ลาลีกากับความพยายามครองโลก ยก ‘สแปนิช ซูเปอร์ คัพ’ จัดที่ซาอุฯ

ลาลีกา
12 November 2019
123 VIEWS

กีฬากลายเป็นสิ่งที่ไร้พรมแดนอย่างแท้จริงในปัจจุบันเมื่อมีความพยายามในการนำกีฬาไปจัดการแข่งขันในที่ต่างๆเพื่อขยายตลาด เช่น การแข่งบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ในประเทศจีน หรืออเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล ในประเทศอังกฤษ

ฟุตบอลเองก็มีการจัดการแข่งขันในต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว เช่น ซูเปอร์โคปาอิตาเลียนา ก็จัดที่ซาอุดิอาระเบียในช่วงหลังปีใหม่ ส่วนซูเปอร์ คัพ ของฝรั่งเศสจัดกันที่ประเทศจีน ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล

ล่าสุดสเปน เตรียมยกการแข่งขันฟุตบอลรายการ “สแปนิช ซูเปอร์ คัพ” ที่ไม่ใช่เอาแชมป์ลาลีกามาเจอกับแชมป์โคปา เดล เรย์ เหมือนเดิม แต่เป็นการเชิญ 4 ทีมยอดนิยมของสเปนอย่าง บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด และบาเลนเซีย มาทำการแข่งขันกันที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในช่วงเดือนมกราคา 2020

โดยการแข่งขันดังกล่าวจะมีขึ้นที่สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ตส ซิตี สเตเดียม ในกรุงเจดดาห์ ซึ่งสิ่งที่ทั้ง 4 ทีมและสหพันธ์ฟุตบอลสเปนจะได้รับคือเงินตอบแทนมหาศาลถึง 29-34 ล้านปอนด์ต่อปี ในสัญญาระยะเวลา 3 ปี

สหพันธ์ฟุตบอลสเปน ยืนยันว่าการจัดการแข่งขันรายการนี้จะช่วยลดปัญหาเรื่องโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่น และเป็นแผนการที่ดีกว่าการนำทีมมาลงแข่งในช่วงพรีซีซั่น

“รายการแข่งขันในระดับนานาชาติจะช่วยเพิ่มมูลค่าและจะมีส่วนสำคัญในการทำให้เราเป็นที่รู้จักและเสริมภาพลักษณ์ของเราก่อนที่จะเสนอตัวจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030”

อย่างไรก็ดีแผนการนี้ถูกต่อต้านจากฝ่ายสิทธิมนุษยชนที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดรายการกีฬาระดับชาติที่อาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ “ล้างภาพลักษณ์” ที่เต็มไปด้วยมลทินของซาอุดิอาระเบียที่เต็มไปด้วยปัญหาทางสิทธิมนุษยชน 

ลาลีกา เองก็ไม่พอใจกับแผนการดังกล่าวเพราะรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสถานีโทรทัศน์เถื่อน beoutQ ที่ลักลอบดูดสัญญาณจากสถานีกีฬา beIN SPORTS ของกาตาร์ และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทั่วโลก โดยลาลีกา ก็เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันที่ถูกละเมิดด้วย 

ดูแล้วเรื่องนี้อาจมีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่คิด