ่นฝีมือดีคนหนึ่งของวงการศึกชิงเจ้าความเร็วแห่งแทร็ก

Thought

เก่ง ขยัน แถมเล่น “เป็นทีม”

ไข่มุกดำ

“เหนือกว่า” สกอร์ไลน์ยิงกระจาย 6-1 ใส่เซาแธมป์ตัน พร้อม “สุดยอด” สถิติมากมายหลายประการในฟุตบอลแมตช์เดียวไม่ว่าจะ ครองบอล, ผ่านบอล, โอกาสทำประตู, ระยะทางการวิ่งของทั้งทีม ฯลฯ ก็คือ การเล่นเป็นทีม!