บทเรียนสอนใจ “ช้างศึก” ไทย แพ้ได้แต่อย่าถอย

14 November 2019
190 VIEWS

การเล่น “นอกบ้าน” มีข้อโพสิทีฟสำหรับทัพ “ช้างศึก” ตรงที่เจ้าบ้านทุกทีมในอาเซียนที่โดยฝีเท้า และศักดิ์ศรี เกียรติประวัติ “เป็นรอง” ทีมชาติไทยจะไม่สามารถตั้งรับได้ 100% ต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง และเมื่อรัดกุมน้อยลง ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับโอกาสแรกในเกมก็สามารถเบิกร่อง 1-0 ได้ตั้งแต่นาทีที่ 7

อย่างไรก็ดี ทีมชาติไทย ไม่สามารถ “ฉกฉวย” ความได้เปรียบจากประตูแรก และยุทธวิธีการเล่นของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่อาจไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ก็ “วัดใจ” ลูกทีมกุนซือ ตัน เชง โฮ ที่เล่นได้ดีด้วยกลยุทธ์ ระบบ และผู้เล่นเทียบตำแหน่งต่อตำแหน่งกับทีมชาติไทยได้แบบไม่เป็นรอง หากไม่เหนือกว่าเล็กน้อย

เกมรับ ทีมชาติไทยของ อากิระ นิชิโนะ ยังใช้แนวทางเดิมนั่นคือ รับทั้งทีม และรับจากแดนบน และดันไลน์หลังค่อนข้างสูง 35 – 40 หลาเพื่อให้เกม compact ขณะที่แดนบนนำโดยไลน์ของ ธีรศิลป์ แดงดา ก็จะเพรสซิ่งสูง แต่ไม่ได้ดุดัน หรือ aggressive แบบสุด ๆ ทว่าก็เพียงพอจะ “ขมขู่” การบิ้วท์เกมจากแดนหลังคู่แข่งได้

หรือสามารถทำ counter pressing เวลาเสียการครอบครองบอลขณะทำเกมรุกเพื่อปรับ transition เป็นเกมรับอย่างสมูธได้แบบทันท่วงที

เอเลียส ดอเลาะห์ ถูกเลือกลงสนามเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มานูเอล ทอม เบียห์ร ที่ไม่ได้แปลกอะไร เพราะนิชิโนะชอบเซนเตอร์ฯ ที่เล่นบอลด้วยเท้าดี แม้เอเลียส จะมีลูกโฉ่งฉ่างบ้างก็ตามทีทว่าก็ยังนำหน้า พรรษา เหมวิบูลย์ หรืออดิศร พรหมรักษ์ ตาม “สเปค” คะแนนของกุนซือญี่ปุ่น

ฝั่งซ้าย กรกช วิริยอุดมศิริ ลงมาแทนธีราทร บุญมาทัน ที่ติดโทษแบนก็ไม่แปลก เพราะอย่างน้อยเกมรับดีกว่า ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่คาดการณ์กันไว้ และมีทีเด็ดที่ลูกครอสส์

จะมี “เอ๊ะ” นิด ๆ ตรง ทริสตอง โด ได้กลับมาทั้งที่เกมชนะยูเออี นิติพงษ์ เสลานนท์ เล่นได้ดีมาก ๆ ทั้งรับ และรุก

นอกนั้นแดนกลางยังเป็นคู่ สารัช อยู่เย็น + พิธวัตต์ สุขจิตธรรมกุล โดยมี สุภโชค สารชาติ – ชนาธิป – เอกนิษฐ์ ปัญญา ยืนเรียง 3 สนับสนุนธีรศิลป์ ในระบบ 4-2-3-1

แม้จะได้ประตูนำเร็ว และเกมรับ กับจังหวะ transition ทำได้ดี ทว่าเกมรุกพอไม่มี ธีราทร จะเห็นได้ชัดว่า สูญเสียประสิทธิภาพฝั่งซ้ายไปเยอะมาก 20-30% และสุภโชคก็ไม่ได้มีช่อง หรือมีโอกาสได้ทำเกมรุกเหมือนนัดที่ผ่าน ๆ มา

ฝั่งขวา เอกนิษฐ์ มีส่วนกับประตูแรก และเกือบจะเปิดลักษณะเดียวกันให้ชนาธิปได้ด้วยตอนท้ายครึ่งแรก แต่ “เจ” ไปล็อกหลบ และเน้นชัวร์มากไปจนไม่ได้ยิง

อย่างไรก็ดี ทริสตอง โด ยังไม่ได้มีบทบาทเกมรุกมากนักเหมือนเกมก่อนหน้านี้ของเจ้าตัวกับทีมชาติ

ต่างจากมาเลเซีย ที่ระบบ 4-3-3 และยามรุกจะมี 4-5 คนนำโดย ซียาฟีก อาหมัด (ตัวกลาง) และริมเส้น ซาฟารี ราชิด กับโมฮามาดู ซูมาเรห์ สนับสนุนโดย โมฮาเหม็ด ซายเมอร์ และเบรนแดน กาน ถือว่า ทำได้หวาดเสียวโดยเฉพาะการเจาะด้านขวา 1 v 1 หรือ 2 v 2

เกมรับก็ถือว่าดี และนำโดย อซาม อับดุล อาซี มิดฟิลด์ตัวรับ อยู่หน้าเซนเตอร์ฯ กัปตันทีม ไอดิล ซาฟูอัน และชาห์รูล ซาอัด โดยพอมีจังหวะฟูลแบ็กซ้ายขวา คอร์บิน อ่อง กับซยาห์มี ซาฟารี ก็เด่นทั้งรับ และเติมรุกเช่นกัน ดังนั้นจึงถือว่า ตัน เชง โฮ เองก็ไม่ธรรมดากับการวางแผน และรูปแบบวิธีในการเล่น

ดังจะเห็นได้จากประตู 1-1 หรือนำ 2-1 หรือจังหวะโต้กลับหลาย ๆ ครั้ง

ขณะที่ไทย เกมรุกที่น่ากลัวจะมาจากตรงกลางที่บอลไดเร็คต์ไปธีรศิลป์ “พักบอล” รอเพื่อนซัพพอร์ต แต่ก็ไม่ง่าย เพราะแนวรับเสือเหลืองพร้อมเข้าประชิดไวตลอดเวลา

นอกนั้นเราไม่สามารถ dominate หรือครอบครองความได้เปรียบในเกมนี้ได้เห็นเด่นชัดเลย หรือมีช่วงเวลาที่ดี (อาจมีบ้างตอนท้าย ๆ ครึ่งแรกนิดหน่อย) แบบต่อเนื่อง ยาวนาน

ประตูตีเสมอ 1-1 หากจะ “จับเหตุ” กันจริง ๆ คงต้องบอกว่า สารัช น่าจะตระหนัก และวิ่งตามเข้าประชิดกองกลางหมายเลข 14 โมฮาเหม็ด ซายเมอร์ ที่วิ่งหาที่ว่างในกรอบเขตโทษได้ดีกว่านี้ และเช่นกันบอล cut back กลับมายังไปเข้าทางมิดฟิลด์อีกคนเบอร์ 15 เบรนแดน กาน ยิงได้สำเร็จหน้ากรอบ 6 หลาท่ามกลางผู้เล่นไทย 4 คน

ประตู 2-1 เบรนแดน กาน สะกิดชิพจากบริเวณกรอบเขตโทษให้ซูมาเรย์หลุดหลังไลน์เข้ากดเต็มข้อชนคานตุงตาข่าย ช็อกทีมไทยพอสมควรจากจังหวะบอลโยนจากซ้ายข้ามไปขวา และทำให้เกิดพื้นที่ด้านหลังของไทย (เหมือนประตูแรกที่โยนจากขวาไปฝั่งซ้ายที่เหมือนจะเลยออกไป)

ครับ คงต้อง “ยอมรับ” ว่า เกมนี้ ทีมช้างศึกไม่ได้เหนือกว่า และต้องชมเชยมาเลเซียที่ทำได้ดีจริง ๆ พร้อมตอกย้ำสถิติใน บูกิต จาลิล กับเราว่า มันคือ “เรื่องจริง”

ว่าเรา ไม่เคยชนะ มาเลเซีย ที่บูกิต จาลิล
แพ้ 2-1 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2004
เสมอ 1-1 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2012
แพ้ 3-2 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2014
เสมอ 0-0 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2018
เกมนี้ แพ้ 1-2 คัดเลือกบอลโลก 2022 (ทั้งที่ นำก่อน 1-0)

และไม่เคยชนะ มาเลเซีย ในรายการบอลโลก รอบคัดเลือก
แพ้ 2-0 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ปี 1974
แพ้ 6-4 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ปี 1978
เสมอ 2-2 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ปี 1982

สถิติ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ บุกมาชนะ มาเลเซีย ครั้งล่าสุด จึงยังคงเป็นเมื่อ 39 ปีที่แล้วในเกมอุ่นเครื่องที่บุกมาชนะ 2-0 เมื่อปี 1980 ที่สนามกัวลาลัมเปอร์ สเตเดียม ต่อไป (สถิติจากเพจ “ช้างศึก”)

ทีมชาติไทย ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องรัก เชียร์ และเป็นกำลังใจให้กันต่อไปครับ…