ปิดฉากตำนานพ่อมดสีฟ้า | by ลูกแม่กิ่ง

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ครับ

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะในกลุ่มของทีมที่ลุ้นไปสโมสรยุโรป และกลุ่มทีมลุ้นหนีการตกชั้น

อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากนั้นยังมีเรื่อง “ข้างทาง” อีกมากมายที่เกิดขึ้น – หนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นคือการบอกลาของนักเตะจำนวนไม่น้อยที่หมดเวลากับสโมสรของตน

ดาวิด ซิลวา เป็นหนึ่งในนั้นครับ

การจากลาของเขาเป็นสิ่งที่รู้กันมาสักพักใหญ่แล้วครับว่า “El Mago” คนนี้กำลังต้องการมองหาความท้าทายใหม่ และน่าจะเป็นแบบความท้าทายครั้งสุดท้ายในชีวิตการเล่นฟุตบอล

ด้วยวัยที่ล่วงมาถึง 34 ปี กำลังวังชามันไม่เหมือนเดิม เรื่องนี้ไม่ต้องให้ใครบอก เพราะตัวซิลวาเองรู้ดีที่สุด

10 ปีกับซิตี 4 สมัยที่ได้แชมป์ลีก และแชมป์บอลถ้วยอีกมากมายก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เพื่อให้ตัวเขาได้เดินทางต่อ และทีมก็จะได้เดินทางต่อเช่นกัน

พูดแล้วก็ใจหายครับ เวลานั้นผ่านไปเร็วจริง ผมยังจำได้ในการย้ายทีมของซิลวาว่าเป็นการย้ายทีมที่แอบสร้างความประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

เพราะตอนนั้นเขาคือสตาร์ดาวเด่นที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลสเปน และรอวันที่จะย้ายจากบาเลนเซียเพื่อไปอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่สักแห่ง

จะอยู่ทีมไหนก็ได้ ฝีเท้าและมันสมองเขาถึง

แต่ซิลวาเลือกจะย้ายมาอยู่กับซิตี สโมสรที่เวลานั้นยังถูกมองด้วยสายตาเย้ยหยันว่าเป็นแค่ทีมเศรษฐีที่มีดีแค่เงินในกระเป๋าที่จะดูดสตาร์หน้าเลือดทั้งหลาย

จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่สตาร์คนแรก เพราะนักเตะระดับดาราคนแรกที่ซิตีได้มาในยุคของชีค มานซูร์ คือโรบินโญ เจ้าของสมญา “นิว เปเล”

ต่อมาด้วยคาร์ลอส เตเวซ ผู้ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ร้าวและร้อนเป็นไฟ รวมถึงแกเร็ธ แบร์รี, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, โคโล ตูเร

ยามนั้นด้วยบุคลิกและวัย ไม่มีใครคิดว่าซิลวาจะเลือกย้ายมาอยู่ถิ่นเอติฮัด

แต่เขาก็มา และถ้าถามผม ซิลวาน่าจะเป็นสตาร์ “รุ่นใหม่” ชุดแรกที่เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องภาพลักษณ์ของทีม (จริงๆมีมาริโอ บาโลเตลลีด้วย…)

ก่อนที่เซร์จิโอ อเกวโร และอีกมากมายจะตามมาในปีต่อๆมา

ซิลวา เป็นนักเตะที่ไม่ใช่คนพูดเสียงดังฟังชัด แต่สำคัญกับทีมชนิดที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงหรือโวยวายให้มากความ

เขาใช้ฝีเท้าและมันสมองแทนการพูด

จากปีกสู่การเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่เป็นจินตนาการที่นำซิตีกวาดแชมป์มากมาย ในช่วงที่เขาเล่นได้ดีที่สุดนั้น ผมเชื่อว่าเขาดีไม่แพ้ชาบี เอร์นานเดซ หรืออันเดรียส อิเนียสตา

ต่อให้จะเป็นรองอยู่บ้าง ความใกล้เคียงนั้นก็บางและเบาจนแทบจะมองเห็นในระนาบเดียวกัน

ทุกวันนี้ก็ยังเล่นได้อย่างเหนือชั้น และไม่ใช่ใครจะมากินเขาลงได้ง่ายๆ

การเล่นของซิลวานั้นดูเพลิดเพลิน เหมือนดนตรีคลาสสิก นิ่มๆ นุ่มๆ ลื่นหู แต่โน้ตทุกตัวนั้นมีความหมาย

การสูญเสียนักเตะระดับนี้ของซิตี เป็นความเสียหายที่ร้ายแรง และน่าสนใจว่าเป๊ป กวาร์ดิโอลา จะรับมืออย่างไร เมื่อทีมได้บทเรียนสำคัญมาแล้วในการปล่อยแวงซองต์ กอมปานีย์ออกไปเมื่อจบฤดูกาลที่แล้วโดยไม่หาใครมาแทน

เจ้าหนูฟิล โฟเดน ถูกวางตัวไว้เป็นทายาทก็จริง แต่รองเท้าที่ซิลวาทิ้งไว้ให้นั้นมันยิ่งใหญ่มาก การจะสวมแทนไม่ใช่เรื่องง่าย

ต่อให้เป็นแบร์นาโด ซิลวา นักเตะที่อาจจะใกล้เคียงมากกว่าก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะทดแทนไหว

เพราะเหนือกว่าพรสวรรค์ คือพรแสวงและความสม่ำเสมอที่ซิลวาพิสูจน์ให้เห็นตลอดการเล่น 10 ปีที่นี่ ไม่ว่าจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดแค่ไหนก็ตาม

ถามใจดูว่าหากเป็นเรา ลูกคลอดก่อนกำหนด และต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาลนานถึง 5 เดือน เราจะมีจิตใจที่จะทำงานทำการไหม จะไหวแค่ไหน?

ซิลวาลงเล่นตลอดครึ่งหลังของฤดูกาล 2017-18 โดยไม่รู้ว่ามัตเตโอจะมีลมหายใจต่อไปไหม

สุดท้ายเขาก็มีส่วนช่วยให้ซิตีเป็นแชมป์ในปีนั้น และมัตเตโอก็ชนะในเกมชีวิตด้วยเช่นกัน

ตอนนั้นซิลวาไม่ได้อยู่ฉลองแชมป์ซึ่งเป็นแชมป์ลีกแรกของของเป๊ปกับซิตี เพราะไปอยู่กับมัตเตโอ แต่ก็ส่งวีดีโอมาแสดงความยินดีกับทุกคน

นี่คือหัวใจของยอดนักเตะที่ชื่อดาวิด ซิลวาครับ

และวันนี้ – วันสุดท้ายก่อนเกมนัดที่ 309 ในลีก สิ่งที่เขาอยากฝากถึงทุกคนก็แสนเรียบง่ายครับ

“ผมอยากจะได้รับการจดจำในฐานะคนที่ดี คนดีที่สนุกกับการเล่นฟุตบอล ผมหวังว่าทุกคนจะมีความสุขในการได้ดูผมเล่นเช่นกัน“

ถึงจะไม่ใช่แฟนเรือใบ แต่ก็ต้องบอกจากใจว่า ดาวิด ซิลวาคือหนึ่งในสิ่งที่สวยงามที่สุดของพรีเมียร์ลีกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เป็นความสุข เป็นครู และเป็นแรงบันดาลใจ

ขอบคุณที่มาร่ายมนต์ให้ดูยาวนานถึง 10 ปี

ลาก่อน