“ช้างศึก” คืนชีพแล้ว!

ในครึ่งแรก หากไม่นับจังหวะเตะมุมที่ ศุภชัย ขึ้นโขกในเสาแรกไม่ดีแล้วบอลหลุดไปเสาสองเข้าทาง ฮันซามู ยามา แปข้ามคาน น.19 และการพลาดเปิดพื้นที่หลังไลน์ให้ เออร์ฟาน บัชดิม หลุดไปกดเดี่ยว ๆ ติด ศิวรักษ์ ทีมชาติไทยถือว่า ทำได้ดีตามแผนการ ระบบ และรูปแบบวิธีการเล่นที่เตรียมตัวมา

ฟอร์เมชั่น 4-2-3-1 โดยมี ศุภชัย ใจเด็ด ยืนหน้า และชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวกลางใน “3” ขนาบซ้ายขวาด้วย 2 สุดยอดดาวรุ่งแห่งยุค สุภโชค สารชาติ และเอกนิษฐ์ ปัญญา น่าจะเป็นแผงเกมรุกในอุดมคติที่ทั้งเร็ว คล่องแคล่ว ทักษะดี เลี้ยงกินตัวได้ ลูกโด่งจากศุภชัยก็ไม่เป็นรองใคร

แต่ทัพช้างศึกก็ยังไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากพอ แม้รูปแบบวิธีจะหลากหลาย สมัยใหม่ และทำได้น่าสนใจมากก็ตามที

เช่น ช่วง 10 นาทีสุดท้าของครึ่งแรกกับภาพการสลับตำแหน่งของ เอกนิษฐ์ และสุภโชค กับการได้เห็น 10 ผู้เล่นของเราขึงขึ้นเกมอยู่ในแดนอินโดนีเซียโดยเซนเตอร์ฮาล์ฟ มานูเอล ทอม เบียห์ร และพรรษา เหมวิบูลย์ ครองบอล ไปกับบอล และออกบอลได้พร้อม ๆ กับฟูลแบ็ค 2 ฝั่ง ธีราทร บุญมาทัน และทริสตอง โด เติมเต็มสูบริมเส้น

ไม่นับจังหวะเคาะกันสั้น ๆ คล้ายยุคซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ได้เห็นหลายโมเมนท์เพราะ positional play หรือการยืนตำแหน่งค่อนข้างดีจากระบบ และคาแร็กเตอร์ผู้เล่นลงตัว

ครับ เราไม่ได้เห็นภาพแบบนี้นานแล้ว และนี่คือ ระบบฟุตบอลสมัยใหม่ และงดงามที่ได้เห็น 6-8 ผู้เล่นของเราอยู่เหนือบอล และทำงานเกมรุก

โอกาสจากสุภโชคจะเปิดด้วยซ้ายแต่กลายเป็นยิงให้ได้เซฟ, ศุภชัยโหม่งโดนเซฟจากคอร์เนอร์ และธีราทร ฟรีคิกตรงกรอบ คือ จังหวะที่มีโอกาสเป้นประตูของเรา ไม่นับการครอสส์, การ cut back เข้ากรอบเขตโทษที่ทำได้ดีจาก 2 ฝั่ง และสมบูรณ์กว่าเกมแรกกับเวียดนาม

อย่างไรก็ดี จังหวะ combination play ในพื้นที่สำคัญ เช่น half spaces หรือหน้า/หลังเซนเตอร์ฮาล์ฟ กับแนวรับอินโดนีเซีย ยังไม่ได้เห็น

เช่นเดียวกัน จังหวะเสียบอลขณะลำเลียงแล้วเพรสซิ่งไม่ดี หรือไม่ได้ตัดสินใจตัดเกม ทีมช้างศึกจะโดนโต้กลับหลายครั้งอันเป็นสิ่งที่ยังแก้ไม่ได้จากเกมแรก

ที่สุดนาทีที่ 56 จาก สุภโชค รับบอลจากศุภชัยโดยมี ธีราทร วิ่งหลอก overlap มาด้านหลัง แต่ดาวเตะบุรีรัมย์ เลือกขยับไปต่ออีกเล็กน้อย และปั่นโค้งเสาไกลจากจุด half spaces ระหว่างเซนเตอร์ฯตัวขวา กับแบ็คขวา เสียบตาข่ายสวยงาม

ลูกยิงสไตล์คล้าย ๆ กับ แดเนียล เจมส์ ตัวริมเส้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้แล้ว 2 ประตูลักษณะนี้ในซีซั่นนี้นะครับ

ไทยมาได้ประตู 2-0 หลังพ้น 1 ชั่วโมงแรกของเกมจากการที่ สุภโชค ทำชิ่งในกรอบเขตโทษ หรือ combination ที่ครึ่งแรกไม่มีกับ ชนาธิป แล้วหลุดไปโดนนายทวาร อันดรีตานี ฟาล์วให้ธีราทรซัดจาก 12 หลาเข้าไป

ประตู 3-0 มาจากฝั่งซ้าย และการ combination กันระหว่าง สุภโชค ให้ธีราทร และอุ้ม cut back กลับมาให้ “เจ้าเช็ค” แปนิ่ม ๆ เข้าไป

15 นาทีสุดท้าย นิชิโนะ ลอง ศศลักษณ์ ไหประโคน แทนธีราทร ซึ่งถือเป็นการให้โอกาสที่เหมาะสมตามด้วย ศิวกรณ์ เตียตระกูล ลงแทนเจ้าบุ๊ค เอกนิษฐ์ รุ่นพี่แทนรุ่นน้องในทีม สิงห์ เชียงราย ให้มีเวลาอีก 10 นาทีเศษ

ส่วนเปลี่ยนตัวสุดท้าย คือ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ตำแหน่งต่อตำแหน่งแทน ทริสตอง โด

ครับ หากพิจารณาตั้งแต่ในครึ่งแรกที่ “อึดอัด” เล็กน้อย แต่ช้างศึกไม่ได้เสียรูป เสียทรง และเสียอาการโดยได้กัปตันทีม ศิวรักษ์ ช่วยเซฟสำคัญจังหวะหลุดเดี่ยวเอาไว้

เวลาที่มากขึ้น ๆ ประกอบกับความอดทน สติ สมาธิ รักษาหน้าที่ และวินัยในการเล่นทำให้ความ “แตกต่าง” ของทั้ง 2 ทีมขยายเด่นขึ้นจนเรามาได้ประตูแรกที่ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น มีความสุข สนุกขึ้น และกลายเป็นเกมที่รอประตู 2. 3. 4 มากกว่าจะเสียประตู

และเหมือนเป็นเกมสร้างความมั่นใจให้ทัพนักเตะช้างศึกให้มากขึ้น

นัดต่อไป 15 ต.ค.ในบ้านกับ ยูเออี คงไม่ต้องพูดถึงครับว่าจะ “ซูเปอร์พีค” เพียงใด

อย่างไรก็ดี และสำหรับเกมนี้ let’s celebrate กับ enjoy the moment ครับ

ในที่สุดจากแค่ 2 เกมเท่านั้น ทีมชาติไทย และ “ตัวตน” ของเรากลับมาแล้วครับภายใต้การทำทีมของ อากิระ นิชิโนะ

มันช่างน่าชื่นใจจริง ๆ!!!


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

สิ่งที่จะหยุด ‘เรือ’ และ ‘เป๊ป’

มาริโน่

คำถามง่ายๆ แต่ตอบยากเหลือเกินว่า นอกจากไม้หน้าสามกับหนังสติ๊กแล้ว จะมีอะไรที่สามารถหยุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการโต้ลมสู่มงกุฏแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 3 ติดต่อกันได้อีกงั้นหรือ ?

Story

เบนเซม่าขึ้นทำเนียบมือปืนอันดับ 4 แชมเปี้ยนส์ลีก

SPORTDesk. Team

เรอัล มาดริด ของฆูเลน โลเปเตกี เริ่มเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง หลังจากควานหาชัยชนะนัดแรกในรอบ 6 เกมหลังสุดในทุกรายการเจอ จากการที่พวกเขาเปิดซานติอาโก้ เบอนาบิว ชนะ วิคตอเรีย เพลเซ่น 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม โดยได้ 2 ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก คาริม เบนเซม่า นาทีที่ 12 และ มาร์เซโล่ นาที 55 ก่อนที่จะถูกคู่แข่งจากสาธารณรัฐเช็กตีตื้นในช่วงท้ายเกม

Story

WC2018 Day 15: Result, Fixture, Table & Broadcast

SPORTDesk. Team

จบรอบแรกในฟุตบอลโลกคราวนี้ แล้วเราได้ 16 ทีมครบ พร้อมไปต่อในรอบน็อคเอาต์แล้ว ส่วน 4 ทีมสุดท้ายคู่เมื่อคืนจะเป็นอย่างไร ไปติดตามผลกันครับ