ลาปอร์ต ของเสียหรือเสียของ

22 November 2018
1,191 VIEWS

มีบทความในเดลี่ เมล เรื่องของอายเมริค ลาปอร์ต กองหลังเบอร์หนึ่งทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ น่าสนใจพอ ๆ กับน่าแปลกใจ

ผมเองไม่เคยสังเกตว่านักเตะรายนี้ แม้อายุ 24 แล้ว จะเบญเพสเดือนพฤษภาคมหน้า และทั้งที่เป็นตัวหลักในทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งกำลังนำจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ด้วยการอยู่ในสนามครบทุกนาที ไม่เคยถูกเปลี่ยนออก

แต่เหลือเชื่อว่าลาปอร์ต ไม่เคยมีประวัติลงเล่นเกมระดับทีมชาติชุดใหญ่แม้กระทั่งนัดเดียว

ในโลกยุคที่คนเก่ง มักถูกแก่งแย่งชิงตัวไปตั้งแต่วัยเพิ่งนมแตกพาน ไม่ต้องพูดถึงอายุ 24-25 ด้วยซ้ำไป การตกสำรวจของนักเตะฝีเท้าอย่างลาปอร์ต ย่อมเป็นความแปลก และสมควรถูกตั้งคำถามว่าเพราะอะไร

ลาปอร์ต ลืมตาดูโลกในฝรั่งเศส มีความเป็นราษฏรเฟร้นช์เป็นเต็มขั้น เกิดในครอบครัวนักกีฬา คุณพ่อเล่นรักบี้และฟุตบอลในระดับสมัครเล่น ส่วนคุณแม่กับพี่สาวก็เล่นฟุตบอลเหมือนกัน

พออายุ 15 ขวบก็บินเดี่ยวไปเข้าอะคาเดมี่ของทีมแอธเลติก บิลเบา ในสเปน มีโอกาสเรียนวิชาจากสุดยอดมันสมองอย่างมาร์เซโล่ เบลซ่า และต่อมาคือเออร์เนสโต้ บัลเบเด้ กุนซือบาร์เซโลน่า คนล่าสุด

ยังไม่นับว่าทุกวันนี้ ลาปอร์ต อยู่ใต้ปีกของกวาร์ดิโอล่า อีกหนึ่งโค้ชที่ว่ากันว่าเก่งที่สุด มือดีที่สุดในเจนเนอเรชั่นเดียวกัน

ภายใต้การร่วมงานกับกุนซือทั้งสาม ลาปอร์ตถือเป็นตัวหลักในแนวรับ ชนิดชื่อของเขาต้องถูกเขียนคนแรกในไลน์อัพ 11 ตัวจริง

จึงเป็นความแปลกแต่จริงว่าแล้วทำไม กุนซือฝรั่งเศส อย่างดีดิเย่ร์ เดสชองส์ ถึงมองข้าม ไม่ให้โอกาส กระทั่งในเกมอุ่นเครื่อง

ลำพังเหตุผลว่าทีมแชมป์โลกวันนี้ มีกองหลังชั้นดีอย่างเหลือเฟือ จนการตัดชื่อใครบางคนออก ก็อาจถูกตั้งคำถามในทำนองเดียวกัน ไม่น่าจะฟังขึ้น

เพราะจากรายชื่อทัพตราไก่ล่าสุด  เราคงต้องสงสัยว่านอกจากราฟาเอล วาราน คนหนึ่งแล้ว ลาปอร์ต เป็นรองใครบ้างในบรรดากองหลังตัวกลาง

อาดิล รามี่ ยังมีชื่อในวัย 32  ส่วนเพรสเนล คิมเปมเบ้ เพิ่งถูกเรียกติดทีมในช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2018

ตลกร้ายกว่านั้นคือกองหลังจากคริสตัล พาเลซ อย่างมามาดู ซาโก้ ถูกมองว่าดีกว่าเซนเตอร์แบ็กของจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้

แม้แต่ควร์ต ซูม่า ยังได้เล่นในเกมอุ่นเครื่องเสมอไอซ์แลนด์ 2-2 เมื่อเดือนก่อน

บนความชอบธรรม ลาปอร์ตควรต้องได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างน้อย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาเพียงถูกเรียกตัวร่วมทีมหนึ่งครั้่งในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 แต่ไม่เคยถูกส่งลงสนาม

ลาปอร์ต ติดทีมตราไก่มาแทบทุกชุดจากยู-17, 18, 19 และ 21 แต่บันไดขั้นสำคัญสุดกลับปีนขึ้นไปไม่ถึง

บางทฤษฏีอ้างว่าเป็นเพราะนักเตะถนัดเท้าซ้าย ซึ่งตราไก่ชุดนี้มีอยู่เต็มไปหมดในแผงหลัง ก็อาจมีส่วน แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด

บรรดา “เลฟต์ ฟุต” ที่ถูกเลือกก่อนลาปอร์ต ถ้าไม่ลำเอียงจนเกินงาม ถามว่ามีใครดีกว่าเขางั้นหรือ

เอเลควิม มองกาลา เป็นตัวสำรองของเขาที่แมนฯ ซิตี้ ด้วยซ้ำ หรือคิมเปมเบ้, รามี่, ซาโก้ ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลข้อเดียวจริง ๆ ที่เดสชองส์ มองข้ามเด็กคนนี้ คือต้องการดัดหลัง

โทษฐานที่ครั้งหนึ่ง ลาปอร์ต เคยขู่ว่าอาจคิดหันไปเลือกทีมชาติสเปน ถ้าเดสชองส์ ไม่เอาไปร่วมศึกยูโร 2016 ในบ้านเกิด

นาทีนั้น เขายังสังกัดทีมบิลเบา และหากเดินเรื่องขอซิติเซ่น หรือการเป็นพลเมืองสเปน ก็ไม่น่ามีปัญหาจากการมาอาศัยแผ่นดินอยู่เป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 6-7 ปี

สเปน เองก็อยากได้กองหลังเลือดใหม่เช่นกัน พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ลาปอร์ต เหมือนที่เคยผ่าตัดแปลงชาติให้ดีเอโก้ คอสต้า มาแล้ว

ปัญหาคือลาปอร์ต ล้มความตั้งใจจะขอซิติเซ่นเป็นพลเมืองสเปน ยิ่งตอนนี้ เขาย้ายมาอังกฤษ เท่ากับยุติความหวังที่จะสวมชุดกระทิงดุไปโดยปริยาย

เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือหันหน้าหาโอกาสสอดแทรกสู่ทีมฝรั่งเศส และถ้ามองกรณีของลูกัส เฮร์นานเดซ จากแอตเลติโก มาดริด ที่เคยมีความคิดจะเล่นให้สเปน เหมือนกัน ก่อนเดสชองส์ รีบคว้าตัวมาเจิมในทีมตราไก่

บางที ประตูสำหรับลาปอร์ต ยังเปิดแง้มรอ ไม่ถึงกับปิดตาย

แต่ถ้าไม่…เขายังเอาชนะใจเดสชองส์ไม่สำเร็จ โอกาสถัดไปคงต้องรอโค้ชคนใหม่ที่ไม่รู้จะเป็นใคร และถึงเวลานั้น ลาปอร์ตจะยังฮอตแบบนี้หรือไม่…