คาร์เรน เบรดี – มีความแตกต่างกันระหว่างการให้หงส์เป็นแชมป์กับฤดูกาลเป็นโมฆะ

คาร์เรน เบรดี้
16 March 2020
191 VIEWS

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ คาร์เรน เบรดี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานของสโมสร “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ดูเหมือนชื่อของเธอจะเป็นที่รู้จักกว้างขวางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหลังเธอออกมาแสดงความเห็นว่า พรีเมียร์ลีก ไม่สมควรมอบแชมป์ให้ ลิเวอร์พูล เพราะธอมองว่า ควรให้ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะมากกว่า ท่ามกลางกระแสข่าวการระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่กำลังสร้างปัญหาให้อังกฤษอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

“การเลื่อนหรือยกเลิกลีกนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าควรเกิดขึ้น” เบรดี เริ่มเปิดฉาก “มันไม่มีทางหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ในการแข่งขันทุกระดับ ทั้งในฟุตบอลลีกอังกฤษต่าง ๆ ก็ดี และ ในพรีเมียร์ลีก ด้วย ซึ่งทั้งหมดสมควรถูกยกเลิก และในฤดูกาลนี้ก็สมควรถูกประกาศให้เป็นโมฆะถ้าหากนักเตะไม่สามารถเล่นต่อไปได้

“พรีเมียร์ลีก เชื่อว่าการเว้นวรรคสามสัปดาห์นับจากนี้จะสามารถช่วยให้พวกเขากลับมาเริ่มใหม่ได้ แต่นั่นอาจจะเป็นแค่ในโลกแห่งความฝัน

“บางทีกี่เลื่อนฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป อาจจะช่วยให้มีเวลามากขึ้นในการเล่นให้ฤดูกาลนี้จบลงได้ในช่วงซัมเมอร์ แต่ก็ก็มาพร้อมกับคำว่า ‘ถ้า’ ตัวเบ่อเร่อ

“แล้วถ้าลีกแข่งขันกันไม่จบล่ะ?

“ในขณะที่เกมทั้ง พรีเมียร์ลีก และ ลีกอื่น ๆ ในสังกัด อีเอฟแอล ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ทางที่ยุติธรรมที่สุด และสมเหตุสมผลมากกว่าทางอื่น ๆ คือให้ทั้งฤดูกาลเป็นโมฆะ 

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าอันดับจะมีการขึ้นหรือลงอีกกี่ครั้ง ถ้าเกมไม่ได้แข่งขันกันครบตามกำหนด?

“แต่ข่าวร้ายครั้งใหญ่คือลิเวอร์พูล อาจจะโดนขโมยแชมป์ครั้งแรกของพวกเขาในรอบ 30 ปี ไปนี่แหละ”

แน่นอน หลังคำพูดนี้ของเธอ เธอโดนถล่มเละจากทั้งแฟนบอลลิเวอร์พูล และสโมสรอื่น ๆ ที่แวะเข้ามา “ทัวร์” ในพื้นที่โซเชียลมีเดียของเธอ และนั่นเองทำให้อีกวันถัดมา เธอต้องออกมาแก้เกี้ยวครั้งใหญ่ผ่านทาง ทวีตเตอร์ โดยการกลับคำพูดเล็กน้อยว่าเธอเห็นด้วยกับการที่ “หงส์แดง” จะได้แชมป์ แต่เธอยังยืนยันว่า การให้ฤดูกาลเป็นโมฆะนั้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

“ทุกคนเห็นตรงกันว่า ลิเวอร์พูล สมควรได้แชมป์ไปครอง” เบรดี้ ทวีต “พรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้เราแน่ใจว่าจะให้ฤดูกาลจะมีการแข่งกันจนจบ, รวมถึงการระงับการแข่งขัน, คัดแยกผู้เล่น และหากจำเป็นต้องเล่นในสนามปิดในช่วงซัมเมอร์

“จุดประสงของดิฉันคือความปลอดภัยของแฟนบอล, นักเตะ, สตาฟฟ์ ต้องมาเป็นอันดับแรก และถ้าเกมที่เหลือไม่สามารถแข่งต่อได้ สิ่งเดียวที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลก็คือการประกาศให้ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ

“ใครจะไปรู้ว่าทีมไหนจะตกชั้นหรือเลื่อนชั้นถ้าเกมพรีเมียร์ลีก/อีเอฟแอลไม่สามารถเล่นกันจนครบได้?”

แน่นอนว่า คำพูดของเธออาจจะถูกต้อง แต่ก็ไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ประเด็นสำคัญที่ทำให้คำพูดของเธอถูกโจมตีเรื่องน้ำหนัก นั่นคือทีม “ขุนค้อน” ของเธอ ยังมีอาการร่อแร่ในพื้นที่ลุ้นตกชั้น แม่จะอยู่ในโซนปลอดภัยอันดับที่ 16 แต่ก็มีเพียง 27 คะแนนเท่ากับ บอร์นมัธ ทีมอันดับ 18 ที่อยู่ในโซนตกชั้น โดยเวสต์แฮม ยังมีคะแนนเท่ากับ ทีมอันดับ 17 อย่างวัตฟอร์ดด้วย ซึ่งพวกเขาเหนือกว่าเพียงประตูได้เสียเท่านั้น

นอกจากนั้นแล้ว โปรแกรมที่เหลือยอดทีมจาก ลอนดอน ยังต้องเจอกับงานหนักด้วยการเจอกับทีมลุ้นโควตาแชมเปียนลีก 3 นัดติด ทั้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และ เชลซี ต่อจากนั้นต้องมาเจอกับทีมลุ้นหนีตกชั้นเหมือนกันในช่วงท้ายฤดูกาล ทั้ง นอริช ซิตี และ วัตฟอร์ด ก่อนที่นัดรองสุดท้ายจะต้องเจอของแข็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ นัดสุดท้ายอาจจะได้ชี้เป็นชี้ตายกับ แอสตัน วิลลา

ด้วยโปรแกรม และ อันดับในตารางตอนนี้ เหมือนว่าคำพูดของท่านหญิงเบรดี้ ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาขุนนาง หรือ วุฒิสภาของอังกฤษนั้น จะมีน้ำหนักน้อยลงไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของพรีเมียร์ลีกหลังจากนี้ ต้องรอดูทิศทางลงอีก 2 ครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น คือ การประชุมสมาชิกของ ยูฟ่า ทั้ง 55 ชาติที่จะเกิดขึ้นในวันอังคารนี้ และ การประชุมของพรีเมียร์ลีกในวันพฤหัสบดี ซึ่งทั้ง 2 การประชุมนี่ จะมีผลสืบเนื่องกัน

หากการประชุมของ ยูฟ่า มีคำสั่งเลื่อนการแข่งขันยูโรออกไป พรีเมียร์ลีก ก็ยังมีเวลาในการวางโปรแกรมเพื่อเตะอีก 10 นัดสุดท้าย และให้ฤดูกาลจบลงอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าที่ประชุมของยูฟ่า มีมติยืนยันการแข่งขันฟุตบอลเมเจอร์แห่งยุโรปตามเดิม นั่นอาจจะทำให้ พรีเมียร์ลีก จะต้องโหวตกันเพื่อตัดสินฤดูกาลต่อไป โดยจะมีการตัดจบ หรือ ให้เป็นโมฆะ ก็อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะได้คะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3 หรือ ต้องได้ 14 เสียงโหวตขึ้นไป

แต่นั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องมาตัดสินกันในตอนท้ายที่สุด เมื่อพรีเมียร์ลีก ไปกันต่อไม่ได้แล้วจริง ๆ ซึ่งมันยังมีอีหลายปัจจัยกว่าจะไปถึงตรงนั้นได้

แต่ในตอนนี้ อ่านบทความจบแล้ว อย่าลืมไปล้างมือกันนะครับ…