คล็อปป์ : อลิสซอนโชว์ลูกเซฟแห่งฤดูกาล

12 December 2018
2,020 VIEWS

ในที่สุดโจทย์ที่แสนยากเย็นของลิเวอร์พูลที่ต้องเปิดแอนฟิดล์ชนะนาโปลีให้ได้ 1-0 หรือต้องคว้าชัยชนะขาดเกิน 2 ประตูขึ้นไปถ้าหากพลาดเสียประตูขึ้นมา ก็ได้ “ผ่านพ้น” ไปแล้ว จากค่ำคืนที่ผ่านมาค่ำคืนแห่งเกมยุโรปที่ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ นาโปลีของคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือจอมแท็กติกส์ 1-0 จากประตูชัยของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตั้งแต่ครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของหงส์แดงเกือบจะ “ชะตาขาด” อยู่เหมือนกัน เพราะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กองหน้าสำรองของนาโปลีมีโอกาสได้ลูกส่องในเขตโทษจ่อ ๆ โล่ง ๆ และหากยัดลูกเข้าไปในก้นตาข่ายได้ สถานการณ์จะพลิกกลับตาลปัตรทั้งหมด นาโปลีจะเข้ารอบ และ ลิเวอร์พูล จะตกรอบทันที แต่ลูกนี้กับถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง จาก “สุดยอดเซฟแห่งฤดูกาล” ของอลิสซอน เบคเกอร์ ที่ออกมากดดันและปิดมุมจนตีบตัน และสุดท้ายกองหน้าโปแลนด์ยิงติดโกล์แซมบ้าเคราสวยจนได้…

นี่คือ เซฟแห่งฤดูกาล ไม่อาจใช้คำอื่นได้เลย เพราะนี่คือการป้องกันที่สุดยอด จนส่งผลให้ลิเวอร์พูล ตบเท้าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ แม้จะหืดจับก็ตาม…

“ผมไม่รู้จริงๆนะว่าอลิสซอนป้องกันลูกนั้นได้ยังไง…มันยอดมาก” เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลเอ่ยปากชื่นชมการป้องกันประตูของอลิสซอนในช่วงวินาทีที่สำคัญ

” ขอบคุณพระเจ้าที่เรามีเขาอยู่ในทีม… ถ้าผมรู้ว่าอลิสซอนเก่งกาจขนาดนี้ ผมคงควักเงินจ่ายไปแล้ว 2 เท่า ผมว่าไม่มีใครคิดว่าจังหวะนั้นจะเซฟได้ มันเป็นประตูแน่นอน ว่าไหมครับ ?

“เกมคืนนี้ เขางานเข้าตลอดเวลา แต่เพราะความนิ่งและใจเย็นของเขามันสื่ออะไรได้หลายอย่างมาก แต่ยังไงเขาก็ยังต้องการเพื่อนร่วมทีมคนอื่นคอยช่วยเพื่อที่เขาจะต้องไม่เซฟเป็นร้อยแบบนั้น”

สำหรับ อลิสซอน ผู้รักษาประตูบราซิล เป็นนายทวารที่เยอร์เก้น คล็อปป์ ยอมควักเงิน 67 ล้านปอนด์ เอามาจากโรม่า เพื่อนำมาเฝ้าเสาแทนที่ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูคนเดิม และ ณ เวลานี้ อลิสซอน ได้สร้างความไว้วางใจแบบฝังรากลึกลงไปในใจแฟนๆลิเวอร์พูลทุกคนแล้ว

ในขณะเดียวกัน เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลยังเอ่ยชมประตูชี้เป็นชี้ตายของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ในช่วงครึ่งแรกด้วย แต่ก็เสียดายที่ซาดิโอ มาเน่ มีโอกาสปิดบัญชีหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็คลำเป้าไม่เจอเลย

“โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ยิงลูกที่เหลือเชื่อจริง ๆ” คล็อปป์ เผยถึงประตูชี้ขาดของเกม

“เราน่าจะยิงได้อีก แต่โอกาสสุดท้ายของซาดิโอ มาเน่ไม่ได้ทำให้อันดับในตารางเปลี่ยน เกมมันบ้ามากจริง ๆ มีจังหวะสวนกันเยอะ แต่เราพร้อมอยู่แล้ว นี่แหละที่ทำให้ผู้คนในแอนฟิลด์มีชีวิตชีวาและมีสีสัน”

จากชัยชนะในนัดนี้ ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทำทีมลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 6 ครั้ง ทั้งลิเวอร์พูล และ ดอร์ทมุนด์ และยังไม่เคยตกรอบแบ่งกลุ่มแม้แต่หนเดียว

ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่ 3 จากเครือสหราชอาณาจักร ที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการแพ้เกมเยือนรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ต่อจาก อาร์เซนอล ในฤดูกาล 2001-02 และ กลาสโกว์ เซลติก ในฤดูกาล 2006-07?????? และ 2007-08 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลิเวอร์พูลผ่านด่านอรหันต์ไปได้ก็เพราะผลงานในรังที่ยอดเยี่ยม เนื่องจาก ลิเวอร์พูล ยังทำสถิติไม่แพ้ในบ้าน ในเกมยุโรป เป็นนัดที่ 19 ติดต่อกัน เก็บชัยชนะได้ถึง 14 เกม เสมอ 5