เส้นคั่นบางๆ ระหว่างโอซิล กับฟอสซิล

27 November 2018
527 VIEWS

หลายทีมมักมีนักเตะประเภทหนึ่งที่สร้างความแตกแยกผ่านมุมมองในหมู่แฟนบอลแบบยืนกันคนละฟากฝั่ง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือนักเตะพรรค์นั้นของลิเวอร์พูล สืบสานมรดกต่อจากลูคัส เลว่า ที่ต้องใช้เวลาร่วมสิบปีถึงเอาชนะใจเด็กหงส์

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมีมารูยาน เฟลไลนี่ รวมถึงโรเมลู ลูกากู เป็นตัวแถมในนักเตะอย่างว่า

และสำหรับอาร์เซน่อล แน่นอนว่าคนนั้่นหนีไม่พ้นเมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ผู้มีเทคนิคขั้นเทพ แต่เรื่องความขยันและทุ่มเท โดนวิจารณ์ว่าติดลบ!

เหล่ากูรูบนจอทีวี บอกว่าด้วยสไตล์ของโอซิล ทำให้ง่ายต่อการโดนจับผิด และกลายเป็นแพะในเวลาที่ผลงานของทีมออกมาไม่ดี

อย่างที่เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตหลังเยอรมัน กระเด็นตกรอบแรกฟุตบอลโลกครั้่งล่าสุด และเพลย์เมคเกอร์เบอร์ 10  ผู้นี้ ถูกแฟนอินทรีเหล็กด่ายับจนต้องประกาศตัดขาดกับทีมชาติไปเลย

ในทีมปืนใหญ่ยุคอาร์แซน เวนเกอร์ ครองเมือง บรรดากูนเนอร์สก็มีทั้งชื่นชม โดดปกป้องโอซิล เฉพาะอย่างยิ่งในปีท้าย ๆ ที่ผลงานของทีมเริ่มปักหัวลง

กับฝั่งที่มองว่าเขาคือหนึ่งในต้นเหตุความตกต่ำ เพราะการเป็นลูกรักของเวนเกอร์ ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นวรรณะภายในห้องแต่งตัว

หลังความเปลี่ยนแปลงบนเก้าอี้กุนซือในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือโค้ชใหม่อย่างอูไน เอเมรี่ ไม่ได้ “โอ๋” หรือให้ความเกรงใจโอซิล ว่านี่คือซูเปอร์สตาร์

เขาไม่ได้สร้างทีมโดยมีโอซิล เป็นไข่แดง เป็นศูนย์กลางเหมือนเวนเกอร์ แต่ตรงข้าม เอเมรี่ พยายามผลักดันนักเตะให้เข้ามาสู่ฟุตบอลในรูปแบบที่ต้องการให้เป็น

ต้นฤดูกาล เอเมรี่ เคยพูดถึงประเด็นนี้ว่ามิดฟิลด์วัย 30 ยังมีปัญหาในบทบาทเกมรับ การเป็นคนที่ต้องจุดชนวนไล่บีบแย่งบอลจากคู่แข่งในแดนบน และความแข็งแรงในการเบียดปะทะ

อดีตกุนซือเซบีย่า และเปแอสเช  ผ่านร้อนผ่านหนาว ทำงานกับนักเตะแบรนด์เนมกว่านี้มาก็แล้ว ไม่ใช่มือใหม่หัดคุม ฉะนั้น การวิจารณ์ลูกทีมคนดังออกสื่อจึงถือเป็นเรื่องสิว ๆ

ไม่เท่านั้น เอเมรี่ ยังงัดมาตราการโหดในเกมล่าสุดที่พาทีมบุกชนะบอร์นมัธ 2-1 ด้วยการดร็อปโอซิล จากไลน์อัพตัวจริง แถมไม่เรียกให้ลุกมาวอร์ม อย่าว่าแต่ส่งลงสนามตลอด 90 นาที

ภาพโอซิล นั่งจ๋องในซุ้มสำรองถูกแชร์บนโซเชียล ชวนให้นึกถึงชะตากรรมที่ตกเหวไปรอล่วงหน้าของอดีตสหายร่วมทีมอย่างอเล็กซิส ซานเชซ ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เอเมรี่ ให้เหตุผลกับกองทัพสื่อแบบไม่มีเม้มปากว่านี่คือเกมที่ “เรียกร้อง” อย่างมากจากลูกทีม ทั้ง physicality,  work-rate และ intensity

แปลรวมๆ ก็คือเขาต้องการความถึกและทุ่มเทจากลูกทีมเพื่อเอาชนะพลังฮึดของเจ้าถิ่นอย่างบอร์นมัธ

ฟุตบอลของอาร์เซน่อล ในยุคเอเมรี่ ต้องทำงานหนักทั้ง 11 คนในสนาม  ไม่ใช่ 10+1 หย่อนยานไปแม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้

เป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่โอซิล ถูกดร็อปด้วยเหตุผลทางแท็คติก หลังจากเคยพลาดเกมกับเวสต์แฮม และฟูแล่ม เนื่องจากป่วยและบาดเจ็บ

สองเกมที่ว่า อาร์เซน่อล ก็ไล่ทุบขุนค้อน 3-1 ก่อนบุกถล่มเจ้าสัวน้อย 5-1 เกมรุกยังร้อนแรง เผลอ ๆ จะดุดันกว่าด้วยซ้ำ

และคาดว่าแท็คติก “ถอดโอซิล” ในเกมเยือนโหดหิน จะไม่ใช่แค่แผนฉุกเฉินชั่วคราว แต่เอเมรี่ อาจตั้งใจใช้มันเป็นกิจวัตร

ว่าไปก็น่าเสียดายกับค่าเหนื่อยที่สโมสรประเคนใส่พานสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ ตอนต้นปี

บางคนบอกว่านี่คือหายนะชิ้นท้าย ๆ ที่เวนเกอร์ ทิ้งให้ดูต่างหน้า เพราะมันทำลายโครงสร้างค่าเหนื่อยของทีมปืนใหญ่แบบไม่มีชิ้นดี

ทุ่มเงินให้นักเตะคนหนึ่งสัปดาห์ละขนาดนี้ แต่ใช้งานได้แค่บางสถานการณ์ ขณะที่อีกสถานการณ์กลับไม่เหมาะในสายตาโค้ชใหม่

เอฟเฟ็กต์จากการยอมพลีชีพเพื่อนักเตะคนเดียว ยังส่งผลถึงความพยายามเจรจาต่อสัญญากับแอรอน แรมซี่ย์  จบด้วยการพังไม่เป็นท่า

เพราะแรมซี่ย์ ย่อมมองโอซิล เป็นตัวอย่าง สัญญาเหลือปีสุดท้ายคล้ายกัน นักเตะวัดใจสโมสรว่าจะเพิ่มค่าเหนื่อย หรือปล่อยให้จากไปแบบฟรี ๆ

โอซิล สร้างสแตนดาร์ดสูงเวอร์บนความผิดพลาดของอาร์เซน่อล ที่หน้ามืดใจใหญ่เพราะกลัวเสียซูเปอร์สตาร์ตามซานเชซ ไปอีกคน

จึงเป็นไปได้ที่พวกเขาไม่อยากเดินหมากพลาดซ้ำสองกับรายของแรมซี่ย์

ยอมปล่อยมิดฟิลด์วัย 28 ทั้งที่ยังเหลือเวลาใช้งานอีกหลายปี และเก็บคนที่สุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นเพชร หรือซากฟอสซิลกันแน่…