โลรองต์ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ : คุณหมอคนแรกที่จะได้อยู่ในซูเปอร์โบวล์ ในฐานะ ‘ผู้เล่น’

โลรองต์ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ
29 January 2020
282 VIEWS

ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 54 ที่กำลังจะมาถึงในช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้ตามเวลาของแระเทศไทย กลายเป็นการชิงแชมป์กันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ 2 ทีมที่มี ‘สีแดง’ เป็นสีเหย้า และเป็นครั้งแรก ที่ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ มาชิงกับ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส ซึ่งแน่นอนคนอาจจะไปโฟร์กัสถึงการเจอกันครั้งแรกในสนามของ แพทริก มาโฮมส์ กับ จิมมี-จี หรืออาจจะมองไปที่การดวลกันของเกมบุกทีม “หัวหน้าเผ่า” ชนกับเกมรับ “คนตื่นทอง” แต่อีกเรื่องที่น่าสนใจและจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก คือการที่มี ‘คุณหมอ’ จะได้ลงสนามในฐานะผู้เล่นใน ซูเปอร์โบวล์ คราวนี้ด้วย

โลรองต์ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ กำลังจะกลายเป็นคุณหมอคนแรกที่ได้ลงสนามในเกม ซูเปอร์โบวล์ หลังจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย แมคกิลล์ ในมลรัฐควิเบค ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2018 เขาเล่นในตำแหน่ง การ์ดขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะต้องปกป้อง แพทริก มาโฮมส์ ควอร์เตอร์แบคของทีม จากการถูกไล่แซ็ค และเมื่อจอมทัพได้รับการปกป้องที่ดีพอ เขาก็สามารถแผลงฤทธิ์จนพาทีมเข้ามายัง ซุเปอร์โบวล์ได้

แนวเกมบุกวัย 28 ปี เจ้าของส่วนสูง 195 เช็นติเมตร เกิดและเติบโตที่ มงต์ แซงต์ อิแลร์ ในมลรัฐควิเบค นั่นหมายความว่า เขาเป็นแฟรงโกโฟน (คนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก) มาตั้งแต่เกิด ดังนั้นเวลาพูดภาษาอังกฤษ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ มักจะติดสำเนียงภาษาฝรั่งเศสมาอยู่เนื่อง ๆ แต่กระนั้น เขาก็เลือกที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัย แมคกิล สถาบันอุดมศึกษา 1 ใน 3 ของ แคนาดา 1 ใน 3 แห่ง ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน

เขาเข้าลีก NFL ตอนที่เขาศึกษาในคณะแพทย์ปีที่ 3 โดยถูกดราฟต์โดย แคนซัส ซิตี ชีฟส์ และอยู่กับทีมทีมเดียวมาจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นโล่ให้ทั้ง อเล็กซ์ สมิธ ต่อเนื่องมาจนถึง แพทริก มาโฮมส์ และแม้เขาจะมีชีวิตสองด้าน แต่การทำหน้าที่ของเขาต่อทั้งการเป็นนักศึกษาแพทย์ และ นักฟุตบอลก็ไม่เคยตกหล่น โดยในปี 2018 เขาเรียนจบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย แมคกิล ด้วยเกรดเฉลี่ยระดับเกียรตินิยม 3.9 ขณะที่กับ เคซี เขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่พาทีมเข้า ซุเปอร์โบวล์ได้สำเร็จ

เมื่อผมเดินขึ้นเวทีที่มหาวิทยาลัย แมคกิล และรับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต เมื่อปีก่อน มันน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต หลังจากวันนี้ ผมก็น่าจะมีความรู้สึกนี้อีกครั้ง (ในวันอาทิตย์นี้ ในซูเปอร์โบวล์)” คุณหมอมือเจ้าของน้ำหนัก 145 กิโลกรัม กล่าว

“ผมคิดว่า ผมต้องการให้ผู้คนจดจำผมในฐานะ หนึ่งนักเรียนที่เป็นนักกีฬาที่ดีที่สุดในโลก

“แน่นอนว่า คุณต้องการเป็นนักฟุตบอลที่ดี่สุด คุณต้องการเป็นคุณหมอที่ดีที่สุด แต่ การรวมสองอย่างนี้ไว้และทำให้ได้ในระดับสูงนั้น ผมคิดว่า นั่นเป็นจุดมุ่งหมายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผม”

แม้การเป็นคุณหมอ จะทำให้เพื่อ ๆ ของเขาในทีม เรียกเขาว่า คุณหมอ (Doctor) หรือ หมอ (Doc) ในบางครั้ง แต่โดยรวมแล้ว เพื่อนร่วมทีมของเขา จะให้เกียรติเขาในฐานะเพื่อนร่วมทีมโดยเรียกเขาว่า แลร์รี มากกว่า และเรื่องนั้นถูกยืนยันด้วยคำพูดของ อีริค ฟิชเชอร์ แท็คเกิลซ้ายรุ่นพี่ ที่มีหน้าที่สำคัญคอยปิดจุดบอด (Blindside) ของแพทริก มาโฮมส์

เขาเป็นหมอ และ เป็นนักฟุตบอลด้วย ผมคิดว่าเขาก็มีแพชชั่นทั้งสองเส้นทางในชีวิต และ เขาก็เป็นมืออาชีพ เหมือนเราทุกคนในทีม” ฟิชเชอร์ ดราฟต์อันดับ 1 ปี 2013 กล่าว 

พวกเราทุกคนล้วนเป็นมืออาชีพในเรื่องนี้ (เล่นฟุตบอล) แต่เขา เป็นมืออาชีพใน 2 เรื่อง มันเป็นเรื่องที่บ้าบอมากเรื่องหนึ่ง และไม่ใช่อะไรที่คนทั่วไปจะทำได้ สิ่งที่เขาคาดหวั่งเป็นเป้าหมายในชีวิตมันโคตรมหัศจรรย์เลย

ในปี2017 เขาได้สัญญาก้อนโตระยะ 5 ปี เป็นเงิน 42.36 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,295 ล้านบาท ซึ่งการันตีถึง 20.20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 626 ล้านบาท มันเป็นเงินมากพอกว่าที่คนธรรมดาจะหาได้ในชีวิต แต่ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ ก็ยังอยู่กับชีฟส์ และเล่นฟุตบอลต่อไป เขาหวังอย่างเต็มที่ว่าจะได้เข้าไปเล่นใน ซูเปอร์โบวล์ แต่แล้วในปีต่อมาเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เขาบาดเจ็บในสนามระหว่างเกมสัปดาห์ที่ 5 กับ วอชิงตัน เรดสกินส์ ทันทีที่เขามีอาการ เขารู้ทันที่ว่าความบาดเจ็บที่เกิดขึ้น มันคือตรงไหน เขารู้ว่าอาการหนักสุดคือ MCL แต่มันก็มีโอกาสจะเป็นแค่กระดูกไฟบูล่าหักเช่นกัน และเขาตโกนบอกทีมแพทย์ได้ทันทีที่พวกเขาลงมาในสนาม

เคราะห์ดีที่ ดูเวอร์เนย์-ทาร์ดิฟ หายกลับมาทันในปี 2019 และเขากำลังจะทำความฝันที่ 2 ของตัวเองได้สำเร็จ คือการได้ลงเล่นใน ซูเปอร์โบวล์ ส่วนเขาจะเป็นคุณหมอคนแรกและคนเดียว (ในตอนนี้) ที่ได้ชูถ้วย ลอมบาดี โทรฟี หรือไม่ คำตอบติดตามได้ในเช้าวันจันทร์นี้ ตามเวลาประเทศไทย!