การเดินทางอันยาวไกลของ ‘หงส์แดง’ เริ่มต้นแล้ว

หากนับจากวันนี้ 4 ส.ค.ที่ลิเวอร์พูลเตรียมระเบิดศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับแมนฯซิตี้ จนถึง 30 พ.ค.2020 อันเป็นแมตช์ไฟนอล UCL ณ กรุงอิสตันบูล (อีกแล้ว – สถานที่ซึ่งหงส์แดงเคยสร้างปาฏิหาริย์ในปี 2005) มันคือ ระยะเวลา 299 วัน หรือ 10 เดือนเต็มแห่งการเดินทางซีซั่น 2019/20 อันแสนจะยาวนาน

A (hard) long journey จริง ๆ ครับกับ 7 ถ้วยต้องชิงชัยตั้งแต่คอมมิวนิตี้ ชิลด์, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, เอฟเอ คัพ, คาราบาว คัพ, คลับ เวิลด์ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก

รวมความแล้ว หากจะมีโคตรปาฏิหาริย์ ลิเวอร์พูลได้เข้าชิงชนะเลิศทุกถ้วยรางวัล เยอร์เก้น คลอปป์ และเด็ก ๆ จะต้องโม่แข้งกันถึง 67 แมตช์ ไม่รวม 7 เกมอุ่นเครื่องพรีซีซั่นในอังกฤษ, อเมริกา, สกอตแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ และก็ไม่รวมนัดรีเพลย์ เอฟเอ คัพ (หากจะมี) รวมถึงไม่รวมว่า หากตกรอบ UCL ต้องไปเตะ UEL ตั้งแต่รอบ 32 ทีมเกมจะยิ่งเยอะเข้าไปอีก (71 แมตช์)

คลอปป์ บ่นก่อนเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ โดย “ออกตัว” อย่างแรงว่า ไม่ได้พูดเพราะจะหาข้ออ้าง แต่เจ้าตัวไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า ทำไมลีกผู้ดีถึงเปิดเร็วขนาดนี้ ศุกร์ที่ 9 ส.ค.เท่านั้น แถมลิเวอร์พูลยังต้องเปิดฉากก่อนใครกับนอริช ซิตี้

เทียบกับลีกอื่น ๆ เช่น บุนเดสลีกา และลาลีกา เริ่มช้ากว่า 1 วีค (ลาลีกา 20 ทีม, บุนเดสลีกา 18 ทีม), เซเรียอา 24 ส.ค. ทั้งที่ก็มี 20 ทีม

ทุกขลาภจึงเกิดในใจคลอปป์อย่างช่วยไม่ได้ เฉพาะอย่างยิ่งเดือน ธ.ค.ที่ต้องเตะบอลชิงแชมป์สโมสรโลกที่กาตาร์ ทำให้รวมความแล้ว ลิเวอร์พูลต้องเตะ 1 เกมในทุก ๆ 4.5 วัน

แน่นอนครับ อังกฤษจะเหมือนกับลีกฝรั่งเศส, โปรตุเกส และสกอตแลนด์ ที่จะมีบอลถ้วย ลีก คัพ อันทำให้โปรแกรมการเตะเพิ่มขึ้นมา

และปีนี้ยังมี winter break เดือน ก.พ.2020 อีกต่างหาก อีกทั้งพรีเมียร์ลีกก็ขอความเห็นสโมสรต่าง ๆ แล้วเกี่ยวกับการวางแผนโปรแกรมการเตะ

งานนี้ก็เข้าใจได้ทั้งพรีเมียร์ลีก และคลอปป์ กับลิเวอร์พูลที่โปรแกรมเพิ่มขึ้นเพราะการได้แชมป์ UCL 2019, จับพลัดจับผลูต้องเตะคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และเป็น 1 ใน 4 ลีกยุโรปที่มี ลีก คัพ

คำถาม คือ คิดกันหรือครับว่า ลิเวอร์พูลจะชนะ หรือได้เข้าชิงชนะเลิศ (หากไม่นับคอมมิวนิตี้ ชิลด์, ซูเปอร์ คัพ ที่ได้เตะไฟนอลอยู่แล้ว) ทั้ง 7 ถ้วย?

คำตอบ คือ “ไม่” อยู่แล้วอย่างแน่นอน

คำถามถัดมา คือ บางถ้วยคงต้องจัดทัพชุดที่ 2 ลงไปใช่ไหม? เช่น ลีก คัพ หรือแม้แต่เอฟเอ คัพ รอบต้น ๆ หรือ UCL ในนัดท้าย ๆ หากโชคดีได้เข้ารอบน็อคเอ๊าท์เร็ว

คำถามสุดท้าย คือ ถ้วยอย่าง คอมมิวนิตี้ ชิลด์, ซูเปอร์คัพ หรือคลับ เวิลด์ คัพ (อาจจะรอบรองฯ) อาจเป็นเกมที่ดูท่าทีก่อนได้บ้าง หรือมี mindset ที่ผ่อนคลายกว่า – – ไม่ได้หมายความว่า ทิ้ง หรือไม่เอานะ แต่เน้นแท็คติกส์รัดกุมดูก่อน และเก็บพลังไว้ได้

ทั้งหลายทั้งปวง คือ happy problems ของลิเวอร์พูลที่ เยอร์เก้น คลอปป์ ต้องวางแผนกลยุทธ์ในการจัดทัพ และต้องยอมรับความเป็นจริงพร้อม “ต่อสู้” ให้ถึงที่สุด

แล้วพวกเรา เหล่า The Kop ล่ะ พร้อมหรือยังครับกับ A long journey ซีซั่นนี้

หากพร้อมแล้วก็ Let the game begin ตั้งแต่วันนี้ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ครับ


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

คนที่ไม่ถูกเลือก

SPORTDesk. Team

ในเมื่อ ซีดาน กลับมาทวงบังลังก์ คนที่ไม่ใช่และไม่ถูกเลือกก็กลับกลายเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ อีกหนึ่งตัวเต็งที่เคยเป็นข่าวมา

Feature

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อน “หงส์” ฟัด “ไก่”

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้กลับมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง หลังจากลีกทางให้กับโปรแกรมทีมชาติไป 1 สัปดาห์ โดยมีโปรแกรมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส ซึ่งจะบดแข้งกันในวันอาทิตย์ เวลา 22.30 น. ซึ่งชัยชนะในนัดนี้ ช่างมีความหมายต่อทั้ง 2 ทีมเป็นอย่างยิ่ง

Thought

ฤาท่านเลือกกุนซือจอม “ก้าวร้าว”?

ไข่มุกดำ

ผมคง “ไม่แตะ” เรื่องฝีมือ หรือผลงานในสนามทั้ง “อดีต” และ “ปัจจุบัน” ของโจเซ่ มูรินโญ่ นะครับในวันนี้ ประเด็นเพียงแค่อยากจะพูดถึง “พฤติกรรม” บางอย่างเฉย ๆ และต้องขออนุญาตแฟนปิศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ทุกคนด้วยว่า ผมไม่ได้มีเจตนาจะ “ลบหลู่” ดูแคลนสโมสร หรือแม้แต่ตัวมูรินโญ่ แต่อย่างใด เพียงแค่อยากนำเสนอ “มุมมอง” บางด้านเท่านั้นเองครับ