“ต้องรักษาความ โกรธา, โหย และกระหาย”

26 December 2018
774 VIEWS

“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือ รีแอ็คชั่นหลังชัยชนะในนัดที่ผ่านมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเกมกับวูลฟ์สจึงมีความท้าทายที่สูงมาก”

“เพราะหลังจากเตะกับยูไนเต็ดไม่กี่วัน และก่อนหน้านั้นกับนาโปลี คุณกำลังอยู่ในเวทีใหญ่ จากนั้นการไปเยือนวูลฟ์แฮมป์ตัน มันไม่ใช่แค่กับผู้เล่นนะ แต่ผู้คนทั่วไปด้วยที่สามารถดร็อปโฟกัสของตัวเองลง”

“ดังนั้นผมจึงแฮปปี้มากกับทัศนคติของเรา มันเป็นสิ่งที่เราต้องการนั่นคือ รักษาความโกรธ โหยกระหายในหน้าที่อันเป็นสิ่งจำเป็นในเกมนี้กับนิวคาสเซิล”

-เยอร์เก้น คลอปป์

ครับ สิ่งที่คลอปป์ พยายามสื่อสารข้างต้น ผมว่า “ชัดเจน” ในตัวเองเป็นอย่างมาก

ฟุตบอลจะมีประโยชน์อะไรหากเล่นได้อย่างเทพด้วยหัวใจกร้าวแกร่ง และฝ่าฟันจนเอาชนะ “บิ๊กทีม” ในแมตช์ใหญ่ ๆ ได้

แต่นัดถัดมากับ “ทีมรอง” ดันมาดร็อปพลังกาย พลังใจ ของตัวเองด้วย “ทัศนคติ” หย่อนยานจนพลาดทำแต้มหล่นไม่ว่าจะ 2 หรือ 3 แต้มเต็มก็ตามที

กับฟุตบอลที่ชนะเก็บ 3 แต้มเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะชนะใครก็ตาม

เขียนถึงตรงนี้ผมนึกถึง สเปอร์ส ตอนบุกชนะแมนฯยูฯ สวยสด 3-0 แต่ดันบุกไปแพ้วัตฟอร์ด 1-2 ในนัดถัดมา (ต่อด้วยแพ้ลิเวอร์พูล 1-2 และพ่ายอินเตอร์ ด้วยสกอร์เดียวกัน) แบบเสียงรังวัด และเสียของอย่างยิ่ง

เล่นแบบนี้ถือว่า “ความดี” ที่อุตส่าห์สร้างสมจะสูญสลายทันทีครับ

แต่ลิเวอร์พูล “รอดพ้น” ช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างงดงาม และจริง ๆ แล้ว คลอปป์ กับเด็ก ๆ แสดงให้เห็นว่า “ก้าวข้าม” สถานการณ์ทดสอบ “ทัศนคติ” แบบนี้มาแล้วหลายหนในซีซั่นนี้

เช่น ช่วงเดือน 9 ต่อเดือน 10 ที่ต้องเจอเปแอสเช, เชลซี (2 รอบ), นาโปลี และแมนฯซิตี้ หรือหลังจากนั้นที่เจอเอฟเวอร์ตัน ตามด้วย 2 ทีมหนีตาย เบิร์นลีย์ กับบอร์นมัธ

ก่อนจะมาถึงคิว นาโปลี, แมนฯยูฯตามด้วยวูลฟ์ส และวันนี้กับนิวคาสเซิล

รวมความแล้ว ผมชอบนะครับที่กุนซือเยอรมัน “พอยต์” ประเด็นนี้ออกมา และให้ความสำคัญกับรายละเอียดตรงนี้

ที่สร้างความ “แตกต่าง” ระหว่างแชมป์ กับทีม “ท็อปโฟร์” ได้

ในชีวิตจริงของเราก็เช่นกันครับ ความ “สม่ำเสมอ” ในหน้าที่การทำงาน และรับผิดชอบ

หรือกับคนรอบข้างที่การใส่ใจ “รายละเอียด” ไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ หากทำได้จะได้รับการชื่นชม เอ็นดู และความรัก

การงานก็รุ่งเรือง ความรักก็รุ่งโรจน์ เพราะ “ผลงาน” ที่มาตรฐานหาใช่ตามอำเภอใจ คาดเดาอะไรไม่ได้

3 วันดี 4 วันร้าย…

ครับ มีคนจำนวนมากที่ตาย “น้ำตื้น” เพราะทำงานใหญ่สำเร็จแล้วมัวแต่ชื่นชมผลงาน และไม่สามารถรักษาความดุ โกรธ (angry – ตามศัพท์ของคลอปป์) และความโหย กระหาย (greedy) เอาไว้ได้

เฉพาะอย่างยิ่งกับอะไรที่เล็กน้อย (แต่สำคัญ – ยิ่งรวมกันเยอะ ๆ ยิ่งสำคัญ) หลังจากเพิ่งทำอะไรใหญ่ได้สำเร็จ

ดังนั้น ลองมองดูครับ เหมือนอีกตัวอย่างจาก โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่บอกหลังถล่มคาร์ดิฟฟ์ 5-1 ว่า วันรุ่งขึ้นครอบครัวจะบินจากนอร์เวย์มาฉลองคริสต์มาสกัน

และแน่นอนว่า หลังจากนั้นก็จะเตรียมทีมรับมือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทันที

กล่าวคือ ไม่ได้ “ระเริง” กับชัยชนะเกมแรกสวยหรูจนเกินงาม แต่ก็ไม่ได้ถึงกับ “ซีเรียส” เครียดจนไม่ได้เอนจอย ไลฟ์ พักผ่อนตามสมควร

อีกมุม คือ “สมดุล” ของชีวิตที่สร้างขึ้นมานะครับ ไม่ว่าจะในสนามกับทีมใดก็ตาม และนอกสนามกับครอบครัว หรือใครก็ตามรอบข้าง

สุขสันต์ (อีกที) ช่วง festive days และวันนี้ boxing day ครับ