ชีวิตที่เหมือน โรลเลอร์ โคสเตอร์ ของ แอนดี เมอร์รีย์

แอนดี เมอร์รีย์
21 October 2019
89 VIEWS

หลายท่านคงจะทราบข่าวการกลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ของ แอนดี เมอร์รีย์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกในเทนนิส ยูโรเปียน โอเพน ที่ แอนท์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ด้วยการเอาชนะ สตานิสลาฟ “สแตน” วาวรินกา อดีตนักเทนนิสระดับแชมป์แกรนด์สแลม ผู้เคยขึ้นสูงถึงมือ 3 ของโลก

การกลับมาครั้งนี้คงจะไม่ใช่เรื่องที่มหัศจรรย์ หรือ แสนวิเศษราวกับเทพนิยาย ถ้า นักเทนนิสวัย 32 ปีชาวสก็อตแลนด์ ไม่เคยบาดเจ็บหนัก จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม จนถึงเคยเปรย ๆ ว่าจะเลิกเล่นเทนนิสมาก่อน เรื่องนี้จริงจังขนาดที่ ในออสเตรเลียน โอเพ่น ปีนี้ ทางฝ่ายจัดถึงกับทำคลิปวีดีโอ อวยพรให้เขาโชคดีหลังวางมือจากวงการเทนนิสกันไปแล้วด้วย

ชีวิตมีขึ้น มีลง เป็นธรรมดาก็จริง แต่ชีวิตของ เมอร์รีย์ ขึ้นสูงและลงต่ำราวกับโรลเลอร์ โคสเตอร์ อย่างแท้จริง 

หลังจากคว้าแชมป์ เทนนิส ดูไบ อินเตอร์เนชันแนล โอเพ่น เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2017 เมอร์รีย์ ไม่เคยคว้าแชมป์เทนนิสรายการไหนอีกเลยนับจนมาได้แชมป์ที่ แอนท์เวิร์ป นับเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี โดยชีวิตบนจุดสูงสุดของบรรลังก์เทนนิสโลก ก็เริ่มดิ่งลงในวันที่ 14 สิงหาคม 2017 เมื่อนั่นคือสัปดาห์สุดท้ายในชีวิตที่เขาได้เป็นมือ 1 ของโลก

หลังจากชีวิตดิ่งสู่ขาลงเพราะอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้เค้นฟอร์มเก่งไม่ออก ผ่านไปยังไม่ถึงปีดี แอนดี เมอร์รีย์ ก็พบว่าเขาต้องหล่นมาอยู่ในจุดต่ำที่สุดของวงการเทนนิสเท่าที่เขาเคยเผชิญมาในชีวิตด้วยการเป็นมือวางอันดับ 839 ของโลก ในการจัดอันดับวันที่ 16 กรกฎาคม 2018 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาพยายามกลับมาอีกครั้ง หลังจากต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ได้รับในปีที่ผ่านมา และตัดสินใจพักการแข่งขันไปตั้งแต่ตกรอบจากรายการ บริสเบน อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อเดือนมกราคมในปีเดียวกัน

การผ่าตัดรักษาอาการในครั้งนั้นเหมือนจะเป็นไปด้วยดี เขาเริ่มกลับมาเล่นเทนนิสได้อีกครั้ง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็เข้ารอบลึก ๆ ได้บ้าง จนกระทั้งอาการบาดเจ็บที่เขาคิดว่าจะหายไปแล้ว กลับมาถามหาเขาอีกครั้งทำให้เขาต้องพักการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกันยายน 2018

จากการต่อสู้อันยาวนาน ทำให้ เมอร์รีย์ เหนื่อยและท้อใจ จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมอร์รีย์ เคยเอ่ยปากว่าเขาอาจจะตัดสินใจจบอาชีพนักเทนนิสลงในการเล่นวิมเบิลดันฤดูกาลนี้ ในบ้านเกิดของเขาที่สหราชอาณาจักร

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เขากลับมาได้ก็มาถึง เมื่อเขาตัดสินใจยอมเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยครั้งแรกที่เขาประกาศเรื่องนี้ออกมา ทุกฝ่ายเชื่อว่าเขายอมแพ้จากการเล่นเทนนิสอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากไม่เคยมีนักเทนนิสคนไหน ที่กลับมาได้เลยหลังจากการเข้ารับการผ่าตัดในเคสแบบนี้แม้แต่คนเดียว

การผ่าตัดของ เมอร์รีย์ เป็นไปด้วยดี เขาเริ่มกลับมาซ้อมได้อีกครั้ง สัญญาณของเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ใครคิดว่าเขาจะได้กลับมาเล่นในระดับสูงอีกครั้ง เขาเริ่มกลับมาเล่นเทนนิส พร้อมกับเปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บที่เคยรบกวนเขาหายไป เขาไม่มีความเจ็บปวด กำลังใจดีขึ้น แต่เขารู้ว่า สภาพร่างกายเขายังไม่เหมือนเดิม เขาจึงเลือกลงเล่นเทนนิสชายคู่กับ เฟลิเซียโน โลเปซ ใยรายการที่ ควินส์ คลับ ซึ่งมันจบลงด้วยการคว้าแชมป์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรสวรรค์ที่เขาเคยมีไม่ได้หายไป และเป็นสัญญาณครั้งสำคัญของการกลับมาด้วย

หลังจากการลงเล่นประเภทคู่อีก 2 รายการ เขาตัดสินใจกลับมาเล่นในประเภทเดี่ยวครั้งแรกที่เทนนิสระดับมาสเตอร์ อย่าง เทนนิส เวสเทิร์น แอนด์ เซาเธิร์น โอเพ่น แม้จะตกรอบแรกด้วยการพ่าย ริชาร์ด กัสเกต์ แต่มันก็ทำให้เขาเห็นว่า ตัวเองยังสามารถเล่นเทนนิสในประเภทเดี่ยวได้ 

พัฒนาการก้าวต่อมาคือการเก็บชัยชนะในประเภทเดี่ยวได้ครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม ในเทนนิส ซูไฮ โอเพ่น รายการอุ่นเครื่องก่อน เซี่ยงไฮ้ มาสเตอร์ และนั่นทำให้เขารู้ว่าเขาพร้อมแล้ว สำหรับการกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง และนำมาสู่แชมป์รายการล่าสุดจนได้ และเขาทำมันได้พร้อมกับน้ำตา ซึ่งอาจจะเป็นส่วนผสมของความสุข และ ความอัดอั้นตันใจตลอด 2 ปีที่ผ่านมารวมกัน

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ ทำให้เขาอยากคิดถึงแผนการณ์ในอนาคตมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เขาปฎิเสธที่จะพูดเรื่องนี้มาตลอด

“ตอนนี้ผมจำเป็นต้องพูดเกี่ยวกับอนาคตของผมเพิ่มมากขึ้นแล้ว และ ผมจะมองโลกในแง่ดีขึ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย” เขากล่าวในงานแถลงข่าวพร้อมรอยยิ้ม

“มันเป็นเพราะว่าในสองสามปีที่ผ่านมา มันยากสำหรับผมมาก ๆ และ เทนนิสเป็นอะไรที่ผมรักที่จะทำ ผมไม่ได้คาดหวังผลที่มันออกมาในวันนี้จริง ๆ มันยังมีเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้ผมร้องไห้ออกมาในวันนี้

“ตอนนี้สะโพกผมดีมาก ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป ซึ่งมันมหัศจรรย์มาก นั่นทำให้ผมประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น และ ยังทำให้ผมได้มีความสุขกับสิ่งที่ผมทำด้วย”

จากวันที่เขายิ้มแย้มด้วยการเป็นมือ 1 ของโลกเหนือ โนวัค ยอโควิช ปลายปี 2016 เมอร์รีย์ ไม่ได้มีโอกาสแถลงข่าวอย่างอารมณ์ดีพร้อมรอยยิ้มบ่อยนักนับจากนั้น และสองปีที่ผ่านมา การแถลงข่าวของเขาแทบไม่ได้เปื้อนรอยยิ้มเลย และบางครั้งมันเปื้อนน้ำตาแทนเสียด้วย

ชีวิตก็เช่นนี้ มีขึ้น มีลง มีสุข มีเศร้า แต่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสุขที่ อดีตนักหวดหมายเลข 1 ของโลกคนนี้กำลังได้รับ มันมาจากตัวเขาด้วย

ตัวเขา ที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม และอาการบาดเจ็บ

มันมาจากตัวเขา ที่สู้ต่อ และ ไม่ยอมแพ้ และ สู้ต่อ จนเป็นผู้ชนะ…อีกครั้ง!

เกร็ดน่ารู้

  • เมอร์รีย์ ก้าวขึ้นไปรั้งอันดับ 127 ของโลกหลังจากคว้าแชมป์ ยูโรเปียน โอเพ่น
  • นี่เป็นการกลับมาอยู่ในมือท็อป 150 ของโลกครั้งแรก นับตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2018
  • นี่เป็นแชมป์ประเภทเดี่ยวรายการที่ 42 ในอาชีพของเขา
  • ทีมเทนนิสสหราชอาณาจักร เลือกเขาเป็นกัปตันทีม เดวิส คัพ ทันทีหลังเขาคว้าแชมป์รายการนี้
  • เมอร์รีย์ เป็นนักเทนนิสคนแรก และ คนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์เทนนิสโอลิมปิกได้สำเร็จ
  • เขามีโอกาสได้เหรียญทองเหรียญที่ 3 ในปีหน้าด้วย ถ้ารักษาฟอร์มการเล่นไว้ได้