แม็คไกวร์ และการต่อสู้กับคำว่า ‘แพงที่สุดในโลก’

3 August 2019
450 VIEWS

ทุกครั้งที่เจอ “ดีล” ลักษณะทำลายสถิติโลกแบบนี้ คำถามแรกที่ผมรู้สึกไม่ใช่ว่า “ราคา” จะ “คุ้มค่า” กับความสามารถหรือไม่?

แต่เป็น นักเตะคนนั้นจะ live up to price tag หรือจะต่อสู้เอาชนะราคาค่างวดของตัวเองได้หรือไม่?

ทำไมนะหรือ…

มันมีความ “กดดัน” ตามมามากมายกับคำว่า ราคา (คุณ) แพงที่สุดในโลก

เช่นกัน ความ “คาดหวัง” จากผู้คนรอบข้าง เพื่อนร่วมทีม แฟนบอล หรือทุก stakeholders ของทีม ก็ล้วนแล้วแต่มากล้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองเหมือนไม่มีทางเลือก เพราะสุดท้ายพอชื่อที่เคยตกเป็นข่าวอย่าง มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, คาลิดู คูลิบาลี ไม่เป็นผล

ชอยส์ทางเลือกจึงเหลือแค่ แฮร์รี แม็คไกวร์ (ไม่ใช่ เจอร์รี นะ 555) และนั่นทำให้อำนาจการซื้อขายตกอยู่ในมือของต้นสังกัดปัจจุบัน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีสัญญาระยะยาวกับกองหลังทีมชาติอังกฤษรายนี้ที่เพิ่งต่อ 5 ปีเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

กอปรกับวัย 26 ปีกำลังพีค และเป็นตัวหลักสำคัญที่เล่นได้ “บาลานซ์” ที่สุดรับ/รุก,บนดิน/กลางอากาศ,ฉลาด/ดุดัน พร้อม ๆ กันในแผงเซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอังกฤษ 3 คน

ไม่นับรวมบุคคลิกความเป็น “ผู้นำ” ที่โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ก็แอบประทับใจ

ราคา 80 ล้านปอนด์ทำลายสถิติ เวอร์จิล ฟาน ไดต์ (75 ล้านปอนด์) ในฐานะกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก จึงมีความเป็นไปได้

และยิ่งมีซีซั่นที่ผ่านมาที่ดีทั้งกับทีมชาติที่ได้อันดับ 4 บอลโลก และได้อันดับ 3 ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับผลงานดี ๆ ส่งท้ายกับทีมจิ้งจอกสยามยุค เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงต้องจ่ายเงินมากกว่าหากจะซื้อเมื่อปีที่ผ่านมาอย่างต่ำประมาณ 10 ล้านปอนด์ หรือหากซื้อเมื่อปีที่ผ่านมาก็คงจบไม่เกิน 70 ล้านปอนด์ไปแล้ว

แต่ทีมปิศาจแดงคงไม่รังเกียจ เพราะ 1 ปีที่ “ลังเล” และเปลี่ยนกุนซือจากโจเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นโซลชาร์ น่าจะยิ่งทำให้พวกเค้า “มั่นใจ” และยินดีจะจ่ายมากกว่าซีซั่นก่อนเพื่อมาเติมเต็มเซนเตอร์ฮาล์ฟที่มีอยู่แล้วต่ำ ๆ 6 ตัว:

ลินเดอเลิฟ, ไบญี่, สมอลลิ่ง, โจนส์, โรโฮ และเอ็กเซล ตูอันเซเบ้ โดยแน่นอนว่า แม็คไกวร์ ต้องก้าวไปเป็น “พี่เบิ้ม” เบอร์ 1 ของทีมของทันที

เมื่อรวมกับ แอรอน วาน-บิสซาก้า (50 ล้านปอนด์) และแดเนียล เจมส์ (15 ล้านปอนด์) ก็จะทำให้การซื้อ ณ ตอนนี้ของซัมเมอร์ของทีมปิศาจแดงทะลุหลัก 100 ล้านปอนด์ไปเยอะแล้ว

และอย่างน้อย โซลชาร์ ก็ได้ยกเครื่องกองหลังสมใจในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ และแบ็คขวา

ทั้งนี้ หากยอดทีมเมืองแมนเชสเตอร์ แก้ปมกองหน้า โรเมลู ลูคาคู ได้สำเร็จ และยิ่งหากได้ เปาโล ดิบาลา เข้ามาร่วมทีมเป็นการแลกเปลี่ยน

มันคงไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ อีกแล้วสำหรับพลพรรคปิศาจแดงในซีซั่นหน้า

เช่นกันครับ ทีมดี ๆ แบบนี้ก็จะเป็น “แพลตฟอร์ม” สำคัญของ แฮร์รี แม็คไกวร์ ในการก้าวกระโดดการพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

โดยไม่ควรมีปัญหากับราคาค่าตัว “ที่สุดในโลก” ที่ห้อยติดคอตนเอง