ตำนาน “เทพเอฟเอ็ม” ของ ‘ตอนตอน โซลา มูโกโก’ และบทบาทที่เปลี่ยนไปของ FM

17 March 2020
144 VIEWS

ในระหว่างที่ฟุตบอลสุดสัปดาห์หยุดเตะเพราะการระบาดของโควิด-19 และหลาย ๆ คนออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ เกม น่าจะเป็นแหล่งความบันเทิงที่เรา ๆ ท่าน ๆ หลายคนเลือกใช้ที่จะเผาเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไรทิ้งไป โดยเฉพาะสำหรับคอบอล เกมอย่าง PES, FIFA หรือ ฟุตบอล เมเนเจอร์ น่าจะช่วยแก้เบื่อให้คอบอลที่ไม่มีฟุตบอลดูได้อย่างดี แต่เมื่อพูดถึง เอฟเอ็มแล้ว ก็อดคิดถึงชื่อนี้ไม่ได้

 ‘ตอนตอน โซลา มูโกโก’ อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักในโลกฟุตบอลปัจจุบัน แต่สำหรับคนที่เคยผ่านเกมสุดแคลสสิกแบบ “แชมเปียนชิพ เมเนเจอร์” หรือ ซีเอ็ม ที่ทุกวันนี้อาจจะรู้จักกันในนาม “ฟุตบอล เมเนเจอร์” หรือ เอฟเอ็ม ในยุคแรก ๆ แล้วล่ะก็ น่าจะเคยได้ยินชื่อของตำนานอย่าง ตอนตอน โซลา มูโกโก เจ้าของฉายา “เทพซีเอ็ม” เด็กปั้นดาวรุ่งวัย 15 ปี ของ ดาร์บี เคาน์ตี้ กันมาบ้าง

ความเป็นตำนานเกิดขึ้นเมื่อชื่อของเขาปรากฏในเกมเป็นครั้งแรกด้วยวัย 15 ปี ข้อมูลค่าพลังของเขายอดเยี่ยมน่าจะที่สุดในเด็กวัยเท่ากัน ว่ากันว่าค่าพลังในเกมเขามีทักษะที่ยอดเยี่ยมของผู้เล่นหมายเลข 10 เทียบเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี ในปัจจุบัน และหลายคนก็รู้จักชื่อของเขามาจากเกม แชมเปียนชิพ เมเนเจอร์ หรือ ซีเอ็ม ในสมัยนั้น ก่อนที่ชื่อของเขาจะหายไปจากวงการ ในตอนที่เขาอายุ 19 ปี หลังจากความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

แน่นอน ในชีวิตจริงตอนนี้ ตอนตอน ไม่ได้เป็นที่โด่งดังอะไร เขาไม่ได้เป็นนักฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่ตำนานของเขากับบริษัทสปอร์ตส์ อินเทแรคทีฟ ผู้ผลิตเกม เอฟเอ็ม บริษัทที่สร้างเขาขึ้นมาจนเป็นตำนานนั้น กลายเป็นสิ่งที่เหมือนจะเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกเสียแล้ว ไม่รู้เอาจริงหรือเอาฮา แต่บริษัทผู้ผลิต เอฟเอ็ม ถึงขั้นกับเอาชื่อของเขาไปเป็นชื่อของห้องประชุมหลักของบริษัทด้วยซ้ำไป

แน่นอนว่าหลังจากนั้นมา เราคงเจอ “เทพซีเอ็ม” หรือ “เทพเอฟเอ็ม” กันอีกหลายรุ่น ใครที่เคยเล่นภาคไหน แพตซ์ไหนก็น่าจะเคยได้ยินชื่อเทพของภาคนั้น เช่น เชอร์โน แซมบา, ไรอัน แม็คลาฟฟิน, เวลลิงตัน เนม, ซาเหม็ด เยซิล, ซันนี่, ฟราน เมริดา, เบรโน่, อองรี ไซเวต์, ลุยลินญา, มาร์ค เคอร์, อัสซาเน เอ็นดิอาย และ มักซิม ซิกัลโก มาบ้างแหละ แต่ใช่ว่าเหล่าในซีรีย์เกมนี้ จะมีแต่สตาร์ที่ไปไม่ถึงฝัน เพราะในความจริงก็มีเทพอีกหลายคนที่กลายมาเป็น ซูเปอร์สตาร์ในโลกแห่งความเป็นจริง

ความยอดเยี่ยมในการมีสเกาต์เป็นของตัวเอง และรวมข้อมูลมหาศาลจากกว่า 2,200 สโมสร 116 ดิวิชัน ใน 51 ประเทศของ สปอร์ตส์ อินเทแรคทีฟ ที่ทำให้พวกเขาได้โอกาสในการเป็นมากกว่า “ผู้ผลิตเกม” โดยในปัจจุบันพวกเขาได้ข้อเสนอจากทั้งองค์กรระดับโลก และ สโมสรดังที่เข้ามาขอใช้ฐานข้อมูลที่พวกเขาหามาได้ในแต่ละปี เพื่อนำไปบริหารจัดการและดึงตัวซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่งมาร่วมทีม

จากกที่มีสเกาต์ทั่วโลก และแมวมองเหล่านั้นทำหน้าที่มากกว่าแค่เป็นแมวมองทั่วไป เพราะพวกเขาต้องวิเคราะห์การเล่นของนักเตะเหล่านั้นออกมาเป็นค่าพลังในเกม ทำให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง ซึ่งเมื่อถูกส่งมอบให้กับสโมสรฟุตบอล พวกเขาสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ต่อได้โดยแทบไม่ต้องเดินออกสโมสรไปไหนเลยด้วยซ้ำ และข้อมูลที่ว่ายังครอบคลุมถึง อายุ, ความสูง และแนวโน้มการพัฒนาของนักเตะเหล่านั้นด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่บรรดาสโมสรต่าง ๆ อยากได้จาก สปอร์ตส์ อินเทแรคทีฟ มากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องประวัติอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเตะ และ เอเยนต์ ไม่ค่อยจะเปิดเผยต่อสโมสร แต่จากการมีแมวมองเป็นของตัวเองมาตลอดเกือบ 20 ปี ทำให้บริษัทเกมแห่งนี้ มีฐานข้อมูลอาการบาดเจ็บของนักเตะดาวรุ่งมากกว่าสโมสรใดในโลกด้วย

นอกจากนี้ ในปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีกล้าวไกลเช่นนี้ ทาง สปอร์ตส์ อินเทแรคทีฟ ยังได้ฟุตเทจจากนักฟุตบอลมากกว่า 1,500 คนต่อปี ทั้งจากนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ ไปจนถึงระดับนอกลีก ที่ส่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งเพื่อส่งฟีดแบ็ก และต้องการให้อัพค่าพลังตัวเองให้สูงกว่าที่เป็นในเกมก็มี เพราะพวกเขารู้ดีว่า ข้อมูลเหล่านี้อาจจะไปเข้าตาสโมสรดังในวันใดก็ได้

ในตอนที่ พอล และ ออฟ คอลเยอร์ สร้างเกม “ซีเอ็ม” ขึ้นมาในปี 1992 เพื่อแก้เบื่อให้ตัวเองที่โรงเรียนนั้น เขาคงไม่คิดว่าสิ่งที่เขาสร้างจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ และในวันนี้ เอฟเอ็ม ไม่ได้นิยามตัวเองว่า “บริษัทเกม” อีกต่อไปแล้ว พวกเขาเชื่อมั่นว่า พวกเขาเป็น “บริษัทฟุตบอล” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว