LaLiga is Back! 7 ประเด็นน่าจับตาในการกลับมาของ ลาลีกา | by SPORTDesk. Team

11 June 2020
82 VIEWS

ค่ำคืนนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะได้เห็นการกลับมาลงสนามของฟุตบอลลีกใหญ่ในยุโรปลำดับที่ 2 ต่อจากบุนเดสลีกา ในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้นอันดาลูเซีย ระหว่าง เซบีญา และ เรอัล เบติส ซึ่งจะเป็นเกมแรกของศึก ลาลีกา สเปน หลังจากโควิด-19 ระบาดอย่างหนักไปทั่วยุโรปก่อนหน้านี้ และเพื่อเป็นการเตือนความจำเกี่ยวกับฟุตบอลลาลีกา เราไปดูกันว่า สิ่งที่น่าสนใจและต้องจับตามองจากการกลับมาของลีกสูงสุดแห่งแดนกระทิงดุในคราวนี้ มีอะไรบ้าง?

สิ่งใหม่ในการกลับมา

การกลับมาของ บุนเดสลีกา ทำให้เราได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่มากมาย ทั้งการดีใจแบบ ‘รักษาระยะห่าง (Social Distancing)’, การนั่งห่าง ๆ กันแบบไม่คุ้นตาของบรรดาตัวสำรอง, การใช้เสียงซาวน์สนามหลอก ๆ ในการถ่ายทอดสด ซึ่งทั้งหมดนั้นจะกลายมาเป็นพิมพ์เขียวชองลาลีกา อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นลีกใหญ่ในระดับเดียวกัน ย่อมต้องมีของเล่นใหม่ ๆ มานำเสนอเพื่อไม่ให้น้อยหน้า

การใช้เทคนิค เฟิร์ม เออาร์ เวอร์ชวล ที่จะสร้างผู้คนในสนามแบบหลอก ๆ ให้คนดูเห็นในการถ่ายทอดสด และเสียงชาวด์สนามจากเกม ฟีฟ่า เป็นสิ่งที่ลาลีกา เตรียมไว้ให้กับแฟนบอลของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีเรื่องของมุมกล้องใหม่ ๆ และอาจจะมีเซอร์ไพร์ส อื่น ๆ ด้วยก็ได้ ซึ่งนั้นต้องติดตามกันต่อไป

การหนีของบาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา นำในตารางลาลีกา อยู่ที่ 58 คะแนน เหนือกว่า เรอัล มาดริด ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 อยู่ 2 คะแนนก่อนที่ลีกจะถูกสั่งระงับการแข่งขัน ดังนั้นการกลับมาเล่นในอีก 11 เกมที่เหลือเป้าหมายของพวกเขาคือการ ‘หนี’ สุดชีวิต ทางเดียวที่จะการันตีแชมป์ ‘ในตอนนี้’ คือการชนะในทุกนัดที่เหลือ แม้จะต้องเจองานหนักอย่างการไปเยือน เซบีญา, เจอ แอธเลติก บิลเบา, เหย้า แอตเลติโก มาดริด, ไปเยือน บียาร์เรอัล และยังมีเกมดาร์บี้กาตาลุนญา กับ เอสปันญอล อีกด้วย

โชคดีของพวกเขา ที่กัปตันทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี ที่บาดเจ็บไปในช่วงซ้อมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หายกลับมาซ้อมได้แล้ว ขณะที่นักเตะสำคัญที่เจ็บไปในเดือนมกราคมอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่น่าจะต้องพักยาว ได้การหยุดเพราะโควิด-19 ช่วยยื้อเวลาให้กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งในการกลับมาคราวนี้ ซึ่งทำให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ถือว่าพร้อมเต็มที่ที่จะป้องกันแชมป์ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

การไล่ตามมาของ เรอัล มาดริด

เอเด็ง อาซาร์ เกือบจะมีฤดูกาลที่น่าผิดหวังในปีแรกกับ “ราชันชุดขาว” หลังได้รับบาดเจ็บจนในตอนแรกยังต้องลุ้นว่าจะเล่นในยูโร 2020 ได้หรือไม่ด้วยซ้ำ แต่ในความโชคร้ายจากวิกฤติโควิด-19 ก็ยังมีความโชคดีให้ เรอัล มาดริด อยู่ เมื่อเขาฟิตพอที่จะลงสนามในเกมพบกับ เออิบาร์ สัปดาห์นี้ แล้วยังมี มาร์โก อเซนซิโอ อีกคนที่หายมาจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน ถือว่าดีขึ้นจากต้นเดือนมีนาคมมากทีเดียว

ภารกิจของ เรอัล มาดริด คือการไล่ตาม บาร์เซโลนา ที่นำห่าง 2 คะแนนให้ทัน แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่ยังเป็นไปได้ ซึ่งปัจจัยที่ยอดทีมเมืองหลวงดูดีกว่าแชมป์เก่าคือพวกเขามีเกมที่ง่ายกว่าใน 11 เกมที่เหลือ ซึ่งที่ถือว่าหนักคือการพบ บาเลนเซีย, เยือน เรอัล โซเซียดาด และ พบ เกตาเฟ เท่านั้น ซึ่งหนทางในการแซงคว้าแชมป์ในบั้นปลายของพวกเขาก็ยังพอมีให้เห็นอยู่

ตราหมี…พี่ไหวไหม

แม้จะยังอยู่ในพื้นที่ลุ้น ท็อป 4 เพื่อไปลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ผลงานของ “ตราหมี” ในช่วงก่อนฤดูกาลถูกระงับไปถือว่า ดูไม่จืด เพราะใน 5 นัดหลังของศึกลาลีกา พากเขาชนะเพียงแค่ 2 เสมอ 3 ทำให้อันดับที่ 4 ถูก เรอัล โซเซียดาด ชิงไปแล้ว แถมเมื่อพวกเขาได้ความมั่นใจจากการเอาชนะ ลิเวอร์พูล เข้ารอบฟุตบอลสโมสรยุโรปไปได้ ก็ต้องเจอพิษโควิด-19 เล่นงานจนต้องเลื่อนแข่งขันไปอีก

คำถามตอนนี้คือ ทีมของ ดีเอโก ซิเมโอเน จะกลับมาในร่างไหน เพราะในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ล้วนมีแต่เกมสำคัญในการแย่งพื้นที่ แชมเปียนส์ ลีก แถมยังต้องเจอกับเกมหนัก ๆ อย่าง แอธเลติก บิลเบา, บาร์เซโลนา, เกตาเฟ และ เรอัล โซเซียดาด ในช่วงท้ายฤดูกาลด้วย ซิ่งถือเป็นฤดูกาลที่เสี่ยงมากสำหรับ “ตราหมี” ในการลุ้นท็อป 4 อย่างแท้จริง

ใครจะไป แชมเปียนส์ ลีก 

นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจอย่างมาก และน่าสนุกอย่างที่สุดพอ ๆ กับการลุ้นแชมป์ลาลีกา ระหว่าง บาร์เซโลนา กับ เรอัล มาดริด เลยทีเดียว เนื่องจากโควตา แชมเปียนส์ ลีก ที่เหลืออีก 2 ทีม ในอันดับที่ 3 และ 4 มีผู้ต้องการและกำลังลุ้นกันอยู่ถึง 5 สโมสร ไล่ตั้งแต่ เซบีญา, เรอัล โซเซียดาด, เกตาเฟ, แอตเลติโก มาดริด และ บาเลนเซีย ซึ่งต้องมาวันกันในช่วง 11 นัดที่เหลือหลังจากนี้

แน่นอนว่า โควตานี้อาจจะกลายเป็น 5 สโมสรก็ได้ในกรณีที่ แอตเลติโก มาดริด ได้แชมป์ แชมเปียนส์ ลีก ไม่ก็ เกตาเฟ หรือ เซบีญา ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่ในนั่นยังเป็นหนทางที่ยาวไกลนัก ซึ่งกว่าจะรู้ก็สิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งหลังจากที่ ลาลีกา จบไปแล้วนานกว่า 1 เดือน นั่นทำให้การแย่งพื้นที่ 4 อันดับแรก ยังเป็นสิ่งสำคัญ และต้องสู้กันจนถึงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ใครจะตกชั้น

ไม่แพ้การลุ้นพื้นที่ แชมเปียนส์ ลีก การลุ้นหนีตกชั้นใน 11 นัดที่เหลือของ ลาลีกา ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และ น่าลุ้นพอ ๆ กัน เพราะยังมี่ทีมที่เข้าข่าย ‘ไม่ปลอดภัย’ อีกถึง 3 ทีม ทั้ง เซลตา บีโก, เออิบาร์ และ เรอัล บายาโดลิด ขณะที่ทีมในโซนอันตราย ที่ยังได้ลุ้นเพื่ออยู่รอดยังมีลุ้นอีก 2 ทีมด้วยกัน คือ เลกาเนส และ เรอัล มาญอร์กา ซึ่งนี่ต้องไปวัดกันในช่วงที่เหลือของฤดูกาลเท่านั้น เพราะแน่นอนว่า ไม่มีใครอยากตกชั้นลงไปแน่นอน

เด็กน่าสนใจ กับผู้ใหญ่น่าฟื้นฟอร์ม

การกลับมาของ บุนเดสลีกา ทำให้สายตาของยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป มองไปที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ หรือ ฟลอเรียง เวียร์ตซ์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และ เจดอน ซานโช จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นั่นทำให้การกลับมาของ ลาลีกา มีดาวรุ่งจำนวนหนึ่งถูกเพ่งเล็ง ทั้ง เฟร์รัน ตอร์เรส, มิเกล เมริโน รวมไปถึงบรรดาตัวยืมจากเรอัล มาดริด ทั้ง ทาเคฟุสะ คุโบะ และ ออสการ์ โรดริเกวซ และแนวรับอายุน้อยอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลิซู ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ขณะที่ นักเตะที่มีเครื่องหมายคำถามก็จะได้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง ทั้ง เอเด็ง อาซาร์ ที่ถูกซื้อตัวมาด้วยราคาถึง 100 ล้านปอนด์ และยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันดับ เรอัล มาดริด หรือ ชูเอา เฟลิกซ์ ที่อาจจะเปรี้ยงปร้างในช่วงแรกกับ แอตเลติโก มาดริด ก่อนจะเงียบไป ขณะที่ นักเตะที่ไม่เป็นที่รักอย่างแกเร็ธ เบล ก็อาจจะกลายมาเป็นที่รักของแฟนบอลราชันก็ได้ ถ้าเขาโชว์ฟอร์มช่วยพาทีมคว้าแชมป์ในบั้นปลายได้

นี่เป็น 7 ประเด็นคร่าว ๆ ที่อาจจะช่วยเรียกความทรงจำใน และ จุดโฟกัสในการติดตามฟุตบอล ลาลีกา กลับมาได้บ้าง แต่ที่สำคัญที่สุดต้องอย่าลืมว่า…ลาลีกา กลับมาแล้วจริง ๆ!