ชนะกันที่ “เกมรับ”

1 June 2019
1,212 VIEWS

ทั้งลิเวอร์พูล และสเปอร์ส เป็น 2 ทีมที่มีปรัชญาคล้ายกันอยู่ไม่น้อยในการเล่น คือ “ไม่เหมือน” แต่ก็ไม่ต่างกันเสียทีเดียวโดยเฉพาะในแง่การเล่นเกมรุกที่รวดเร็ว สวยงาม และเน้นครองบอล ต่อบอลจากแนวรับ

เจอกัน 2 หนในลีก หงส์แดง ชนะ 2-1 ทั้ง 2 เกม โดยแมตช์แรกในไวท์ ฮาร์ท เลน ลูกทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ทำได้ดีกว่าชัดเจน แต่เกมล่าสุดที่แอนฟิลด์ไม่ได้ง่ายนัก และต้องรอการผิดพลาดของทั้ง ฮูโก้ ญอร์ริส และโทบี้ อัลเดอไวเรลด์ ประกอบกันช่วงท้ายเกมเป็นประตูชัย

เกมรุก ผมมองว่า หาก แฮร์รี เคน หายเจ็บ และจะลงได้จริง ๆ อาจส่งผลดีต่อลิเวอร์พูลมากกว่า เพราะสไตล์การเล่นแบบ static หรือเคลื่อนที่น้อยคงไม่ใช่ปัญหาของทั้ง มาติป และฟาน ไดต์ ที่จะตามเอาอยู่ได้ไม่ยาก ทว่ากัปตันทีมไก่จะครองบอลดี และทำให้ต้องหันไปจับตาตัวสอดแถว 2-3 ที่จะตามมาแทน

แต่หากเป็น ลูคัส มูร่า หรือซอน เฮือง-มิน เกมรับลิเวอร์พูลจะ “อ่านเกม” ได้ยากกว่า จะอันตรายในเชิงการโต้กลับเร็ว หรือบอลไดเร็กต์ปั่นป่วนแนวรับ

กองกลาง ผมเชื่อว่า “สูสี” และจะห้ำหั่นกันสนุก พลิกไปพลิกมา จังหวะใครจังหวะมัน ซึ่งก็ขึ้นกับระบบการเล่นด้วย โดยลิเวอร์พูลนั้น 4-3-3 แน่นอน ขณะที่สเปอร์สอาจเล่น “หลัง 3” ได้เช่นกัน

ดังนั้นจุดตัดสินในแมตช์นี้จึงน่าจะเป็นเกมรับกับฟุตบอลแมตช์เดียวที่ต้องผิดพลาดให้น้อยที่สุด

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ชอบเล่น “รับสูง” ไม่ว่าจะยืนระบบใด อันทำให้พื้นที่หลังแบ็ค หรือ “หลังไลน์” รับสุดท้ายจะมีมากอันน่าจะเข้าทาง 3 ประสานหงส์แดง หรือสไตล์ของลิเวอร์พูลที่หากเพรสซิ่งสูงน่าจะยิ่งดี

ทางแก้ของสเปอร์ส ก็คือ ต้องเล่นรับตั้งแต่แดนบนให้หนักหน่วงไม่แพ้กันโดยไล่ตั้งแต่แนวรุก หรือจะรีบถอยลงมาตั้งรับแน่นให้ compact แดนกลางทันทีที่เสียการครองบอล หรือตอนต้องการตั้งเชฟเกมรับก็ได้

ต้องอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชัดเจน เพื่ออยู่ในเชฟเกมรับ หรือคุมโซนที่ลิเวอร์พูลจะทำลายได้ลำบาก

ขณะที่ ความสามารถในการ unlock เกมรุกคู่แข่งของนักเตะเพลย์เมคเกอร์อย่าง คริสเตียน เอริคส์เซ่น หรือความเร็วริมเส้นของฟูลแบ็คซ้ายขวา ให้กองหน้าทั้ง 2-3 ตัว (ขึ้นกับระบบ) จะเป็นกุญแจสำคัญ

เกมแบบนี้ นัดเดียวแบบนี้ ใครฉวยโอกาสจากจังหวะของตนเองได้ดีกว่า หรือใครผิดพลาดน้อยกว่า จะเป็นผู้ชนะ

โดยส่วนตัวเชื่อว่า ถึงเวลาของ เยอร์เก้น คลอปป์ ในบทบาทที่ไม่ใช่ “พระรอง” แล้วครับ