“คิง คาซู”กับเส้นทางลูกหนังที่ทุกย่างก้าวต่อไปคือประวัติศาสตร์

คิงคาซู
15 January 2020
150 VIEWS

ในวันที่คุณอายุ 53 คุณจะทำอะไรกันอยู่ครับ?

คำถามง่ายๆที่ตอบยากนะครับ เพราะต้องใช้เวลานึกตรึกตรอง แล้วคาดคะเนจากเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง หรือบอกเล่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว

กระนั้นสำหรับคนที่ผ่าน หรือยังไม่ผ่านตัวเลขดังกล่าว ผมเชื่อว่าคำตอบคงมีมากมายหลายอย่างจนนำมารวบรวมไว้ไม่หมด

อย่างไรก็ตามในขณะที่บางคนอาจจะยังทำงานประจำเพื่อหาเลี้ยงปากท้องของตนเอง หรือในขณะที่อีกหลายคนอาจจะเลือกพักผ่อนด้วยการเกษียณตัวเองออกจากการทำงานประจำ หรือบางคนอาจทำธุรกิจส่วนตัว หรืออื่นๆ และอื่นๆอีกมากมายตามแต่วิถีทางของแต่ละคนที่จะเลือกเดิน ทว่าสำหรับ คาซูโยชิ มิอุระ หรือ “คิง คาซู” เส้นทางซึ่งเป็นคำตอบที่เขาเลือกทำในวัย 53 ปี เป็นสิ่งที่น้อยคน หรือแทบจะไม่มีใครคิดเลยด้วยซ้ำเมื่ออายุล่วงเลยขนาดนี้

เขาเลือกที่จะเป็น “นักฟุตบอล” อาชีพที่ตัวเขาหลงใหลมันมาตั้งแต่วัยเยาว์
กว่า 35 ปีที่ “คิง คาซู” ใช้ชีวิตผจญภัยอยู่บนทางเดินของโลกลูกหนัง ที่ไม่ใช่เฉพาะในลีกฟุตบอลบ้านเกิดอย่างประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แม้กระทั่งในลีกยักษ์ใหญ่ทั้งทวีปอเมริกาใต้อย่างบราซิล หรือทวีปยุโรปในอิตาลี เจ้าตัวก็เคยโลดแล่นวาดลวดลาย และฝีเท้าอันฉกาจฉกรรจ์มาแล้ว และเขายังคงก้าวเดินในเส้นทางนี้ต่อไป

ณ ปัจจุบันที่เผ้าผมบนศีรษะเริ่มจะแปรเปลี่ยนจากดำเงาเป็นสีดอกเลา พร้อมอายุอานามที่จะย่างเข้าสู่วัย 53 ปี บริบูรณ์ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หรืออีกเพียงเดือนเศษๆ “คิง คาซู” ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งวงการฟุตบอลญี่ปุ่นขยายสัญญากับ โยโกฮามะ เอฟซี ต้นสังกัดที่ได้เลื่อนชั้นสู่เจลีก 1 ในปี 2020 ออกไปอีกหนึ่งปี

นั่นทำให้ย่างก้าวต่อไปของเขาจะมีโอกาสได้ลงสัมผัสเกม เจลีก1 ลีกสูงสุดของฟุตบอลญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสเช่นนี้ต้องย้อนกลับไปในปีปี 2007 ที่ โยโกฮามะ เอฟซี ต้นสังกัด ณ เวลานั้น และปัจจุบันสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ แต่หลังจบฤดูกาลก็ต้องตกชั้นหล่นไปเล่นในระดับ เจลีก2 เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปีนี้ที่ได้โอกาสหวนคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

คำถามมากมายครับว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ “คิง คาซู” ยืนหยัดที่จะทำตามในสิ่งที่เขาหลงใหลมันมาตั้งแต่เยาว์วัยต่อไป แม้ในความเป็นจริงนักฟุตบอลอาชีพส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้เล่นเอาท์ฟิลด์แทบจะอำลาสนามกันในช่วงอายุ 30 ปลายๆเท่านั้น

หลายสิ่งที่อยู่ในใจของ “คิง คาซู” ผลักดันให้เขายังคงก้าวเดินในทางที่เขารักต่อไป หนึ่งในนั้นคือคำพูดของอดีตดาวเตะระดับโลกอย่าง โรแบร์โต บาจโจ้

“ผมเจอกับเขา (บาจโจ้) ในปี 1992 เราเป็นเพื่อกันตั้งแต่ตอนนั้น เราคุยกันแบบจริงจังครั้งแรก ผมแน่ใจว่ามีผู้คนมากมายแปลกใจที่ยังเห็นผมลงเล่นในวัย แต่เขาบอกผมว่าให้ก้าวต่อไป อย่ายอมแพ้ ตัวเขาเองหวังจะลงเล่นต่อไปแต่ต้องรีไทร์เพราะบาดเจ็บเข่า เขาพูดกับผมอย่างหนักแน่นว่า เมื่อต้องเจอกับความยากลำบากให้นึกถึงเขา เพราะเขาสนับสนุนผม เขาจะสนับสนุนผมอย่างเต็มที่เสมอ ตอนเขาพูดแบบนั้นผมเกือบร้องไห้เลย ผมคิดจริงๆว่าจะลงเล่นต่อไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะได้รับบาดเจ็บ ผู้รู้สึกว่าผมไม่อยากเลิก แม้คนทั่วไปจะคิดแบบนั้น ผมรู้ว่าผมควรจะเล่นต่อไปเท่าที่จะเป็นไปได้ คำพูดของบาจโจ้ติดอยู่ในใจผมจริงๆ”

ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของ “คิง คาซู” ที่ให้สัมภาษณ์กับเจลีก เผยถึงบทสนทนาระหว่างเขากับ โรแบร์โต บาจโจ้ ที่กลายเป็นกำลังใจชั้นดีให้เขาก้าวเดินต่อไปในเส้นทางลูกหนัง และพร้อมจะลงเล่นในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง
และทุกย่างก้าวที่เขาได้ลงเล่นคือประวัติศาสตร์ด้วย

“คิง คาซู” คือเจ้าของสถิติผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ลงเล่นในเจลีกที่ทำไว้ 52 ปี 8 เดือน 29 วัน ในเกมที่พบกับ เอฮิเมะ เอฟซี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา รวมทั้งสถิติผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ในเจลีกที่ “คิง คาซู” ทำไว้ตอนอายุ 50 ปี 14 วัน ในเกมที่พบกับ เทสปา คุสัสสึ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2017 ซึ่งเป็นสถิตินักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงได้ในเกมระดับอาชีพด้วย

อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะได้ลงสนาม และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้โลกลูกหนังของ “คิง คาซู” ก็คงไม่ง่ายนัก เพราะต้องยอมรับว่า “คิงคาซู” ไม่ใช่ผู้เล่น “ตัวหลัก” ของทีม ในเจลีก2 ฤดูกาล 2019 “คิง คาซู” ถูกส่งลงสนามเพียงแค่ 3 เกม คิดเป็นเวลาประมาณ 109 นาทีเท่านั้น อีกทั้ง เจลีก1 เป็นลีกที่แข็งแกร่ง และมีเกมการแข่งขันที่เข้มข้น กุนซือของทีมอย่าง ทะคะฮิโร ชิโมไทระ ซึ่งมีอายุน้อยกว่า “คิง คาซู” ถึง 4 ปี คงต้องส่งผู้เล่นที่มีความพร้อมที่สุดลงสนามในแต่ละเกม

อย่างไรก็ดีใช่ว่าโอกาสลงสนามของ “คิง คาซู” จะน้อยนิดเสียทีเดียวครับ เมื่อฤดูกาล 2019 ดาวเตะระดับตำนานถูกส่งลงสนามในฟุตบอลถ้วย เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ทั้ง 2 เกมที่ทีมลงแข่งในฐานะกัปตันทีม ทั้งในรอบ 2 ที่เอาชนะ มหาวิทยาลัย เซนได และรอบ 3 ที่พ่ายกับ โยโกฮามะ มารินอส ใน “โยโกะฮามะ ดาร์บี้แมทช์”

ฉะนั้นแม้ไม่ใช่เรื่องงาย แต่ก็ไม่ยากเกินไปครับสำหรับ “คิง คาซู” ที่จะได้โอกาสลงสนามเพื่อเดินตามเส้นทางที่เขาหลงใหล และสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่โลกลูกหนัง

น่าติดตามครับว่าในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่ 35 ในโลกลูกหนังอาชีพของ “คิงคาซู” ดาวเตะระดับตำนานจะได้ลงมาวาดลวดลายในสนามมากน้อยแค่ไหน และจะสร้างสถิติอะไรให้กับวงการลูกหนังโลกได้อีกบ้าง

เราจะได้ติดตามทุกย่างก้าวแห่งประวัติศาสตร์กับตำนานอย่าง “คิง คาซู” ไปพร้อมๆกันครับ