ประตูบานสุดท้ายสู่การกลับมาของพรีเมียร์ลีกที่ทุกคนกำลังจะผ่านมันไปด้วยกัน | by SPORTDesk. Team

8 June 2020
150 VIEWS

อีกเพียง 10 วันเท่านั้น พรีเมียร์ลีก จะได้กลับมาลงสนามกันอีกครั้งหลังจากที่ทุกฝ่ายรอกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแฟนลิเวอร์พูล ที่การรอคอยของพวกเขาไม่ใช่แค่เพียง 3 เดือน หากแต่เป็นการรอคอยมานานถึง 30 ปี กับอีก 6 คะแนนที่จะการันตีการจบฤดูกาลนี้ด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เสียที ดังนั้นแล้วการเตรียมตัวเพื่อการกลับมาสู่เกมในครั้งนี้ ก็ต้องพร้อมที่สุด โดยเฉพาะสภาวะความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะทำให้โควิด-19 ระบาดอีกครั้ง ก็จะถูกหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดด้วย

หนึ่งในสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล คือการเล่นในสนามที่ไร้คนดูเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตอนนี้ หลายสโมสร เริ่มกลับมาแบ่งทีมซ้อมในสนามจริงของตัวพวกเขาเองแบบไร้คนดู และปฏิบัติตามกฎจริงที่ใช้ในการแข่งขันกันแล้ว ซึ่งเปรียบได้กับการเล่นฟุตบอลอุ่นเครื่องกันเองแบบย่อม ๆ ในสนามที่คุ้นเคย เพื่อสร้างความเคยชินให้นักเตะที่ต้องมาเล่นในสนามที่ไร้เสียงแฟนบอลอีกราว 10 นัดจนจบฤดูกาลเป็นอย่างน้อย

 

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพการซ้อมในสนามจริงจากสโมสรใหญ่หลากหลายสโมสร ทั้งการเจอกันของทีม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ทีม เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ของลิเวอร์พูลในสนามแอนฟิลด์, การเจอกันของ ทีม แฮร์รี แมคไกวร์ กับทีม บรูโน แฟร์นานด์ส จากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา เข้ามามีส่วนร่วมหลังหายหน้าจากทีมไปตั้งแต่ 26 ธันวาคม และ 15 มกราคม ตามลำดับ

จะให้ล้ำกว่านั้นก็ต้องเป็นเกมที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ที่ อาร์เซนอล เชิญ ชาร์ลตัน แอธเลติก ทีมในเดอะ แชมเปียนชิพ มาอุ่นเครื่องกันอย่างเป็นทางการตามกฎของการแข่งขันจริง โดยผลการแข่งขันเป็นทีม “ปืนใหญ่” ที่แสดงความเหนือชั้นกว่าเอาชนะไปได้ 6-0 ซึ่งเป็นการยิงแฮตทริกของ เอ็ดดี เอ็นเคเทีย พร้อมด้วยประตูของ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์, ปีแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง และ โจ วิลล็อก อีกคนละประตู

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในช่วงที่ผ่านมา สโมสรต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีกลดเวลาการปะทะกันของผู้เล่นลงราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งนี่สอดคล้องกับแนวทางการที่เข้มงวดของ “โปรเจค รีสตาร์ต” เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างผู้เล่นและทีมงาน โดยนี่อาจจะเป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อเดือนก่อน ที่มีรายงานว่า พรีเมียร์ลีก กำลังทำงานกับ STATSports บริษัท เทคโนโลยีด้านข้อมูลเพื่อช่วยจัดทำแผนการฝึกซ้อมที่ความปลอดภัย โดยพิจารณาจากสถิติการเคลื่อนไหวของผู้เล่นและความถี่ของการรุกรานที่เกิดขึ้น

โดยตามเอกสารรายงานที่ออกมา ระบุว่า ระยะเวลาโดยเฉลี่ยของการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้เล่นภายในระยะ 2 เมตรลดลงจากเดิมที่ราว 3.3 วินาที เหลือเพียง 1.8 วินาที เท่านั้น 

“’ข้อบ่งชี้ในช่วงต้นจากสิ่งที่เราเห็นในสัปดาห์นี้หลังทำงานกับสโมสรต่าง ๆ มา คือเรากำลังเห็นการลดลงอย่างมากของเวลาการเข้าเผชิญหน้าและปะทะกันโดยเฉลี่ย” ฌอน โอ คอนเนอร์ ผู้ก่อตั้ง STATSports กล่าว

“ดังนั้น ความเปลี่ยนแปลงจาก 3.3 วินาที ในช่วงก่อนโควิด-19 เหลือ 1.8 วินาที ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นตัวเลขที่เรามองหา และ เราคาดหวังว่าจะรักษา หรือ ลดระยะเวลาการปะทะกันลงอีกสักหน่อยเท่าที่มันจะเป็นไปได้”

ไม่ใช่แค่ในมุมของนักเตะเท่านั้น ที่กำลังหาทางปรับตัวเพื่อมุ่งสู่ประตูบานสุดท้ายที่จะพาพวกเขากลับไปเล่นในเกมที่เรารัก เพราะบรรดาผู้ตัดสิน องค์ประกอบสำคัญในการแข่งขันอีกอย่าง ก็กำลังเตรียมพร้อมตัวของพวกเขาที่จะกลับมาทำหน้าที่ในสนามในอีก 10 วันข้างหน้าอยู่เหมือนกัน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า พวกเขาจะเป็นกลุ่มต่อไปที่จะถูกตรวจการติดเชื้อโควิด-19 หลังจากที่บรรดาสโมสรต่าง ๆ ถูกทำการตรวจเรียบร้อยแล้ว

โดยการตรวจเชื้อต่อผู้ตัดสินจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยนี่จะเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจเชื้อกับกรรมการและผู้ช่วยทำการตัดสินในสนามด้วย เพราะการกลับมาของพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ จะต้องเป็นการปลอดเชื้อ 100% และการที่มีผู้ที่ติดเชื้อเพียงคนเดียวในสนามก็อาจจะทำให้นักเตะ และ สตาฟฟ์โค้ช อีกมากมายติดเชื้อหลังเกมดังกล่าวเตะเสร็จก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ หรือ PGMOL ยืนยันว่า แม้จะมีผู้ตัดสินบางรายที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ในการตรวจในสัปดาห์นี้ แต่พวกเขาก็ยังมีผู้ตัดสินเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในทุกเกมที่มีการประกาศว่าจะกลับมาทำการแข่งขันในช่วงกลางเดือนนี้อย่างไม่มีอะไรให้กังวล

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลกันว่า ถ้าผู้ตัดสินระดับท็อปหลายคนในพรีเมียร์ลีก ติดเชื้อจนไม่สามารถทำหน้าที่ในสนามได้ คณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพ อาจจะต้องส่งผู้ตัดสินในกลุ่มที่ 2 ที่ทำหน้าที่ในลีกรอง ๆ ลงมาทำหน้าที่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งอาจจะส่งผลกับคุณภาพเกมก็ได้ แต่นั่นเป็นเพียงแค่ข้อวิตกที่ยังไม่มีผลการตรวจจากผู้ตัดสินมารับรองเท่านั้นเพราะผู้ตัดสินท็อปเทียร์หลายคน อาทิ ไมค์ ดีน, ไมเคิล โอลิเวอร์ และคนอื่น ๆ ก็ล็อกดาวน์ตัวเองอยู่แต่ในบ้านตลอดช่วงการระบาดที่ผ่านมาอย่างดี

และเมื่อผลการตรวจเชื้อของกรรมการออกมาในสัปดาห์นี้ วัตถุดิบทั้งหมดที่พรีเมียร์ลีกจะใช้ในการกลับไปลงสนามกันอีกครั้งก็พร้อมแล้ว ซึ่งที่เหลือก็รอเพียงแค่ให้วันที่ 17 มิถุนายน นี้มาถึงเท่านั้น!