เจ็บเพื่อจบกับ ‘pre-season’

31 July 2019
905 VIEWS

ได้ยิน “กระแสแรง” ยิ่งกว่าน้ำเชี่ยวกรากแล้วหวั่นใจว่า สาวกหงส์แดง จะหมดพลังกันไปเสียก่อนกับผลการแข่งขันอุ่นเครื่องทั้ง 6 นัดที่ผ่านมาช่วง “พรีซีซั่น” ของลิเวอร์พูล

ถล่มทรานเมียร์ 6-0 (11 ก.ค.), เชือดแบรดฟอร์ด 3-1 (14 ก.ค.) ก่อนจะเมาหมัดในทัวร์อเมริกาที่โดนดอร์ทมุนด์ 2-3 (20 ก.ค.), เซบีญ่า ช้ำ ๆ 1-2 (21 ก.ค.) และเสมอสปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-2 (25 ก.ค.)

แย่สุดในความรู้สึก คือ โดนนาโปลี สอนเชิง 0-3 ที่สกอตแลนด์ (28 ก.ค.)

รวมความแล้ว 6 นัดเสียไป 11 ประตูเทียบกับทั้งฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งเสียเพียง 22 ประตูจาก 38 นัดแล้วอาจดูหดหู่ แม้จะไม่ควรนำมาเทียบกัน แต่ก็อ่ะนะ…ชอบคิดเปรียบกันให้เครียดกันเล่น ๆ ซะงั้น

ฟุตบอลเคยเด่นเกมรับไฉนเป็นแบบนี้ แม้ตัวเก่งจะเป็นแนวรุก แต่แนวรับควรจะยังดีอยู่?

ก็แหม…ฟุตบอลเล่นเป็นทีม จะรับก็ต้องทั้งทีม และรับตั้งแต่แดนบนโดยเฉพาะรูปแบบวิธีการเล่นของ เยอร์เก้น คลอปป์ และเด็ก ๆ ก็เป็นแบบนั้น

ขาดฟันเฟืองใด ๆ หรือจุดใดไม่พร้อม ย่อมไม่ได้

ฉะนั้น ขอให้ทำใจให้ “สบาย” ก่อนนะครับ

เอาเป็นว่า เรายังไม่พร้อมดีกระทั่งวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ก.ค.) นั่นแหละครับที่ อลิสซง, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ และโม ซาลาห์ กลับมาจากพักผ่อนทีมชาติรวมกับ เซอร์ดาน ชาห์คิรี่ และนาบี้ เกอิต้า ที่เริ่มฟื้นจากการบาดเจ็บ

รอเพียง ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งเสร็จกิจ AFCON Final 19 ก.ค.ที่จะกลับมาวันจันทร์ 5 ส.ค.หรือหลังเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับแมนฯซิตี้ 1 วัน

ทั้งหมดก็จะได้พลพรรคครบพร้อมลุยศึกกับ นอริช วันศุกร์ 9 ส.ค.ประเดิม 9 เดือนแห่งการชิงชัยฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ 2019/20

ครับ ผลการแข่งขันในช่วง “พรีซีซั่น” คือ ประเด็นหนึ่ง ขณะที่อีกประเด็นคือ การซื้อขายที่ก็ไม่ช่วยให้จิตใจของหลาย ๆ ฝ่ายมั่นใจนักกับการจ่ายแค่เด็กน้อย 2 คน เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และฮาร์วีย์ เอลเลียต

แต่นั่นยังไม่เท่ากับฟอร์มตลอด 1 เดือนที่ผ่านมานับจากเข้าเก็บตัว 16 คนแรกที่ เมลวู้ด เมื่อ 6 ก.ค.ที่เริ่มสวย แต่ค่อย ๆ แผ่ว

จะด้วย “เราเชื่อบอสส์” หรือ In Klopp We Trust หรือจะไปเฟ้นหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาอธิบายให้ตัวเองสบายใจ ทว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ผมยังไม่ได้ยินใครพูดกันมีดังนี้ครับ:

การเตรียมทีมช่วงพรีซีซั่นในทางอุดมคติควรจะมี 2 เดือน เดือนแรกจะเรียกว่า Early Pre-Season ขณะที่เดือนที่ 2 ก่อนนัดเปิดสนามของฤดูกาลจะเรียกว่า Late Pre-Season

การที่ลิเวอร์พูลต้องเตะ UCL Final 2019 กับสเปอร์ส แล้วเราชนะ 2-0 ได้แชมป์ยุโรป 6 สมัยวันที่ 1 มิ.ย.ทำให้ถูกต้องแล้วที่สโมสรจะเรียกนักเตะเข้าแคมป์หลังจากนั้น 1 เดือน หรือวันเสาร์ที่ 6 ก.ค.ตามที่ผมได้เรียนไว้ข้างต้น

นักเตะก็จะได้พักรวมประมาณ 1 เดือนตามกฎฟีฟ่า

จุดนี้ถือว่า หงส์แดงเสียเปรียบทีมอื่น ๆ ที่เตะพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย 12 พ.ค.ประมาณเกือบ 2-3 สัปดาห์

ไม่นับเกมทีมชาติทั้ง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, โคปา อเมริกา หรือแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ที่ต่างกรรมต่างวาระกันไป

ทว่า “ตัวหลัก” แท้จริงในนามทีมชาติของลิเวอร์พูลก็ยังโดนหนักกว่าทุกทีม

อย่างไรก็ดีครับ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ คลอปป์ “บ่นบ้า” ราคาแพง และเก็บเป็นประเด็น

ผมเชื่อว่า “ทุกคน” ที่เข้าแคมป์ช้าล้วนเจอโปรแกรมพิเศษต้องซ้อมส่วนตัวเหมือนกันหมดอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อเตรียมร่างกายในแง่ความแข็งแรง (strength), ความเร็ว (speed), ความคล่องตัว (agility), ความอดทน (endurance), ความยืนหยุ่น (flexibility) และพลัง (power) ของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ

คนที่ซ้อมอยู่กับทีมก็เจอโปรแกรมเข้มข้น (intensive) อยู่แล้วอาจจะเช้า และเย็น ประกอบกับมีแมตช์อุ่นเครื่อง

ทว่าพวกติดทีมชาติคงไม่ต้อง เพราะร่างกายได้ซ้อมต่อเนื่อง และเล่นเกมต่อเนื่องมาอยู่แล้ว

ฉะนั้น เวลาตลอด 3 วีคกระทั่งแมตช์โดน คาร์โล อันเชลล็อตติ กับเด็ก ๆ สอนเชิง ทีมหงส์แดง ได้เน้นสร้างความฟิต และความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้ออย่างหนักเพื่อเป้าหมายระยะยาว คือ สู้ศึกตลอด 9 เดือนข้างหน้า

การซ้อมแท็คติกส์ หรือความคล่องตัว หรือสร้างพลังจำพวก Plyometric อาทิ กระโดด, ออกตัว, กลับตัว ฯลฯ จึงยังมีน้อย

ภาพตามตูด ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ จึงอาจไม่ใช่เรื่องแปลก แม้จะต้องยอมรับด้วยว่า ลิเวอร์พูลพลาดจากการเสียบอลให้โดนเคาน์เตอร์แอทแทคเอง

คลอปป์ เฉลยว่า นาโปลีที่เริ่มซ้อมพร้อม ๆ กัน ร่างกายจะชิวกว่า ผ่อนคลายกว่า เพราะเกมแรกกัลโช่กว่าจะมาก็ 24 ส.ค.หรือหลังจากพรีเมียร์ลีก 14 วัน

นาโปลีจึงไม่ต้องเร่งสร้างพลัง และความฟิตจนสภาพผู้เล่นอาจแข็งเป็นหุ่นยนต์เหมือนลิเวอร์พูล

นึกภาพ และเห็นภาพตามได้นะครับ…

นั่นจึงไม่แปลกที่ กุนซือเยอรมันจะกล้าพูด 2 ประเด็น คือ

1.การเก็บตัวยุโรป 1 สัปดาห์ที่เมืองเอวิยงก่อนเกมกับแมนฯซิตี้ คั่นด้วยการเจอกับลียงที่เจนีวาวันนี้ (31 ก.ค.) จะเป็นอะไรที่สำคัญมาก

เพราะมันคือ สัปดาห์ที่ 4 ของพรีซีซั่นที่ไม่ใช่เพียงนักเตะจะกลับมาแทบครบ (ขาด มาเน่) แต่มันจะทำให้แท็คติกส์ ระบบ และรูปแบบการเล่นได้มีโอกาสผนวกเข้ากับโปรแกรมฟิตเนสส์ ณ จุดที่สภาพร่างกายผู้เล่นดีขึ้น และพร้อมจะเติมเรื่องความยืดหยุ่น กับคล่องตัวเข้ามาแล้ว

2.คลอปป์ มั่นใจถึงขั้นใช้คำว่า ลูกทีมจะกลายเป็น different animal หรือสัตว์คนละพันธุ์ ไม่ใช่ทีมที่จะถูกอ่านได้ง่ายทั้งในแง่ตัวผู้เล่นที่อุ่นเครื่องไม่มี 6 นักเตะหลัก หรือความฟิตของทีมไม่พร้อมอีกต่อไป

ทันทีที่พรีเมียร์ลีกสตาร์ต หรือคิกออฟเกมกับนอริช Friday night 9 ส.ค.

ครับ หวังว่าอ่านเรื่องวันนี้แล้ว “ชาวเรา” จะสบายอกสบายใจขึ้นนะครับ…เย้ ๆ YNWA

(ปล.ขอบคุณข้อมูลพรีซีซั่นจาก “โค้ชน้อย” อนันต์ อมรเกียรติ)

ขออนุญาตฝากผู้สนับสนุน “ทรู วิชั่นส์” หน่อยนะครับกับแพ็คเกจดูพรีเมียร์ลีก “ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล” http://bit.ly/30bX7j6