ทำไม ‘ลีซอ’ จึงย้ายไปฉลามชล

30 June 2019
1,282 VIEWS

เปิดฉาก “ไทยลีก” เลก 2 กันแล้วในสุดสัปดาห์นี้ สิ้นเดือน มิ.ย.2562 ที่ความน่าสนใจสูงสุดอยู่ที่การย้ายทีมในช่วงเวลาน้อยนิด ไม่ได้พักเบรกใดๆ แต่นี่ก็คือ “วิถี” ของฟุตบอลไทยที่เป็น “เสน่ห์” ไม่เหมือนใคร และจะส่งผลถึงอีกครึ่งทาง 15 นัดสุดท้ายไม่มากก็น้อยครับ

…ผมเจอ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย หนสุดท้ายในเกมระหว่าง พีทีที ระยอง เปิดบ้านพ่ายให้กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-4 เกมนั้นได้พบกันทั้งก่อนเกมช่วงวอร์ม และพูดคุย รวมถึงหลังเกมที่แสดงความยินดีกับผลการแข่งขันกับน้องที่ปัจจุบันกลายเป็นพี่ใหญ่แห่งวงการวัย 34 ปีแล้ว

ถัดจากนั้นวันเดียว จันทร์ที่ 24 มิ.ย.2562 วันตลาดนักเตะรอบ 2 บอลไทยเปิดทำการ ข่าว “บิ๊กบึ้ม” ย้ายทีมประจำเลก 2 ก็ปรากฎ

“ลีซอ” ย้ายไปซบอก ชลบุรี เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวจนหมดฤดูกาล!

ข่าวนี้น่าจะกินพื้นที่สื่อได้มากที่สุด มากกว่าการย้ายทีมใดๆ ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตลาดเปิด และน่าจะ “ฮือฮา” ที่สุดแล้วในรอบประมาณ 1 เดือนที่ตลาดรอบนี้จะปิดกลางเดือน ก.ค.

ทำไม?

แม้ไม่ใช่ “ลูกรัก” ใครๆ ด้วยบุคคลิก ท่าทาง นิสัยใจคอมั่นอก “มั่นใจ” และเล่นฟุตบอลแบบ aggressive ก้าวร้าว แต่ไม่ได้อันธพาล พ่วงด้วยการปะทะคารมกับผู้ตัดสินอยู่เนือง ๆ ตามสไตล์ไม่ยอมแพ้

ทั้งหมดตามหลังกระแสสื่อยุคปลาย 90s ถึงต้นยุคมิลเลนเนียม 2000 ที่เจ้าตัวถูกสนับสนุนให้ไปเรียนไฮสคูล โรงเรียน เบรนท์วู้ด ประเทศอังกฤษ สถานศึกษาเดียวกับผู้เล่นอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด (ค.ศ.2002) พร้อมๆ กับเป็นนักเตะเยาวชน คริสตัล พาเลซ ตามด้วยการเป็นถูกเลือกให้เป็นเด็กโครงการช้าง เอฟเวอร์ตัน (2005) 

ธีรเทพ จึง “โด่งดัง” มากในยุคสมัยที่สื่อดิจิตอลยังไม่มี และการโหยหา “คอนเทนท์” กีฬาฟุตบอลดีๆ ไม่ได้มีให้หยิบจับเหมือนทุกวันนี้ที่ (มีรอบตัว) ทั้งระดับสโมสร หรือองค์กรน้อยใหญ่ ล้วนต่างมี “โปรเจคต์” ฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศผุดขึ้นมามากมายอย่างต่อเนื่อง

การเริ่มต้นเตะฟุตบอลอาชีพบ้านเรากับ เทโร (2006) และมีอาชีพค้าแข้งทันจังหวะเปลี่ยนผ่านสู่ยุครุ่งเรืองของวงการฟุตบอลไทย เริ่มต้น 2009 ที่สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ออกกฎให้สโมสรฟุตบอลต้องเป็นนิติบุคคล

นั่นทำให้ “ลีซอ” เป็นนักเตะรุ่นท้ายๆ ที่ยังประสบความสำเร็จ และเล่นในฟุตบอลอาชีพบ้านเรา ผ่านจุดเวลาสำคัญๆ ตั้งแต่ “ตั้งไข่”, ก่อตัว และทันการ “ฟักตัว” เหมือนปัจจุบัน

รวมแล้วก็ 14 ปีเต็มพอดิบพอดี หากจะนับตั้งแต่ เทโร, เค ลีร์เซ, เมืองทอง, บางกอกล๊าส, เพื่อนตำรวจ, ทรู แบงคอก และมาชลบุรี 

หรือเกือบ 20 ปีกับ “ชื่อเสียง” นี้นับจากการเป็นเด็กเยาวชน ซี พาเลซ (2002) ที่ชื่อนี้ไม่เคยห่างหายวงการ

“ผมเลือกเดินไปคุยกับสโมสร (บียู) และขอโอกาสย้ายทีมเพื่อจะได้ลงเล่นมากขึ้น เพราะตอนนี้พร้อมทุกอย่างทั้งสภาพร่างกาย และใจที่ยังกระหาย

ก็ไม่ใช่เพราะโก้ (ดัสกร ทองเหลา) อย่างเดียว แต่เป็นคุณอรรณพ และรุ่นพี่ตั้งแต่ พี่โม้ (พิภพ) กับหลายๆ คนที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทำให้การตัดสินใจไม่ยาก” ลีซอ กล่าวกับผมทางโทรศัพท์

กับประเด็นเรื่องทีมชาตินั้น เป็นสิ่งที่เจ้าตัวซึ่งเล่นไปประมาณ 8-9 นัด และส่วนใหญ่เป็นตัวรองให้ บียู แบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวว่า เชื่อมั่นในฝีเท้า และสภาพร่างกายตัวเอง เทียบกับคนอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกันว่ายังมีประโยชน์อยู่

“หากผมได้รับโอกาสระดับสโมสรมากขึ้น มันก็น่าลุ้นกับตำแหน่งในทีมชาติ เพราะหากไม่ได้มองที่อายุ ผมคิดว่า ผมสามารถเล่นได้”

ครับ ส่วนตัวผมยังมองว่า มันเป็นเรื่อง “จังหวะ” เวลาด้วย เพราะกับ “แข้งเทพ” ก็เตรียมจะครบ 4 ปีอยู่แล้ว และสัญญากำลังหมดสิ้นปีนี้

หากเทียบบัญญัติไตรยางค์ดูแล้ว หากอยู่ต่อก็คงได้เล่น แต่จะเป็นบทบาทตัวสำรอง “ซูเปอร์ซับ” มากกว่า รวมความแล้วก็น่าจะประมาณ 14-15 นัดจากทั้งหมด 30 นัดตลอดฤดูกาล

อายุก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ และหากโอกาสมีเพียงเท่านี้ การต่อสัญญาฉบับใหม่ หรือการหาทีมใหม่อาจเป็นสิ่งที่ยากกว่าจะย้าย!

ดังนั้น การย้ายทีมครั้งนี้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ “ลีซอ” จึงเกิดขึ้น

แน่นอนครับ วันนี้สิ่งที่ได้เห็นจากหัวหอกรายนี้ คือ วิธีการเล่นที่ “ปรับตัว” กับอายุที่มากขึ้น หรือจะเรียกว่า ประสบการณ์ที่สะสมขึ้น

จากที่เคยเลี้ยงดันทุรังหน่อยเหมือน โรนัลโด้ นักเตะยอดขวัญใจเจ้าตัวสมัยหนุ่มๆ ก็มาเล่นเพื่อทีม มีจังหวะจะโคน เชื่อมเกม ผ่านบอลมากขึ้น และพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ พร้อมยิงประตูมากกว่าเดิม

ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ โรนัลโด้ ในวัยใกล้กันนะครับ…

ดังนั้น กับโอกาสได้เล่นมากขึ้น และบทบาทรุ่นพี่ในทีมฉลามชลจึงน่าจะเป็นอะไร “ท้าทาย” และเปิดช่องให้ลีซอได้พิสูจน์ตัวเอง

ส่วนคำถามว่า หาก แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งล่าสุดเติม “โจโจ้” เจย์ซี จอน คืนทัพกลับมาสามารถคว้าแชมป์ลีกได้จะรู้สึกอย่างไร?

“ยินดีด้วยกับทีม และทุกคน ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรใด ๆ ครับ”

ผมถาม เพราะเชื่อว่า แบงค็อก หากเลือกได้ ก็น่าจะอยากเก็บ “ลีซอ” ไว้เป็นอาวุธลับอีกชิ้นมากกว่ากับอีก 15 นัดที่เหลือของฤดูกาล

ถึงตอนนั้น เราคงได้รู้กันว่า แบงค็อก และ ลีซอ จะจบฤดูกาลนี้อย่างไร?

Teeratep Winothai #leesaw #ลีซอ #ธีรเทพวิโนทัย #ลีซอธีรเทพ #ชลบุรีลีซอ #ชลบุรีเอฟซี #ChonburiFC2019 #BraveSharks #ChonburiFootballClub #ไทยลีกเลก2 #thaileague

รายละเอียดดูบอลไทยที่นี่ครับ http://bit.ly/2KD4V9N