เจาะกลยุทธ์ ‘ฉลามชล’ และ ‘ฉลามซอ’ กระซวกบุรีรัมย์

สมศักดิ์ศรี ฟุตบอลไทยลีก เลก 2 นัดแรก “คู่เอก” ที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดนะครับ

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เอาชนะในบ้านเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันในลีก ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ และเป็นชัยชนะในชลบุรี สเตเดี้ยม ครั้งแรกในรอบ 5 ปี เหนือทีมอันดับ 1 ของบ้านเรายุคนี้ บุรีรัมย์ ได้สำเร็จ

ก่อนเกมผมได้พูดถึง “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ไป และร่ายถึงกระแสการย้ายทีมกับ “อิมแพ็ค” ที่เกิดขึ้นนอกสนามจากข่าวการย้ายทัพในครั้งนี้

จบเกม คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ และ “กระแสโซเชียล” เชี่ยวกราดมากถึงผลงานของ “ลีซอ” และชลบุรี ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมชนิดที่หากเล่นได้แบบนี้ก็สามารถชนะได้ทุกทีมในลีก

สาย ๆ วันจันทร์ 1 ก.ค. หรือ morning after หลังเกม ผมส่งไลน์ถึง “ลีซอ” แสดงความยินดี และสอบถามประเด็นที่สนใจจากเกมนี้ตามนี้นะครับ:

ยินดีด้วย ๆ แอบคิดไว้นะ เลยเขียนวันก่อนว่าน่าจะ “ปัง”
รบกวนนิดนึงนะ

กลยุทธ์หลักพี่เตี้ยใช้ 4-2-3-1 

1.ตอนรุก ยิม เติมสนับสนุน ลูเคียน และริมเส้น (สลับกันได้?) เป็นซอ กับ ก้อง?

2.เวลารับ ลงมาเป็น 4-5-1 ซอ กับ ก้อง ปิดวิงก์แบ็ค บุรีรัมย์?

3.และทั้งรุก และรับ แบ็คชลบุรี ไม่ต้องเติมเยอะ?

4.รวมกับการเพรสซิ่งค่อนข้างสูงทั้งตอนรับไม่มีบอล และรุกแล้วเสียบอลนะ?

คำตอบคือ: 

1.ใช่ครับ เวลาเป็นเกมรุก ให้พวกผม ก้อง ยิมไปสนับสนุนลูเคี่ยน ผมกับก้องสลับกันได้ครับ แต่ต้องตามฟูลแบ็คเค้าถ้าเค้าเติมขึ้นมา แล้วไม่ต้องกลัวที่จะเปิดเกมรุกใส่เค้า ขึ้นลงใส่กันได้ด้านข้างเราก็มีโอกาส

2.ใช่ครับ เน้นผมกับก้องให้ขึ้นลงให้ได้ตลอด อย่างที่บอกครับ ถ้าเราขึ้นลงได้กับเค้า เราก็มีโอกาส เพราะเค้าเล่นหลัง 3 ด้านข้างจะมีพื้นที่

3.รุกและรับ แบ็คเติมเป็นจังหวะ เพราะเน้นรับให้เน้นด้วย จะไม่เหมือนชลบุรีก่อนหน้านี้ที่แบ็คเติมคลอดแล้วลงไม่ทัน เพิ่มเติมผมจะคุยกับแบ็คก่อน ถ้าผมอยู่ฝั่งไหน ผมจะบอกแบ็คเลยว่า ไม่ต้องรีบขึ้น หรือรีบอ้อมไป เพราะถ้าผมตัน ผมจะวนกลับได้

4.ทำงานกันเป็นทีมดีครับพี่ เมื่อวานนี้ทุกคนช่วยกัน น้องๆพอมีคนบอกคนคอยคุมจังหวะให้มันก็เล่นกันง่ายขึ้นครับ

โดยสิ่งที่ผมอยากจะ “ชมเชย” ที่สุดก็คือ “วินัย” ในการเล่นตามแผนของโค้ช และสภาพร่างกายของผู้เล่นที่สามารถยืนระยะการเล่น “เพรสซิ่ง” ทั้งตอนรับ และรุกแล้วเสียบอล (counter pressing) ได้ตลอด 90 นาที

เล่นแบบนี้ ไม่เฉพาะ บุรีรัมย์ ที่จะลำบากครับ ใครเจอวิธีการเล่นแบบนี้ ก็จะรับมือด้วยไม่ง่ายทั้งสิ้น

ให้หลับตานึกภาพ “เวียดนาม” ดูครับ เพราะนักเตะชลบุรี เล่นแบบนั้น วิ่งสู้ฟัด และขยันทำงานต่อหน้าแฟน ๆ ที่ต่อไปนี้สนามแห่งนี้ในจังหวัดนี้จะไม่เหมือนอีกแล้ว แต่จะกลับมา “คึกคัก” มีสีสันอีกครั้ง

แน่นอนว่า “พี่เตี้ย” บอกว่า นี่ก็คือ 3 แต้มเหมือนทุก ๆ นัด แต่เป็นกับทีมใหญ่ บุรีรัมย์

ใช่ครับ มันอาจเป็น 3 แต้มเท่ากับ แต่นี่คือ 3 แต้มที่ “ใหญ่กว่า” ปกติ เพราะมันทำให้ทีม แฟนบอล และทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจ และกำลังใจ

ยิ่งได้กุนซือที่วางกลยุทธ์ และใส่แท็คติกส์ได้ดีกับมีนักเตะที่กระหาย ผลงานที่ชนะเมืองทอง 2-0 ตามด้วยเกมนี้ 1-0 เหนือบุรีรัมย์ จึงสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

ครับ “ฉลามชล” กลับมาแล้ว และ “ฉลามซอ” ก็ดูกระหายเลือดเสียเหลือเกิน


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ปิดฉากสุดท้ายชีวิตนักฟุตบอลของโจ โคล

SPORTDesk. Team

โจ โคล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบรอบ 37 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเขาห่างหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์กีฬามาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่คราวนี้เขากลับมาครอบครองพื้นที่สื่ออีกครั้ง จากข่าวสารที่เขาเพิ่งประกาศออกมาว่ามันถึงเวลาแล้วที่้ต้องยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ หลังจากตรากตรำขับเคี่ยวบนสมรภูมิสนามหญ้ามาเป็นเวลา 20 กว่าปี

Story

เมื่อไรการ “เหยียด” จะหมดไปจากโลกฟุตบอล ?

SPORTDesk. Team

หากใครที่ติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากัปตันทีมในพรีเมียร์ลีก พร้อมใจกันสวมใส่ปลอกแขน สัญลักษณ์ของหัวหน้าทีม ด้วยลาย ‘สีรุ้ง’ เพื่อเข้าร่วมการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดบุคคลที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ เพื่อสื่อถึงการสนับสนุนโครงการดังกล่าว บรรดาสโมสรต่างๆ ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีพื้นหลังในโซเชียลเน็ทเวิร์กเป็นสีรุ้ง รวมไปถึงการสวมปลอกแขนกัปตันทีม และการผูกเชือกรองเท้าสตั๊ดด้วยสีรุ้ง

Story

เดลโลเฟว : ผู้พาวัตฟอร์ดเข้าชิงเอฟเอคัพรอบ 35 ปี

SPORTDesk. Team

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ยังแสดงให้เห็นถึง ความสนุก ความมันส์ และ สิ่งที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ