บทเรียนจากม้าลายถึงเรือใบ

10 November 2018
284 VIEWS

ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ภาคแรกของฤดูกาล มาได้จังหวะเหมาะเหม็ง ทั้งสองทีมกำลังอยู่บนเส้นทางของผลงานที่ดี

แมนฯ ซิตี้ ดีมาต่อเนื่อง อาจพูดได้ว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ จนหลายคนเริ่มมีคำถามว่าดีที่สุดของพวกเขาอยู่ที่ไหน จะไปถึงเมื่อไหร่  แล้วหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

หลายทีม เราพอรู้ว่านี่แหละคือพีคสุดแล้ว ดีไปกว่านี้คงยากถ้าไม่ซื้อไม่เสริมเพิ่ม แต่แมนฯ ซิตี้ เป็นข้อยกเว้น ใครว่าหนึ่งร้อยแต้มกับการทำลายสถิตินับสิบอย่างในฤดูกาลก่อน คือดีที่สุดของทีมนี้ เพราะเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังพิสูจน์ว่าไม่จริง เรือใบยังโต้ลมไปไกลได้อีก

เกมรุกไม่ต้องอวยมากให้เจ็บคอ สองนัดหลังถล่มเซ้าธ์แฮมป์ตัน 6-1 กดชัคตาร์ 6-0 สกอร์ครึ่งโหลเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

เฉพาะฤดูกาลนี้ที่เพิ่งเล่นมาแค่ 16 เกม แมนฯ ซิตี้ ยิงคู่แข่งอย่างน้อยห้าลูกไปถึง 5 หน หรือเกือบๆ หนึ่งในสาม

มาตราฐานเรียกว่าถ้าไม่ดีกว่า ก็ไม่ด้อยกว่าเดิมแน่

แต่ที่ยกระดับตามขึ้นมา คือตวามเหนียวแน่นในเกมรับ หนึ่งประตูที่สังเวยให้ทีมนักบุญ เป็นลูกเดียวที่เสียตลอด 7 เกมหลังสุด แม้ว่ามีงานยากอย่างการเยือนเวมบลีย์ (กับสเปอร์ส), แอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล และเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม ของชัคตาร์

ทั้งสามสนาม  เป๊ป พาทีมไปเยือนมาแล้วในฤดูกาลก่อน ปรากฏว่าโดนล่อเป้าทุกนัด โดยเฉพาะที่แอนฟิลด์ แพ้หงส์ในลีก 3-4  ตามด้วย 0-3ในยุโรป

บุกแพ้ชัคตาร์ ในรอบแบ่งกลุ่มชปล. 1-2 ยังดีเอาชนะสเปอร์ส 3-1

นี่คือความต่างที่เห็นได้ชัดสุด โปรแกรมเดียวกันภายในไม่ถึงปี แต่ซิตี้ บุกหักคอไก่ 1-0 เสมอหงส์ 0-0 และล้างแค้นชัคตาร์ 3-0

อย่างไรก็ดี ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ มักทำตัวเหนือการคาดเดา และบ่อยครั้งที่ผลงานหรือฟอร์มหลังโดนฉีกทิ้งลงถังขยะ เพราะไม่มีประโยชน์อันใดแก่การวิเคราะห์

ว่ากันว่าฟุตบอลของแมนฯ ซิตี้ ล้ำหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เพิ่งปีนี้หรือฤดูกาลที่แล้ว แต่อาจแซงไปตั้งแต่ 5-6 ปีที่ผ่านมา

ยิ่งหลังจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปพร้อมกับอัตลักษณ์การเล่นของปีศาจแดงที่หายสาบสูญ หลายคนอาจคิดว่าแมนเชสเตอร์ คงถูกระบายด้วยสีฟ้าแทนสีแดงจนทั่วเมือง

แต่ความพยายามของซิตี้จะกลืนกินทีมคู่ปรับร่วมเมืองเหมือนที่ตัวเองโดนกระทำมาตลอดหลายทศวรรษ ก็ยังไม่สำเร็จแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ต่อให้แมนฯ ซิตี้ ต่อบอลเล่นสวย ดูเหนือชั้่น แต่เมื่อไหร่ที่เจอกัน คาถาของยูไนเต็ด คือแพ้ไม่ได้

ฟุตบอลทั้งคู่ เปรียบคือมวยบ็อกเซอร์ ขึ้นเวทีดวลกับไฟเตอร์

ฝ่ายหนึ่งรุ่มรวยด้วยฟุตเวิร์กชั้นเชิงลีลา แต่อีกฝั่งสืบเท้าก้มหน้าปิดคางแล้วรอจังหวะทิ้งหมัดเด็ด

ฟุตบอลมันวัดกันตรงผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครครองบอลมากกว่า หรือบุกสร้างโอกาสเยอะกว่า

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งทำให้เห็นเมื่อกลางสัปดาห์ ด้วยการบุกโค่นยอดทีมเซเรีย อา  อย่างยูเวนตุส ทั้งที่รูปเกมเป็นรองบานเบอะ

โชคหรือดวงอาจมีส่วน แต่โชคย่อมไม่เกิดขึ้นกับผู้ไม่ขวนขวาย อย่างน้อย นักเตะปีศาจแดงสามารถรักษาช่องว่างตามหลังแค่สกอร์เดียวจนถึงท้ายเกม ประวิงเวลาให้มูรินโญ่ ทิ้งไพ่ไม้ตายที่ทีมม้าลายคาดไม่ถึง

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ยอมรับว่ายูเว่ ไม่มีแผนรับมือมารูยาน เฟลไลนี่ อยู่ในหัว

นี่คือเสน่ห์ของฟุตบอล ยูเวนตุส ก็ดี หรือแมนฯ ซิตี้  ก็ใช่ อาจมีผู้เล่นที่เพียบพร้อมทั้งเทคนิคและความสามารถเฉพาะตัว พวกเขาสามารถรับส่งต่อบอลในพื้นที่แคบ ๆ ทำให้คู่แข่งดูเป็นไอ้งั่ง

แต่วินาทีที่มารูยาน เฟลไลนี่ วิ่งหัวฟูกระเซอะกระเซิงลงสนาม กระทั่งเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก็ดูเล็กไปถนัดตา

ไม่มีใครในทีมม้าลาย ยกเว้นนายประตู วอยเชียค เชสนี่ ที่มีสัดส่วนสูงชะลูดสูสีกับเฟลไลนี่ อีกแล้ว

แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เล่นดี เพียงแต่มีอาวุธยุทธวิธีที่แตกต่างจากเดิม และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ย่อมรู้แก่ใจจากการเจอหนล่าสุด

ดาร์บี้ แมตช์ ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเดือนเมษายน แมนฯ ซิตี้ พับสนามบุกขย่มข้างเดียวในครึ่งแรก โดยที่ยูไนเต็ด ไม่มีหือมีอือ ไม่มีโอกาสตอบโต้

เจ้าถิ่นเดินเข้าห้องแต่งตัวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมกับสกอร์นำ 2-0 ชนะนัดนี้คว้าแชมป์ทันที

แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ไม่มีอะไรโหดร้ายไปกว่าการแพ้ทีมร่วมเมือง และต้องรับสภาพในฐานะแขกร่วมงานฉลองแชมป์

นักเตะปีศาจแดงกลับมาลงสนามครึ่งหลังราวกับมันคือแมตช์เดิมพันด้วยชีวิต

ทั้งไล่บีบ แย่งตัดบอล และเปิดฉากโจมตีใส่ด้วยเกมไดเรคท์ จนเขื่อนป้องกันของซิตี้ พังราบเป็นหน้ากลอง

หลังชัยชนะเหนือยูเว่ และโรนัลโด้….ในแง่หนึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะพกความมั่นใจจากตูริน กลับแมนเชสเตอร์ ก่อนศึกดาร์บี้ แมตช์

แต่เวลาเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ก็ได้อานิสงส์จากสัญญาณเตือนว่าต่อให้เก่งแค่ไหน ฟอร์มดีอย่างไร

หากนี่คือแมนฯ ยูไนเต็ด คือโชเซ่ มูรินโญ่ และคือแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้….