การเจ็บของ ‘สโตนส์’ จะส่งผลร้าย หรือกลายเป็นได้เห็นมิติใหม่ของทีม ‘เรือใบสีฟ้า’

การบาดเจ็บล่าสุดของ จอน สโตนส์ 6 วีคจะยิ่งมีผลอย่างไรต่อเกมรับที่ก่อนหน้านี้ไม่มี อายเมอริค ลาปอร์ต ไปแล้ว เฉพาะอย่างยิ่งหลังเกมที่เพิ่งพ่ายให้กับนอริช 2-3 งานนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะทำอย่างไร?

ครับ ฟุตบอลของ “เป๊ป” นั้นเน้นครองบอล (keep possession) และ dominate หรือแสดงความเหนือกว่าคู่ต่อสู้ด้วยการผ่านบอลสั้น เล่นตามช่อง ครอบครองบอลในแดนคู่ต่อสู้ด้วยไลน์รับดันสูง (high line) โดยเริ่มต้น “บอลแรก” จากแดนหลัง และผู้รักษาประตู

ด้วยรูปแบบวิธีการนี้ นักเตะทั้ง 11 คนรวมทั้งผู้รักษาประตูต้องมีความสามารถในการ “ใช้เท้า” และทักษะ ความเข้าอกเข้าใจฟุตบอลเป็นอย่างดี หรือมันต้องเป็น collective football จากทั้งทีม

จะมีใครคนใดคนหนึ่ง “บกพร่อง” ก็ไม่ต่างอะไรกับ “น็อตเสีย” 1 ตัวอันจะมีผลต่อ function การทำงานของทีมทันที

นิโคลัส โอตาเมนดี้ ไม่ใช่ ลาปอร์ต และไม่ใช่ จอน สโตนส์ แต่เป็นแค่ตัวแทนลำดับสุดท้ายของเซนเตอร์ฯระดับซีเนียร์ที่เหลือแค่ 3 คน

นัดคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับลิเวอร์พูล และนัดแรกของซีซั่นที่ถล่มเวสต์แฮม 5-0 สโตนส์ ยืนคู่ลาปอร์ต ก่อนดาวเตะอังกฤษจะเจ็บ และโอตาเมนดี้ก็ลงมาประจำตำแหน่งแทนคู่กับลาปอร์ต

เทียบบัญญัติไตรยางค์แล้ว “ไปรอด” เพราะลาปอร์ต พอประคองไปได้ และทำหน้าที่ออกบอล รับบอลแรกเป็นหลักโดยโอตาเมนดี้เน้นเข้าชน และรับฝากบอล

อย่างไรก็ดีหลัง นัดที่ 4 ซึ่งถล่มไบร์ทตัน 4-0 ลาปอร์ตเจ็บในครึ่งแรก และตัวแทนคือ แฟร์นันดินโญ่ ถูกส่งมา (สโตนส์ ยังไม่สมบูรณ์ — อันจะเห็นว่า เป๊ป ยังพยายามใช้ สโตน, โอตาฯ และลาปอร์ต หากไม่เจ็บ) ซึ่งก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร

แต่นัดที่ 5 เจอนอริชสอนเชิง และสโตน + โอตาเมนดี้ “เสียมวย” แสดงให้เห็นเหมือนกันว่า คู่นี้เล่นด้วยกันไม่ได้ หรือซ้อมด้วยกันน้อยไปกับระบบของเป๊ปที่เคยชินกับการมีคาแร็กเตอร์ผู้เล่นอย่าง ลาปอร์ต หรือแวงซองต์ กอมปานี

แต่ไม่ได้หมายความว่า มันจะ “ล้มเหลว” เรือใบจะจมไม่เป็นท่า เพราะคู่แข่งก็ไม่ใช่จะเล่นได้แบบนอริชทุกทีม หรือซิตี้ยังสามารถ “แก้ตัว” ปรับรูปแบบการเล่นบางอย่างได้กับขุนพลที่เหลืออยู่ แม้สโตนส์ จะมาเจ็บไปอีกตอนซ้อม และต้องพักหลายสัปดาห์

โอตาเมนตี้ จะคู่กับใคร? แฟร์นันดินโญ่ หรือดันดาวรุ่ง เอริค การ์เซีย และเทย์เลอร์ ฮาร์วู้ด-เบลลิส ขึ้นมา

จะเล่นได้หรือไม่ และเล่นอย่างไร จะเป็น “โจทย์” วัดความสามารถของเป๊ป เหมือนอดีตที่เคยจับแม้กระทั่ง ฮาเบียร์ มาสเคราโน ไปยืนเซนเตอร์ฯที่บาร์เซโลน่า มาแล้ว

โดยไอเดียของเซนเตอร์ฮาล์ฟใน “อุดมคติ” ของบอลสไตล์เป๊ปอย่างน้อยต้อง “ใช้เท้า” ได้ อ่านเกมดี มีความกล้า และเคลื่อนที่ได้เร็ว

ไม่แปลกที่ มาสเคราโน จะทำได้ในทีมที่เน้นรุกมากกว่ารับ ดังนั้นแฟร์นันดินโญ่ ซึ่งถูกวางตัวไว้เป็น 1 ใน 4 เซนเตอร์ฯอยู่แล้วหลังซื้อ โรดรี้ เข้ามายืน holding midfielder คนใหม่ จึงทำหน้าที่นี้ได้สบาย

โรดรี้ เองก็สามารถยืนได้ และเผลอ ๆ จะทำให้เกมรุกยิ่งโหดขึ้น เพราะเหมือนมีมิดฟิลด์เพิ่มมากกว่ามีกองหลังตามจำนวนปกติ

มันอยู่ที่ “มุมมอง” และ “วิธีการ” นะครับ

และไป ๆ มา ๆ โอตาเมนดี้ อาจเป็นตัวสำคัญที่สุดตอนนี้ เพราะสไตล์แตกต่างจากทุกคน ดุดัน เข้าชนได้ เพียงแต่ปรับ “บาลานซ์” ให้เจ้าตัวออกบอลน้อยลง ให้เน้นเกมรับเป็นสัดส่วนมากขึ้นก็เท่านั้น

ส่วนตัวผมกลับมองว่า ดีนะครับ เราอาจได้เห็นมิติใหม่ในเกมการเล่นของ แมนฯซิตี้ ที่อาจกลายเป็นอีก 1 แท็คติกส์ชิ้นใหม่ผ่านการนำมิดฟิลด์ไปยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ปืนจะไป UCL ด้วยการเป็นแชมป์ยูโรป้าลีก?

SPORTDesk. Team

หากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นถ้วยพระเอก ถ้วยยูฟ่า ยูโรป้า ลีก คงจะคล้ายๆ ‘พระรอง’ เพราะในสายตาของแฟนบอล ศักดิ์และศรีมันแตกต่างกัน

Story

สไนจ์เดอร์ : ถึงเวลา…ต้องเลิก

SPORTDesk. Team

บนปฏิทินปี 2019 เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ อดีตทีมชาติเนเธอร์แลนด์ คือคนล่าสุดที่ต้องหันหลังให้กับวงการฟุตบอล ทั้งที่เขาใช้ชีวิตอยู่บนสนามมาเกือบๆ 30 ปี เพราะตอนนี้เขาได้ประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว บนวัย 35 ปี

Thought

เริ่มปีใหม่กับทัวร์นาเมนท์ใหญ่ “เอเชี่ยนคัพ 2019”

Dechruch

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีใหม่ แฟน Sportdesk. ทุกคนก่อนเป็นลำดับแรกนะครับ แม้จะเป็นการเอื้อนเอ่ยที่ดูเหมือนจะช้าเกินไปเสียหน่อย เพราะนี่ก็ล่วงเข้าวันที่ 5 ของปี 2019 เข้าให้แล้ว ทว่ามันเป็นครั้งแรกของปีที่ผมจะได้มาพบกับแฟนSportdesk. ทุกท่านผ่านคอลัมน์ฟุบอลเอเชียนี้