เคลีก 2019 การตัดสินแชมป์ในเกมสุดท้ายที่ “ชุนบุค” ยังคงไร้เทียมทาน กับ “อุลซาน” ที่ยังคงดีไม่พอ

เคลีก
5 December 2019
363 VIEWS

หลังแข่งขันกันมาแรมปีในที่สุดฟุตบอล “เคลีก “ลีกฟุตบอลสูงสุดของเกาหลีใต้รูดม่านปิดฉากจบการแข่งขันไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตำแหน่ง “แชมป์” ตกเป็นของ “ชุนบุค ฮุนได” ที่เก็บชัยชนะเหนือ กังวอน 1 – 0 ในเกมสุดท้าย เบียด “อุลซาน ฮุนได” คู่ต่อกรที่พยายามช่วงชิงตำแหน่งแชมป์เคลีกตลอดซีซั่น ซึ่งพลาดท่าปราชัยคาบ้านต่อ โปฮัง สตีลเลอร์ส คาบ้าน 1 – 4 เข้าเส้นชัยได้สำเร็จแบบลุ้นจนหยดสุดท้าย ด้วยประตูยิงได้ที่มากกว่า 72 ต่อ 71 ประตู หลัง 2 ทีมมีคะแนนเท่ากันที่ 79 คะแนน

ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำให้ ชุนบุค เป็นทีมแห่งทศวรรษของเกาหลีใต้อย่างแท้จริง ด้วยผลงานที่ “ไร้เทียมทาน”ตลอดขวบทศวรรษที่ผ่านมา จากการคว้าแชมป์เคลีกสมัยที่ 6 ใน 10 ปีหลังสุด และเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ลูกหนังแดนกิมจิต่อจาก ซองนัม เอฟซี ที่สามารถคว้าแชมป์เคลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ( 2017 – 2019) และทำสถิติได้แชมป์เคลีกมากสุดเทียบเท่า ซองนัม เอฟซี ที่ 7 สมัย

แม้ปีนี้เจ้าของฉายานักรบสีเขียวจะไม่มี ชอย คัง ฮี ผู้จัดการทีมที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกของชุนบุคในทุกครั้งคุมทีมข้างสนามเหมือนเคย แต่ โชเซ่ โมไรส์ อดีตมือขวาของ โชเซ่ มูรินโญ กุนซือชื่อดังก็เข้ามารับไม้ต่อได้อย่างน่าดูชม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า โมไรส์ ต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากพอสมควร เพราะเจ้าตัวไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมในเกาหลีใต้มาก่อน และจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่มากมายทั้งเรื่องของผู้เล่น และรูปแบบฟุตบอลของเกาหลีใต้ มิหนำซ้ำยังต้องเจอกับความกดดันที่มารับหน้าที่ต่อจากผู้จัดการทีมระดับตำนานที่พาชุนบุคประสบความสำเร็จมาโดยตลอด และที่สำคัญคือต้องเผชิญกับท้ายจากทีมร่วมลีกที่ต่างต้องการสั่นสะเทือนบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในขวบทศวรรษของชุนบุคด้วย โดยเฉพาะอุลซาน ฮุนได ที่ทำผลงานในปีนี้ได้ยอดเยี่ยมมากๆตีคู่แย่งแชมป์กับชุนบุคอย่างสูสีคู่ขี่จนทำให้ทีมนักรบสีเขียวต้องเผชิญความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบขวบทศวรรษ ขนาด อี ดอง กุก กัปตันทีมและเป็นดาวเตะที่ได้แชมป์เคลีกกับชุนบุคทุกครั้งยังยอมรับว่านี่เป็นฤดูกาลที่ตื่นเต้นที่สุดในการลุ้นแชมป์สำหรับตัวเขา

อย่างไรก็ดีกุนซือชาวโปรตุเกสวัย 54 ปีสามารถแบกรับความกดดัน และพาลูกทีมผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ ก่อนจะคว้าแชมป์เคลีกได้สำเร็จ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ต่างๆมากมายให้แก่วงการฟุตบอลเกาหลีใต้กลายเป็นทีมที่ไร้เทียมทานบนดินแดนแห่งนี้อย่างแท้จริง รวมทั้งตัวของโมไรส์ก็คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของเคลีกไปครองด้วย

ทว่าท่ามกลางรอยยิ้มแห่งความสำเร็จของชุนบุค คู่แข่งแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้อย่างอุลซานกลับต้องเผชิญกับความชอกช้ำอย่างเจ็บปวด
เนื่องจากพวกเขาทำแชมป์ที่อยู่ในมือหลุดลอยไป….

ก่อนเริ่มเกมนัดสุดท้ายอุลซานอยู่ในสถานการณ์ที่ดีๆมากกับการคว้าแชมป์เคลีก พวกเขาต้องการเพียงแค่ผลเสมอในการเปิดบ้านรับ โปฮัง สตีลเลอร์ส ก็จะลงเอยด้วยตำแหน่งแชมป์ทันที โดยไม่ต้องไปลุ้นผลคู่ของ ชุนบุค ฮุนได แต่อย่างใด เนื่องจากมีคะแนนนำ ชุนบุค ฮุนได อยู่ 3 คะแนน ทว่าพวกเขากลับมีความผิดพลาดหลายจังหวะในเกมนี้ จนนำมาซึ่งความพ่ายแพ้แบบหมดรูปคาถิ่น 1 – 4 พลาดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวด

การขาดประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์และต้องมาตัดสินในเกมสุดท้ายทำให้พวกเขาดูเกร็ง ไม่มีสมาธิ และเล่นเหมือนไม่ใช่อุลซานที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งปี พวกเขามีความผิดพลาดตลอดทั้งเกมจนนำมาซึ่งการเสียประตู ทั้งลูกแรกที่กองหลังเลี้ยงบอลพลาดจนถูกแย่งบอล หรือการเสียลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

แต่ความผิดพลาดที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ทั้งในเกาหลีใต้เอง และทั่วโลกก็คือความผิดพลาดของ คิม ซึง กิว ผู้รักษาประตูดีกรีระดับทีมชาติเกาหลีใต้วัย 29 ปี

ในนาทีที่ 87 ขณะที่ตกเป็นรอง โปฮัง สตีลเลอร์ส อยู่ 1 – 2 คิม ซึง กิว ตัดสินใจออกมาทุ่มบอลในจังหวะที่ทีมได้ลูกทุ่มฝั่งขวาในแดนของตัวเอง แต่บอลที่นายด่านวัย 29 ปีทุ่มกลับไปเข้าทาง ฮอ ยอง จุน กองหน้าของ โปฮัง สตีลเลอร์ ยิงเข้าประตูโล่งๆไปอย่างง่ายดายชนิดที่แฟนบอลงงกันไปทั้งสนาม

มีคำถามตามมามากมายว่าเพราะอะไร คิม ซึง กิว ถึงต้องตัดสินใจเล่นลูกทุ่มลูกนั้นด้วยตัวเอง และเหมือนจะทุ่มไปเข้าทางผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เลยเถิดไปจนถึงว่ามีการ “ล้มบอล”หรือล็อคผลการแข่งขันหรือเปล่า

ยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาวงการฟุตบอลเกาหลีใต้มีเหตุการณ์ล้มบอล หรือล็อคผลการแข่งขันถึง 2 ครั้ง ทั้งในปี 2011 ที่เป็นประเด็นใหญ่โตไปทั่วโลก มีนักฟุตบอลเกาหลีใต้กว่า 40 คนเกี่ยวข้องกับการล้มบอลจนต้องโทษโดนแบนจากการเล่นฟุตบอลตลอดชีวิต ซึ่งมีหลายคนที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความผิด หรือในปี 2016 ที่ ชุนบุค ฮุนไดถูกตัด 9 คะแนนจากข้อหาติดสินบนกรรมการเพื่อล็อคผลการแข่งขันในปี 2013 มันก็ทำให้แฟนฟุตบอลในโลกออนไลน์อดไม่ได้ที่จะตั้งตั้งข้อสงสัย และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดพลาดของ คิม ซึง กิว ที่เกิดขึ้น

แต่ คิม โด ฮุน กุนซือของทีมอุลซาน ฮุนได ก็ยังเชื่อใจในตัวลูกทีมแบบเต็มเปี่ยม และให้สัมภาษณ์หลังจบเกมถึงความผิดพลาดของ คิม ซึง กิว โดยบอกว่าตัวเขาเองไม่มีข้อสงสัยกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น และในโลกของฟุตบอลความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา

โดยจังหวะที่ คิม ซึง กิว ทำผิดพลาดนั้น หากมองด้วยสถานการณ์ ณ เวลานั้น ก็อาจจะพอเข้าใจได้ เพราะเป็นสถานการณ์ที่อุลซาน ฮุนได กำลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง และต้องการนำลูกกลับมาเล่นให้เร็วที่สุดเพื่อตามตีเสมอให้ได้ในช่วงท้ายเกม เมื่อทีมได้ลูกทุ่มในฝั่งแดนของตนเองขณะที่เพื่อนร่วมทีมกำลังเล่นเกมบุกอยู่ในแดนตรงข้ามมันก็ไม่แปลกที่นายด่านวัย 29 ปีจะออกมาทุ่มบอลเอง และจะเห็นว่ามีนักเตะในทีม อุลซาน ฮุนได อยู่ในทิศทางที่นายด่านวัย 29 ปีทุ่มบอลไป

ทั้งหมดมันจึงเป็นความผิดพลาดของอุลซานเองที่ทำให้พวกเขาดีไม่พอ จนทำแชมป์ที่อยู่ในมือหลุดลอยไปในเกมสุดท้าย และความพลาดหวังในครั้งนี้ทำให้พวกเขาพลาดได้แชมป์เคลีกครั้งแรกในรอบ 14 ปี หลังได้แชมป์ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2005 ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ได้รองแชมป์ที่มากที่สุดถึง 8 สมัย

และต้องเฝ้ารอความสำเร็จกับตำแหน่งแชมป์ของพวกเขาต่อไป