หงส์แดงชนะเพราะ?

หลังโดน 2 ประตูใน 3 นาทีเริ่มจาก ซาดิโอ มาเน่ โหม่งเสาสองนาทีที่ 50 และประตูเลี้ยงตัดใน และกดสุดสวยของ โม ซาลาห์ ออกนำ 2-0 ต้นครึ่งหลัง

“ไฮไลต์” เกมนี้เกิดขึ้นทันทีจากการเปลี่ยนตัวของ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่ถอด ฮัดสัน-โอดอย ออกแล้วส่ง กอนซาโล ฮิกัวอิน ลงสนามนาทีที่ 56 

เพราะอะไร?

ฮิกัวอิน ลงไปเล่นแนวรุกตัวกลางของระบบ 4-3-3 ที่หลักๆ แล้วก่อนหน้านี้ตลอดครึ่งแรกกระทั่งเสีย 2 ประตู คือ ระบบ 4-5-1 แพ็คแดนกลางสุดแน่นจนนักเตะหงส์แดงแทบไม่ได้หายใจหายคอ

ฮิกัวอิน ลงไป และสไตล์หัวหอกอาร์เจนไตน์ คือ False 9 แบบที่ ซาร์รี ต้องการให้ อาซาร์ ทำหน้าที่ 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การกลับไปยืนริมเส้นฝั่งซ้ายของอาซาร์ แล้วโยก วิลเลียน ไปด้านขวา

เหลือเชื่อครับ เกมรุกเชลซีน่ากลัวมากทันที โดยเฉพาะ อาซาร์ ที่เกือบยิงได้ 2 หนในนาทีที่ 59 ที่หลุดทะลุกับดักล้ำแล้วยิงชนเสา กับนาทีที่ 60 ที่หลุดทะลุไปรับลูกเปิดจาก วิลเลียม ยิงติด อลิสซง

หลังจากเปลี่ยนตัวนั้น แมตช์นี้จึง game on ทันทีจนลิเวอร์พูลต้องเปลี่ยน ไวจ์นัลดุม แทน เกอิต้า มาช่วยรับเกมนาทีที่ 66

เรียกได้ว่า แฟนบอลไม่ได้เห็นการ “ขึง” เปิดบอลไปมา พยายามบุกในแดนคู่แข่งฝ่ายเดียวของลิเวอร์พูลอีกเลย

ไม่มากก็น้อย และด้วยความเคารพการตัดสินใจของ ซาร์รี เกมนี้ อาซาร์ ทำได้ดีจากริมเส้นด้านซ้ายจริง ๆ และลิเวอร์พูล “โชคดี” เหมือนกันจาก 3 นาที 2 ประตูของตนเอง

และ 2 นาทีที่ตัวเองไม่โดน อาซาร์ ยิงประตูตีคืนได้

เกมนี้ ตั้งแต่เปิดฉาก เสียงเชียร์ในแอนฟิลด์ “ส่งสัญญาณ” ได้กึกก้องเหลือเกิน

เหมือนจะโหดกว่าทุกครั้งเพื่อตอบสนองสถานการณ์จริง ขณะที่เหล่านักเตะก็เริ่มเกมแบบเต็มสูบไม่ต้องไหว้ครู หรือวอร์มเครื่องกันเลย

ทั้งเพรสซิ่ง ทั้งกระตือรือร้น

แต่อย่างที่เรียนไว้ครับ เชลซี มาเล่นแบบมีเกมแพลน และรับ รอโต้ อย่างอดทน แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และก็สร้างสถิติทำประตูได้ไม่เป็นรองลิเวอร์พูลมากมายในครึ่งแรก

รูปเกมจึงดูอึดอัดกระทั่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สร้างความแตกต่างในตำแหน่งใหม่ เลี้ยงวนผ่านจอร์จินโญ่ ถึงเส้นหลังก่อนชิพตามสูตรไปเสาสองให้ มาเน่ โหม่งประตูที่ 18 ก่อน ซาลาห์ จะกดประตูที่ 19 ในลีกของตนเองตามมาติด ๆ

ครับ ในยามเจอคู่แข่งรับแน่น compact ขนาดนี้ นักเตะครีเอทีฟที่สร้างความแตกต่างได้มีความจำเป็น

เหมือนที่แมนฯซิตี้ มีเพียบทั้งตัวจริง และบนม้านั่งสำรอง แต่ลิเวอร์พูลพึ่ง 3 ประสานแดนบนมาตลอด

โอววว…โรเบิร์ตสัน “ลื่น” พร้อมบอลหลุดไปเข้าเท้าฮิกัวอิน นาทีที่ 83 

นี่มัน “ภาพจำ” ชัด ๆ ผิดตรงคราวนี้ผลลัพธ์ต่างจาก 5 ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลยังคงรักษาโอกาส และความหวังได้ต่อไป


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

บาร์บี้ออกตุ๊กตา ‘นาโอมิ โอซะกะ’ ฉลองครบรอบ 60 ปี

SPORTDesk. Team

ตุ๊กตาสาวน้อยบาร์บี้ ฉลองวันเกิดอายุครบรอบ 60 ปีด้วยการออกตุ๊กตาแบบพิเศษในรูปลักษณ์ของนักเทนนิสสาวน้อยมหัศจรรย์ นาโอมิ โอซะกะ นักหวดสาวมือหนึ่งของโลกคนปัจจุบัน

Story

ปลอกแขนสีรุ้ง : สัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมทางเพศ

SPORTDesk. Team

ในโลกฟุตบอลปัจจุบัน หากเกิดการ “เหยียดผิว” หรือในความหมายอื่น ๆ อาทิ เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา เหยียดเพศ นับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในสนามฟุตบอล…

Thought

เสียดาย…แต่ไม่เสียหาย

มาริโน่

แมนฯ ซิตี้ อุตส่าห์พลาดหลังบุกแพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 แต่ลิเวอร์พูล ก็ดันสะดุดตามด้วยการเสมอในบ้านกับ เลสเตอร์ 1-1