อาลัย “ปรมาจารย์” ลูกหนังไทย

เมื่อเกือบ 19 ปีที่แล้วตรงกับ ค.ศ.2000 หรือ พ.ศ.2543 ผมเดินทางกลับไทยครั้งแรกหลังจากไปเป็นผู้สื่อข่าวฟุตบอลประจำกรุงลอนดอน อังกฤษ เป็นเวลา 3 ปีเต็มนับจากปีวิกฤติต้มยำกุ้งแล้วไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลย เพราะเศรษฐกิจแย่มาก ๆ ช่วงพีคสุด 1 ปอนด์มีมูลค่าเกือบ 100 บาทไทย

แน่นอนครับ “คิดถึง” คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว และกัลยาณมิตรทุกคน แต่การกลับมาประมาณ 2 สัปดาห์ ผมได้ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะ “ต่อยอด” การทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ได้ในอีกระดับหนึ่ง

ครับ ผมได้ยินข่าวการเปิดอบรม “ผู้ฝึกสอนฟุตบอลขั้นพื้นฐาน” ของกรมพลศึกษา (น่าจะเทียบเท่า FA Introductory คอร์สในตอนนี้) และสนใจจะเรียน

ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจึงขอรบกวนให้หัวหน้าอีกท่าน คุณอำนวยศักดิ์ สว่างนก บรรณาธิการ นสพ.เดลินิวส์ ในตอนนั้นประสานการเรียนให้ และสุดท้ายได้ที่เรียนมา 1 โควต้า

อ.หรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน, อ.กวิน คเชนเดชา, ผู้ตัดสิน ปัญญา หาญลำยวง, อ.สุพนธ์ มณีธีรกุล และมีวิทยากรรับเชิญ คือ อ.สำเริง ไชยยงค์

ตอนนั้นจำได้ว่า ได้เรียนรู้ความหมายการเป็น “โค้ช” และพื้นฐานด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะการสอนเพื่อพัฒนานักเตะ และทีม, ระบบฟุตบอล, โภชนาการ, กฎ กติกา ฯลฯ ตลอดเวลา 6 วัน

โดย “ไฮไลต์” ประการหนึ่งนอกเหนือจากการได้เรียนจากวิทยากรระดับประเทศโดยเฉพาะ อ.หรั่งแล้ว คือ การมาปรากฎตัว และสร้างแรงบันดาลใจ 1 session ของปรมาจารย์ พลตรี สำเริง ที่ ณ ตอนนั้นท่านอายุ 68 ปี

ในโรงยิมของ ม.ราชมงคล ธัญบุรี คลอง 6 ผมได้เห็นกับตา อ.สำเริง กระโดดโหม่งบอลเต็ม ๆ เสียงลูกหนังกระแทกหน้าผากดังเปรี๊ยะ ๆ และสาธิตด้วยตัวเองกับเทคนิค และทักษะต่าง ๆ เช่น วอลเลย์, ฮาล์ฟวอลเลย์ กระทั่งตีลังกายิงตัวหล่นพื้นแอ๊ก ๆ

นั่นคือ คนวัยเกือบ 70 ปีนะครับ!

อีกความทรงจำ คือ คำพูดติดตลกที่ว่า “ผมซ้อมยิงประตูทุกรูปแบบ และพร้อมมากก่อนไปแข่งโอลิมปิก (1956 เมลเบิร์น ออสเตรเลีย) มั่นใจเลยว่า หากบอลมาถึงต้องทำประตูได้แน่”

ก่อนจะตบท้าย (หากผมจำไม่ผิด) “แต่เอาเข้าจริง ผมแทบไม่ได้บอลเลย!”

พวกเราที่อบรมก็หัวเราะกันสนุกสนานที่คุณปู่ อดีตกองหน้าวัย 68 ปีเอาประสบการณ์ดี ๆ มาเล่าให้ฟัง รวมถึงความทรงจำการได้รับทุนพระราชทานจากในหลวง ร.9 ไปอบรมโค้ชฟุตบอลที่เยอรมัน กับปรมาจารย์เดทมาร์ คราเมอร์ และกลับมาถวายงานในหลวง ร.10 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

รวมความแล้ว ตลอดช่วงบ่ายวันนั้น ผมมี “ภาพจำ” ถึงชายวัยคุณปู่ รูปร่างสันทัด ที่ร่างกายแข็งแรง ทะมัดทะแมง สามารถสาธิตการสอนต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง รวมถึงความปราชญ์เปรื่องผ่านมุมมองความคิด และประสบการณ์สุดล้ำค่าของท่านอาจารย์สำเริง เก็บไว้จนบัดนี้

โดยมาสะดุดอีกครั้งก็เมื่อทราบข่าว อาจารย์เสียชีวิต เพราะไตวายเฉียบพลับเมื่อวันจันทร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

ภาพความทรงจำเมื่อ 18 ปีก่อนจึงหวนคืนมาอีกครั้ง…

ครับ สุดสัปดาห์นี้ ทางไทยลีก ได้แจ้งขอความร่วมมือทุกสโมสรเรื่องการไว้อาลัย อ.สำเริง ไชยยงค์ เรียบร้อยแล้ว ขณะที่พิธีสวดพระอภิธรรม มีขึ้นระหว่างวันที่ 12 -18 มี.ค.62 ศาลา 10 ก่อนจะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพวันที่ 19 มี.ค.เวลา 17.00 น. ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร

ขอร่วมไว้อาลัย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของอาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกคนของ “ปรมาจารย์ลูกหนังไทย” อ.สำเริง ไชยยงค์ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ


RELATED POSTS

Thought

คำตอบใหม่

ลูกแม่กิ่ง

เมื่อช่วงเดือนที่แล้ว ผมค่อนข้างอินกับวลีหนึ่งมากเป็นพิเศษครับ เพราะเป็นวลีที่มาจากคำภาษิตจีนโบ ราณที่เคยเป็นชื่อเรื่องของบทความชิ้นที่กระทบจิตใจของผมมากที่สุด และปัจจุบันกลายมาเป็นชื่อหนังสือรวม เล่มบทบรรณาธิการของนักเขียนที่ผมบูชามากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน วลีดังกล่าวคือ “เมื่อถึงเวลา ดอกไม้จะบานเอง” หรือ สือเต้าฮัวจิ่วไค่

Thought

#coachingpoints : “เรียนรู้” จากนาโปลีเพื่อรับมือ “เรือใบ”

ไข่มุกดำ

ขออนุญาตพูด “ย้อนหลัง” ถึงเกมนาโปลี – ลิเวอร์พูล แต่จะเป็นภาพส่งต่อถึงเกม “ซูเปอร์ซันเดย์” ลิเวอร์พูล – แมนฯซิตี้ ด้วยน้ำหนักที่มากกว่านะครับ

Thought

โคตรทีมแห่งทศวรรษของเกาหลีใต้

เดชรัช นุชพุ่ม

สัปดาห์ที่แล้วในคอลัมน์ฟุตบอลเอเชียผมได้เขียนถึงทีมสโมสรในเคลีกของเกาหลีใต้อย่าง ชอนบุค ฮุนได มอเตอร์ ที่กำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่คว้าแชมป์เคลีกได้เร็วที่สุดตั้งแต่มีการเปลี่ยนมาใช้ระบบการแข่งขันในปัจจุบันเมื่อปี2012 ซึ่งในที่สุดเจ้าของฉายา “นักรบสีเขียว”ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ได้สำเร็จ