ข้างหลังคล็อปป์

Simon Hughes ผู้สื่อข่าวของ The Independent ได้ไปเกมที่นิวคาสเซิลพบกับลิเวอร์พูลครับและเก็บเรื่องราวมาเล่าได้น่าสนใจทีเดียว

ที่น่าสนใจคือSimon เล่าในสิ่งที่เขาได้เห็นจากที่นั่งนักข่าวซึ่งที่สนามเซนต์เจมส์ปาร์คเป็นหนึ่งในไม่กี่สนามของทีมระดับชั้นนำที่ที่นั่งผู้สื่อข่าวจะอยู่บริเวณหลังม้านั่งสำรองพอดีโดยอีกสนามที่จัดที่นั่งแบบนี้คือไวท์ฮาร์ทเลน

การที่ที่นั่งอยู่ข้างหลังม้านั่งสำรองทำให้“ได้เห็น” และ“ได้ยิน” สิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณม้านั่งสำรองอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่างเช่นในช่วงพักครึ่งเยอร์เก้นคล็อปป์ได้ปรี่เข้าไปหาเควินเฟรนด์ผู้ตัดสินเพื่อสอบถามกรณีที่แมตต์ริชชี่วิงแบ็กซ้ายนิวคาสเซิลเล่นหนักใส่โมซาล่าห์อยู่หลายดอกรวมถึงช็อตที่วางปุ่มใส่เท้าของดาวยิงอียิปต์ด้วย

ทางทีมสตาฟฟ์สาลิกามิเกลอันเทียสตาฟฟ์โค้ชรูปร่างสูงใหญ่ชาวบาสก์ก็ได้เข้าถึงตัวคล็อปป์ทันทีเหมือนกันทำเอาเควินเฟรนด์ต้องมาเป็นคนกลางแทนเมื่ออันเทียอารมณ์เบาลงคล็อปป์ก็มีการพูดพึมพำแต่ให้ได้ยินว่า“ขอโทษทีนะแต่พวกเราเป็นทีมเดียวที่พยายามจะเล่นฟุตบอลที่นี่”ในความหมายเชิงเหน็บแนมเล็กๆ

ฟังจากข้างสนามลิเวอร์พูลถือเป็นทีมที่โหวกเหวกเสียงดังมากทีเดียวอาจจะเสียงดังกว่าทีมอื่นๆ

อย่างในครึ่งแรกซาล่าห์พยายามบอกเทรนต์อาร์โนลด์ว่าเขาต้องการได้บอลที่ตำแหน่งไหนขณะที่จอร์แดนเฮนเดอร์สันและจินี่ไวจ์นาลดุมเป็นคนที่คอยบอกคอยสั่งคนอื่นๆ

แต่คนที่เสียงดังและจะได้ยินเสียงของเขาตลอดเวลาคือเวอร์จิลฟานไดค์ที่เสียงกระหึ่ม

ส่วนเจมส์มิลเนอร์เมื่อได้ลงสนามมาก็พยายามกระตุ้นคนอื่นๆในช่วงเวลาที่เกิดความรู้สึกว่าแชมป์กำลังจะหลุดมือ

ที่น่าแปลกคือในขณะที่นักเตะส่งเสียงกันตลอดเวลาคล็อปป์กลับไม่ค่อยพูดอะไรมากนักแม้กระทั่งในช่วงที่สกอร์เสมอกัน2-2 และซาล่าห์ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะค่อนข้างรุนแรงจนต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

ภาพที่เขาเห็นคือคล็อปป์ไม่ได้เอามือล้วงกระเป๋าแต่เอามือจับไว้ที่คางประหนึ่งกำลังครุ่นคิดหาวิธีทางออกอยู่

หนึ่งในทางออกของเขาคือการส่งเชร์ดานชาคิรี่ที่ได้เล่นแค่22 นาทีตั้งแต่เข้าเดือนก.พ. ลงสนามและมันก็เป็นทางออกที่ถูกต้องเมื่อเขากลายเป็นคนเปิดฟรีคิกให้ดิวอคโอริกิซึ่งลงมาแทนซาล่าห์โหม่งพังประตูเข้าไป

ในวินาทีที่บอลเข้าไปเสียบตาข่ายกลุ่มอดีตนักเตะลิเวอร์พูลที่นั่งในที่นั่งผู้สื่อข่าวกระโดดเฮกันใหญ่หนึ่งในนั้นคือร็อบบี้ฟาวเลอร์และอีกคนคือซานเดอร์เวสเตอร์เฟลด์ขณะที่แยนโมลบี้สวมกอดกับเพื่อนชาวเดนมาร์กของเขา

หมู่สตาฟฟ์ของลิเวอร์พูลกำหมัดชูขึ้นฟ้ากันอย่างสะใจ

แต่คล็อปป์กลับไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนักไม่แน่ใจว่าเขาเหน็ดเหนื่อยหรือว่ารู้สึกว่าพบความสงบภายในแล้ว

จนกระทั่งเมื่อนิวคาสเซิลพยายามกดดันใหม่คล็อปป์จึงเริ่มตะโกนสั่งการอีกครั้ง

บทสรุปที่Simon ได้จากการนั่งชมเกมอยู่ข้างหลังคล็อปป์คือการที่เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าอะไรที่ทำให้ลิเวอร์พูลทีมนี้แข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียวกันอะไรที่เป็นแรงกระตุ้นของผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

คล็อปป์ไม่ได้กล่าวชมการผ่านบอลสวยๆของดาเนี่ยลสเตอร์ริดจ์ที่จ่ายให้ซาดิโอมาเน่ได้สปีดหลุดทะลุแนวรับ

            แต่เขาชื่นชมในจังหวะที่มิดฟิลด์พยายามไล่บอลกลับคืนมาหลังจากที่ทำบอลเสีย

            หรือแม้แต่สเตอร์ริดจ์กับจังหวะที่เขาพยายามจะยิงให้เร็วเพื่อสร้างโอกาสมากกว่าจะรอให้โอกาสมาถึง

สิ่งที่หลายคนไม่ได้เห็นหากชมการถ่ายทอดสดคือตลอดทั้งเกมคล็อปป์ได้พยายามสั่งและแนะกองหน้าวัย29 ปีซึ่งความจริงแล้วเป็นหนึ่งในนักเตะที่เขาประทับใจมากหลังเข้ารับตำแหน่งในแอนฟิลด์โดยเฉพาะความสามารถในการสลัดตัวประกอบและยิงประตูได้ก่อนที่ผู้รักษาประตูจะขยับ

 สเตอร์ริดจ์อาจไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีนักโดยเฉพาะหากใครได้เห็นในเกมที่เขาลงแทนโรแบร์โต้เฟียร์มิโน่ในนัดกับฮัดเดอร์สฟิลด์ฟอร์มแบบนี้เหมาะจะเล่นMLS มากกว่าพรีเมียร์ลีก

แต่สำหรับคล็อปป์เขารู้ว่าในยามที่ขาดทั้งเฟียร์มิโน่และซาล่าห์ในเกมกับบาร์เซโลน่าซึ่งลิเวอร์พูลต้องการถึง4 ประตูเพื่อเข้ารอบเขาจำเป็นต้องพึ่งสเตอร์ริดจ์มากกว่าช่วงเวลาไหนในฤดูกาล

นี่เป็นมุมมองจากข้างหลังคล็อปป์” ที่ผมอ่านเจอมาและคิดว่าน่าสนใจเลยอยากเอามาเล่าต่อครับ



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

“กัปตันทีม” ไม่ได้มีไว้เฉพาะแลกธง แต่ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ไข่มุกดำ

ช่วงนี้ผมได้ยิน โจเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์รัว ๆ หลายประเด็นที่น่าสนใจในระหว่างทัวร์สหรัฐอเมริกากับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นะครับ

Feature

10 อันดับ ผู้เล่น NFL ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในปี 2018

Mr.BOSTON

เกมพรีซีซั่นนัดแรกของฤดูกาลใหม่ในศึกอเมริกันฟุตบอล NFL ระหว่าง ชิคาโก้ แบร์ส พบกับ บัลติมอร์ เรเวนส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามเวลาบ้านเรา เป็นเหมือนสัญญาณการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

Story

ชไวน์สไตเกอร์ : ผมมีอดีตอันหอมหวานกับบาเยิร์นเท่านั้น

SPORTDesk. Team

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมนี วัย 34 ปี ได้รับเกียรติจากอดีตต้นสังกัดเก่า บาเยิร์น มิวนิค ในการจัดแมตช์เกียรติยศ หรือเทสติโมเนียล แมตช์ ให้อย่างสมเกียรติในฐานะอดีตคนเก่าแก่ที่อยู่กันมานานและเคยร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับเสือใต้มาอย่างมากมาย ตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อยู่กับรังเสือใต้มา