แพ้ หรือ ชนะ ก็ “งดงาม”

ลิเวอร์พูล ชนะเหนือ เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 หรือ แมนฯยูไนเต็ด แม้จะพ่าย บาร์เซโลน่า 0-1 (ตามคาดหมาย) ก็มีความสวยงามท่ามกลางการเสีย away goal เช่นกัน

ครับ สำหรับแฟน ๆ ปิศาจแดง ความงามที่ว่า คือ “ความหวัง”

หรือโอกาสอีก 90 นาที แม้จะเป็นที่คัมป์นู ทว่า ช่วงเวลาหลายจังหวะหลังเสียประตูต้นเกมนาทีที่ 12 โดยบอลแฉลบตัว ลุค ชอว์ จากลูกเขกย้อนศร หลุยส์ ซัวเรซ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ดี และทำอะไร “บวก ๆ” จากวิธีการเล่นให้ได้เห็น

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ใช้ระบบ 3-5-2 ซึ่งไม่ค่อยมีทีมระดับโลกใช้กันมากนัก แต่มองในแง่การเน้นเกมรับก็ถือว่า เป็นระบบที่เหมาะสม

ลินเดอเลิฟ-สมอลลิ่ง-ชอว์ เป็น “แบ็คทรี” และชอว์ ทำหน้าที่ประกบ เมสซี่ เฉพาะอย่างยิ่งการระวังลูกเลี้ยงตัดกลาง และชอว์ยังตามเมสซี่ตลอดเวลาแม้จะดร็อปตัวลงต่ำ หรือย้ายตำแหน่ง

ดาโลต์ และยัง เป็นวิงก์แบ็ค ขณะที่เฟร็ด ยืนต่ำ และป๊อกบา กับแม็คโทมิเนย์ เป็นกลางสูง โดยใช้ แรชฟอร์ด กับลูคากูเป็น 2 ประสานแนวรุก

น่าเสียดายที่เสียประตูเร็ว และเป็นการเสียแบบ “ไดเร็คต์” นั่นคือ บุสเกต์ หยอดบอลโด่งจากกลางสนามทะลุช่องระหว่าง สมอลลิ่ง กับลินเดอเลิฟ ให้เมสซี่ (หนี ชอว์) หลุดเข้าเขตโทษแล้วชิพให้ซัวเรซที่อยู่เสาสองโหม่งย้อน

หลายจังหวะอันตรายในเกมนี้ของบาร์ซ่า ก็เกิดจากบอลไดเร็คต์ยาว ๆ นี่แหละครับ เช่น บอลจากหลังให้ซัวเรซพิงสมอลลิ่งแล้วบอลตกถึงเท้า คูตินโญ่ ยิงติดเท้าเด เกอา

นอกนั้น ดูแล้วเด็ก ๆ ของเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จะเล่นบอลด้วยเกียร์ 2-3 และเหมือนอยากลอง “พลังหมัด” นักเตะแมนฯยูฯด้วยซ้ำ เฉพาะอย่างยิ่งแผงหลังกับการออก “บอลแรก” ที่ไม่ค่อยเน้นในหลายจังหวะจนเกือบพลาดเอง

แต่แม้จะโดน high pressing และดูน่าตื่นเต้นอยู่เหมือนกันในฐานะคนดู แต่แท็คติกส์ในเกมรุกของแมนฯยูฯยังไม่หลากหลายมากกว่าบอลโยนจากด้านข้างที่ทั้ง ยัง กับดาโลต์ ทำได้ไม่ดีพอ

เกมหน้า แม้จะมีหวัง แต่ดูแล้วเปอร์เซนต์มีต่ำไม่ถึง 5% หากจะเรียนตรง ๆ ครับ

ส่วนเกมหงส์ออกตัวแรง 25 นาทีกดปอร์โต้ 2-0 และรักษาสกอร์ได้ก็ไม่น่าจะต่างกัน

การไม่เสีย away goal ทำให้เล่นไม่กดดันนักในเกมเลก 2 และทำให้เป็นฝ่าย “ครองสถานการณ์” แทบจะ 100% ในการกำหนดแท็คติกส์การเล่นได้

เกมนี้ เยอร์เก้น คลอปป์ มาสารภาพเรื่องตำแหน่งการเล่นของ เฮนเดอร์สัน

จริง ๆ แล้วไม่แปลก และไม่จำเป็นต้องสารภาพใด ๆ เพราะเฮนโด้ ขึ้นชื่อเรื่องภาวะผู้นำ, ทุ่มเท, ขยัน ดังนั้นตอนไม่มีใครก็ใช้กัปตันในตำแหน่งมิดฟิลด์ holding ball ไป

แต่ตอนนี้มีคนที่ดีกว่า ฟาบินโญ่ จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง

และล่าสุดจากเกมนี้ น่ายินดีที่การเปลี่ยนแปลงกลายเป็น “พัฒนาการ” นำเฮนเดอร์สัน ไปสู่ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวบนด้านขวาทำให้เชื่อมเกมกับ ซาลาห์ และเทรนท์ และสอดทะลุทำเกม

แถมครีเอตเกมให้สร้างสรรค์ได้บ่อยครั้ง ไม่นับการเติมกระจาย

กลางชุดนี้ คือ กลางในครึ่งหลังแมตช์กับเซาแธมป์ตัน และได้เห็นเกอิต้า ยิงได้ติดต่อกัน โดยเกมนี้เจ้าตัวแอบไปยืนจาก “จุดยิง” ตรงหัวกระโหลกที่แทรกตัวได้ดี

จากการผ่านเริ่มต้นของ มาเน่ ที่แลบไปทำเกมริมเส้นฝั่งซ้ายได้อีกแล้ว และเฟียร์มิโน่ ที่โฉบมารับบอลเสาแรกหนีบริเวณกลางประตูในกรอบเขตโทษที่แออัด

ลิเวอร์พูลใน “มิตินี้” ต่อเนื่องจากครึ่งหลังกับทีมนักบุญถือว่า มาทันเวลาช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลพอดี มุมทั้งหมดนี้จาก UCL รอบ 8 ทีมเลกแรกของหงส์ และผี จึงน่าจะฉายภาพนัดที่เหลือต่อ ๆ ไปฤดูกาลนี้ของทั้ง 2 ทีมได้ไม่มากก็น้อยครับ


RELATED POSTS

Thought

“กัปตันทีม” ไม่ได้มีไว้เฉพาะแลกธง แต่ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ไข่มุกดำ

ช่วงนี้ผมได้ยิน โจเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์รัว ๆ หลายประเด็นที่น่าสนใจในระหว่างทัวร์สหรัฐอเมริกากับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นะครับ

Story

ทุกแรงใจส่งให้ คาซียาส

SPORTDesk. Team

อีเคร์ คาซียาส คือสุดยอดนายประตูแห่งยุคช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เพราะเขาคว้าถ้วยรางวัลทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติสเปน ดังนั้นข่าวที่เขาเกิดอาการ ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ ขณะลงฝึกซ้อมกับ เอฟซี ปอร์โต้ ต้นสังกัด จึงเป็นเรื่องที่ ‘ช็อก’ มากๆ สำหรับแฟนบอลทั่วโลก

Thought

กระทั่งมาเจอ “โซลชาร์”

ไข่มุกดำ

“ปฏิเสธ” ไม่ได้ว่า สิ่งที่โซลชาร์ได้สร้าง “นอกสนาม” ให้เกิดบรรยากาศที่ดีในทีม และได้แปรเปลี่ยนเป็น feelgood factors หรือปัจจัยมากมายที่ทำให้รู้สึกดี