ทำอย่างไรถ้าเป็น ‘มิโญเลต์’

16 July 2019
530 VIEWS

ผ่าน 2 เกมเยือนช่วงพรีซีซั่น ลิเวอร์พูล ถล่มทรานเมียร์ 6-0 และเชือดแบรดฟอร์ด 3-1 ซิมง มิโญเลต์ ทำหน้าที่เฝ้าเสาตัวจริงให้เยอร์เก้น คลอปป์ 47 และ 82 นาทีตามลำดับ อันเป็นภาพที่ไม่ชินตานักตลอดซีซั่นที่ผ่านมา

เพราะตลอดฤดูกาล 2018/19 มิโญเลต์ เตะบอลจริง ๆ แค่ 3 นัดเท่านั้น

26 ก.ย.2018 แพ้ลีก คัพ ให้เชลซี 1-2

7 ม.ค.2019 แพ้เอฟเอ คัพ ให้วูลฟ์ส ด้วยสกอร์เดียวกัน

ส่วนอีกเกมเป็นแมตช์ ทีมชาติเบลเยียม พบเนเธอร์แลนด์ เสมอ 1-1 เมื่อ 16 ต.ค.2018

ด้วยวัยพีคของตำแหน่งนายทวาร 31 ปี ในมุมของมิโญเลต์ คือ “เสียของ” และแม้ใจจะรัก และอาวรณ์ รวมถึงอยากเป็นส่วนหนึ่งกับความสำเร็จกับลิเวอร์พูลเหมือนที่ได้แชมป์ UCL สมัยที่ 6

แต่ลึก ๆ แล้ว อีกห้วงอารมณ์ก็ต้อง “เถียง” กับตัวเองว่า จะเอาอย่างไรดีกับอนาคต?

เพราะอยู่ต่อก็ต้องเป็นตัวสำรองของ อลิสซง เบคเกอร์ ยอดนายด่านวัย 26 ปีเหมือนปีที่ผ่านมาแน่นอน และคงตลอดไป

6 ปีกับลิเวอร์พูลนับจากย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์จึงเข้าสู่ทางแยกสำคัญในฤดูกาลนี้

“ผมคุยกับเขาบ่อยในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และไม่ใช่แค่คุยเป็นสัปดาห์ แต่เป็นเดือน ๆ และก่อนจะหยุดซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ได้พูดกัน

มันเป็นเพราะสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูลต้องมีหมายเลขหนึ่งอย่างน้อย 2 คน มันจึงเยี่ยมมากที่มี อลิ และไซมอน มันเป็นสถานการณ์ที่ดีกับสโมสร และเป็นสถานการณ์ที่ควรจะเป็น ทุกอย่างมันโอเครดีในมุมของผม” คลอปป์ กล่าว

นอกจาก 2 ด่านระดับทีมชาติซึ่ง อลิสซง ยังอยู่ในช่วงฮอลิเดย์หลังพาบราซิลได้แชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ปี ณ จุดนี้หงส์แดงมีแต่ชื่อดาวรุ่งวัยไม่ถึง 20 ปีอีก 3 คนอย่าง วิโตสลาฟ ยารอส (เจ็บไหล่), แดเนียล เอเธอร์ตัน และควิวีน คัลลาเฮอร์ (เจ็บข้อมือ) อันทำให้ในทัวร์อเมริกา 10 วันนี้จะใช้ แอนดี้ โลเนอร์แกน ตัวเก๋าจากโบโร่ ร่วมทัพเสริมไปแทน

เอาเป็นว่า หากไม่มี “มินนี่” ลิเวอร์พูลจะแทบไม่มีใครไว้ใจได้เลยในตำแหน่งนายทวาร

โดยประเด็นนั้นไม่ได้อยู่ที่ใครจะเป็น “เบอร์ 1” ระหว่างอลิสซง กับมิโญเลต์ เพราะมันชัดเจนในตัวเองไม่ว่าจะราคา 9 vs. 64.6 ล้านปอนด์ หรือผลงาน

แต่มันเป็นตอนที่หากโกล์บราซิลเจ็บ หรือไม่สามารถลงเล่นขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น?

มิโญ่เลต์ถูกสนใจโดยหลายทีม เช่น ซีซั่นก่อนกับฟูแล่ม และปีนี้ก็มีเสียงแว่ว ๆ มา แต่ลิเวอร์พูล กับคลอปป์ ไม่ได้อยากขาย เลยไม่รู้ด้วยว่า จะตั้งราคาเท่าไหร่?

จะว่าไปแล้ว สถานการณ์ “ตัวสำรอง” ลักษณะนี้ไม่เฉพาะนายทวาร (แต่ตำแหน่งนี้โดนเยอะ เพราะโอกาสได้ลงน้อย) แต่เป็นทุกตำแหน่งนั่นแหละ

ดิว็อค โอริกี้ ก่อนจะมาเปรี้ยงช่วงปลายซีซั่นที่แล้ว, อดัม ลัลลานา, เชอร์ดาน ชาคิรี่ (เปรี้ยงต้นฤดูกาล), เดยัน ลอฟเรน, อัลแบร์โต โมเรโน่ (จนย้ายออกไป), นาธาเนียล ไคล์น (จนต้องถูกยืมตัว), เฮนโด้ เองในบางเกม, นาบี้ เกอิต้า ฯลฯ

เรียกได้ว่า “ทุกคน” ที่เอ่ยชื่อ และไม่ได้เอ่ยชื่อในปีก่อน หรือปีนี้เฉพาะอย่างยิ่งบรรดาดาวรุ่งที่กำลังถูกกล่าวขวัญที่ล้วนแล้วจะต้องเป็นส่วนหนึ่งกับทีม

งานของ เยอร์เก้น คลอปป์ ในฐานะกุนซือจึงไม่ใช่แค่ “ดูแล” เอาใจใส่ บริหารจัดการ 11 ตัวแรก หรือ 3 ตัวบน: มาเน่-เฟียร์มิโน่-ซาลาห์ เท่านั้น

แต่เป็น squad ทั้ง 20, 30 คนแบบทั่วถึงให้ทุกคนรู้สึก “สำคัญ” และเป็นส่วนหนึ่งของทีม

นี่จึงเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ของงานโค้ชฟุตบอล…

กรณี มิโญ่เลต์ที่ผมหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง คือ อะไรที่ “ไม่ง่าย” แม้จะผ่านการพูดคุยจากคลอปป์อย่างจริงใจเสมอมา

แล้วคุณล่ะครับจะทำอย่างไร หากคุณเองเป็น ซิมง มิโญเลต์?