“มันค่อนข้างโง่นั่งในออฟฟิศแล้วพูดเกี่ยวกับฟุตบอล”

ไป ๆ มา ๆ ประเด็นการเตะ 7 แมตช์จาก 22 วันดูเหมือนจะ “กลืนกิน” แมตช์ปะทะแข้งกับ สเปอร์ส ในคู่ lunch time วันเสาร์อยู่มิใช่น้อยนะครับ

ล่าสุดก็ แกรี่ เนวิลล์ นั่นแหละที่ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่าน “The Times” อารมณ์ประมาณว่า ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ หากได้ “พัก” นักเตะสตาร์ของทีมบ้างในแต่ละวีค อันเป็นสิ่งจำเป็นเพราะสไตล์การเล่นเพรสซิ่งเกม

แถมยังเสริมว่า ถ้าไม่ได้มีเกมแชมเปี้ยนส์ลีก หรือว่างตอนเดือน ก.พ., มี.ค. และเม.ย. โอกาสก็จะยิ่งมาก เพราะจะมีเวลาพักหลายสัปดาห์

แน่นอนครับ เยอร์เก้น คลอปป์ โต้กลับทันควัน “มรึงจะบ้ารึ!”

เอ้ย…ไม่ใช่! อันนั้นผมพูดเอง (ฮา)

“มันค่อนข้างโง่นั่งในออฟฟิศแล้วพูดเกี่ยวกับฟุตบอล มันต่างจากการลงมือปฏิบัติ”

“จะทำอย่างไรล่ะ จะไม่ให้เราเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ? แกรี่ น่าจะบอกด้วยว่า จะให้ทำอย่างไร จะเตรียมทีมอย่างไรโดยไม่ต้องโฟกัส ผมไม่เข้าใจ หรือจะให้ผมส่งเด็กลงไปเล่น?” คลอปป์ โต้

จริง ๆ เนื้อหามีอีกยาวเหยียดนะครับ ผมคัดมาแค่พอเป็นพิธีเรียก “น้ำย่อย” ก่อน

จะว่าไปแล้ว และเพื่อความ “ยุติธรรม” แกรี่ เนวิลล์ คงไม่ได้หมายความ “น่าเกลียด” อะไรอย่างที่นักข่าวพยายามเสี้ยม และคลอปป์เองก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรขนาดนั้นหรอกครับ

เพราะคลอปป์เองก็ยังมีออกตัวว่า ไม่แน่ใจในความหมาย หรือเนื้อหาทั้งหมดที่เนวิลล์ผู้พี่ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้

แต่อย่างที่ได้เกริ่นไว้หัวเรื่องเลยครับ 7 เกมหิน ๆ โดยมีแค่ เซาแธมป์ตัน เป็นทีมเบอร์รองที่สุด (แต่ก็คงไม่ง่ายนัก) “แอบคั่น” อยู่ใน 22 วันมันไม่ง่ายเอามาก ๆ

ความหมายหากจะ “ตีความ” ให้ลึกซึ้งขึ้นคือ ลิเวอร์พูลต้องเตะ 1 เกมในทุก ๆ 3 วันไม่รวมเดินทาง

สเปอร์ (เยือน – 15 ก.ย.), เปแอสเช (บ้าน – 18 ก.ย.), เซาแธมป์ตัน (บ้าน – 22 ก.ย.), เชลซี (บ้าน – คาราบาว คัพ – 26 ก.ย.), เชลซี (เยือน – 29 ก.ย.), นาโปลี (เยือน – 3 ต.ค.) และแมนฯซิตี้ (บ้าน – 7 ต.ค.)

แต่ความ “โชคดี” ใน “โชคไม่ดี” คือ ใน 7 เกมนั้นเป็นเกมในแอนฟิลด์ถึง 4 แมตช์ และมี 3 แมตช์ตรงกลางเตะในบ้านติดต่อกันซึ่งน่าจะดีกว่า เดินทางไปมาสลับดอกออกผล

มากกว่านั้น คือ “เชลซี” ในลีก คัพ กับพรีเมียร์ลีก แม้จะดูเหมือนหนัก แต่ให้ถือเป็น “ทีมเดียว” ทำให้การเตรียมทีมไม่เหมือนเจอ “2 ทีม” ที่ Match preparation จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมแรก ยังได้เปิดหัวเล่นในบ้านก่อนกับแชมป์ลีกเอิง และเกมสุดท้ายในโปรแกรมหฤโหดยังเป็นเกมในบ้านกับ “แชมป์เก่า” แมนฯซิตี้

เรียกได้ว่า เกมที่เหมือนยากที่สุด หงส์แดงได้เล่นในถิ่น

ประเด็นผมคือ ทีมจะ “ยิ่งใหญ่” และเป็นแชมป์ เรื่องแบบนี้อย่า “ยี่หระ” ครับ

เสริมประเด็น เนวิลล์ อีกทีที่มี “คีย์เวิร์ด” ผมชอบอยู่ 1 คำนั่นคือ เป็นเพราะลิเวอร์พูลเล่นสไตล์ “high pressing” หรือเพรสซิ่งสูง และดุดัน

แปลว่า มันเป็นรูปแบบวิธีการเล่นที่ใช้ “พลังงาน” มากมายครับ

ขยายความคือ หากเตะทุก 3 วันแล้วเล่นแบบนี้โดยนักเตะหลัก ๆ ไม่ได้พัก เครื่องยนต์กลไกอาจจะน็อคเอ๊าท์เอาได้

พูดแบบนี้จึงไม่ได้หมายความว่า ลิเวอร์พูลควร “ทิ้ง” ถ้วยคาราบาว คัพ หรือ UCL เพื่อมาเน้นพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

แต่ สิ่งที่คลอปป์จำเป็นต้องทำคือ “โรเตชั่น” บ้างให้เหมาะสม เพราะฟาบินโญ่, เฮนโด้, ชาคิรี่, สเตอร์ริดจ์, นาธาเนียล ไคลน์, มาติป, ลัลลาน่า ฯลฯ สามารถสอดแทรกได้ในบางเกม หรือถูกเปลี่ยนตัวลงไปนัดละ 3 คนเต็มโควต้าได้

กล่าวคือ “โฟกัส” ในทุกถ้วยยังจำเป็นเหมือนที่ คลอปป์ ได้กล่าวไว้

แต่ความสำคัญของ Strength in depth หรือกำลังพลทั้งตัวจริง และสำรอง จะมีคุณค่า และ “บทบาท” ขึ้นมาแล้ว

อันต่างจากฤดูกาลก่อนที่ลิเวอร์พูลมีเฉพาะ 11 คนแรกที่เข้มแข็ง

นี่คือความ “ฟุ่มเฟือย” ทางตัวเลือกที่ คลอปป์ สามารถเล่นแร่แปรธาตุได้ และจะ “วัดกึ๋น” ตัวเค้าเช่นกัน

อีกจุด คือ “สไตล์” หรือรูปแบบวิธีการเล่นที่คงต้องปรับ เพราะจะใช้แรงมหาศาลทุกนัดไม่ได้

คงต้องผ่อนบ้าง, gegenpressing บ้าง สลับไปใน 90 นาที หรือในแต่ละแมตช์ตาม “หน้างาน”

ไม่ใช่จะ “เฮฟวี่ เมทัล” ตลอด 90 นาที 7 แมตช์ รวม 630 นาทีไม่รวมทดเจ็บ “สปอย” แฟน ๆ มากไป

เพราะต้องไม่ลืมถึง “งานเบื้องหน้า” ที่รออยู่เช่นกัน

ฉะนั้น ผมมองแบบให้ “เครดิต” ว่า เจตนาของ แกรี่ เนวิลล์ คงหวังดี แต่คำพูดอาจ “คิดน้อย” ไปนิดนึง

แต่คลอปป์เองก็ต้องเอะใจด้วย เพราะอย่าว่าแต่ “จิ้งจก” ทัก หรือหมาเห่าเลย การจะเป็นแชมป์ กุนซือจะมา “อีโก้” สูงไม่ฟังใครเลยก็ไม่ได้

ดังนั้น ทางสายกลาง พอดี ๆ นะครับ

เหมือน 3 นัดล่าสุดกับพาเลซ, ไบรท์ตัน, เลสเตอร์ ต่อเรื่อย ๆ เริ่มจากเกมนี้ สเปอร์ส ครับ

———-

เกมนัดนี้ แฟนหงส์ และไก่ สามารถชมแบบ 4K ได้ผ่าน “ทรู วิชั่นส์” นะครับ มันคมชัดยังไง และ 4K จะช่วยเพิ่มความมันส์แค่ไหนคงไม่ต้องอธิบายกันแล้วครับ รายละเอียดตามนี้นะครับหากสนใจ https://bit.ly/2yu6Qs6



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ลาปอร์ต ของเสียหรือเสียของ

มาริโน่

มีบทความในเดลี่ เมล เรื่องของอายเมริค ลาปอร์ต กองหลังเบอร์หนึ่งทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ น่าสนใจพอ ๆ กับน่าแปลกใจ ผมเองไม่เคยสังเกตว่านักเตะรายนี้ แม้อายุ 24 แล้ว จะเบญเพสเดือนพฤษภาคมหน้า และทั้งที่เป็นตัวหลักในทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งกำลังนำจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ด้วยการอยู่ในสนามครบทุกนาที ไม่เคยถูกเปลี่ยนออก

Story

10 บทสรุปจากลีกใหญ่ยุโรปก่อนเบรกทีมชาติ

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกยุโรป สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเข้มข้นเพิ่มดีกรีความร้อนแรงเช่นเดิม และมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย แหละนี่คือบทสรุป 10 เรื่องที่ต้องรู้ จากฟุตบอลลีกใหญ่ในยุโรปในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และสัปดาห์ต่อไปจะเป็นโปรแกรมทีมชาติแล้ว

Story

5 ประเด็นน่าจับตามองหงส์ปะทะปืน

SPORTDesk. Team

พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของปี 2018 และเปรียบเสมือนนัดแรกของครึ่งฤดูกาลหลังกลายๆ เพราะนี่คือนัดที่ 20 โดยลีกฟุตบอลดงผู้ดีจัดให้ ลิเวอร์พูลจ่าฝูง ต้องโคจรมาพบกับอาร์เซน่อล ทีมอันดับ 5 ที่กำลังไล่ล่าพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างเข้มข้น และมีหลากหลายประเด็นที่น่าติดตามและต้องจับมามองแบบห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง