แค่ “จำอวด” good player

“คืนนี้ เรา (ดูเหี้ยม) เหมือนเป็นคนชำแหละเนื้อสัตว์ จากใบเหลืองที่เราได้รับ มันเป็นความชาญฉลาดของนักเตะเปแอสเช เฉพาะอย่างยิ่งเนย์มาร์ แต่นักเตะอีกหลายคนก็ล้มตัวลงราวกับโดนเราทำอะไรร้ายแรง”

-เยอร์เก้น คลอปป์ หลังเกมลิเวอร์พูลบุกแพ้เปแอสเช 1-2

แน่นอนครับ ประเด็นหลักหลังเกมของ คลอปป์ แม้จะเบี่ยงเบนประเด็น “ความจริง” เรื่องผลงานไม่ดีของลิเวอร์พูลที่แพ้เกมนอกบ้าน UCL 3 แมตช์ติดต่อกัน

ทว่าก็ต้อง “ยอมรับ” ครับว่า สิ่งที่ เนย์มาร์ นำทีมเจ้าถิ่นกระทำในสนาม คือ สิ่งที่สมควรหยิบยกมากล่าวถึงไม่น้อยไปกว่ากันในเชิง sportsmanship หรือน้ำใจนักกีฬาของผู้เล่น

หรืออาจจะรวมถึง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเยอรมันของเปแอสเช ที่ก็มองว่าคลอปป์เบี่ยงประเด็นเช่นกัน และตัวเค้าสนใจแต่ผลการแข่งขัน

ทีนี้ เราจะเลือกมองมุมแบบนี้อย่างไร?

คหสต.นะครับ อะไรในโลกที่ “เกินพอดี” หรือไม่ได้เป็นทางสายกลางแล้ว

กล่าวคือ มากไป หรือน้อยไป ล้วนไม่ดีสำหรับผม

เนย์มาร์ มากไปจริง ๆ ถึงขั้นเป็น “จำอวด” และทำให้ความเป็นยอดนักเตะของเค้าเอง “สูญหาย” ไปไม่น้อย

แสดงละครแบบนี้ไม่ “ได้ใจ” แฟนบอล และจะทำให้ใคร ๆ รักเค้าเต็มหัวใจไม่ได้แน่

แม้เจ้าตัวอาจไม่ได้แคร์ว่าใครจะรัก จะชอบ หรือเกลียด มากไปกว่า “ผลการแข่งขัน” หรือการทำให้ทีมได้เปรียบก็ตาม

ซึ่งนั่นเป็นวิถีที่กัปตันทีมชาติบราซิลเลือก และ “โพสิชั่น” ให้ภาพลักษณ์เหล่านี้ติดตัวไป

ให้คน “จดจำ” ฝีเท้า พอ ๆ กับภาพ “จำอวด” เฉกเช่นเกมนี้ที่ล้มไม่รู้กี่ครั้ง โวยวายไม่รู้กี่หน

เอาแค่ครึ่งแรก หากไม่นับจังหวะที่ จิจี้ ไวจ์นัลดุม เสียใบเหลือง การล้มแต่ละครั้งก็ไม่เห็นฟาล์ว แต่เจ้าตัวก็ไม่เกรงใจจะล้มแล้วล้มอีกแบบง่ายดาย และไม่อายที่จะ “ปฏิบัติ” ทุกครั้งที่มีโอกาส

ครับ ลองมองมุมกลับ และถามตัวเองว่า “ทำไมชัยชนะแบบขาวสะอาด เพราะทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะต้นเกมของเปแอสเชต้องมาแปดเปื้อนเพราะเรื่องนี้?”

คำถามนี้ มันสะท้อนว่ามี something wrong เกิดขึ้นในเกมฟุตบอลนัดนี้แล้วล่ะครับ

ส่วนตัว ความเป็น “บาป” หรือไม่มีน้ำใจนักกีฬา เพราะทำอะไรเกินพอดีไม่ใช่มีแค่เรื่องพุ่งล้ม

ผมไม่ชอบอะไรอีกหลายนะครับ อาทิ:

1.ถ่วงเวลาจนน่าเกลียดมากกว่า “พอดี” เช่น โกล์แกล้งเจ็บ, แกล้งตะคริว, เปลี่ยนตัวช้า แบบจงใจเกินเหตุจะเดินช้าออกนอกสนาม

2.ถ่มน้ำลายลงพื้นตลอดเวลา หรือในบางจังหวะที่เฉียดคู่แข่ง

เรื่องนี้ ผมก็เตือนน้อง ๆ นักบอลตลอดว่า หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำ บ้านเค้าเมืองเค้า อากาศมันหนาว บางทีน้ำลายเหนียวคอได้

แต่บ้านเราเมืองร้อน คงไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ใช่นักบอลเมืองนอกทำกัน เราก็ทำด้วย มันดูไม่มีมารยาท

3.การไปรุมผู้ตัดสินเพื่อกดดันจะเอาผลการตัดสินที่ต้องการ แบบนี้ก็ไม่ดี เต็มที่ก็ให้ “กัปตันทีม” ทำหน้าที่ไป

4.การเล่นฟุตบอลโดยมีเจตนา “ยั่วยุ” ทั้งวาจา และการกระทำใส่คู่แข่งขัน

กล่าวคือ เราเก่งพอ และมีฝีมือพอ ไม่ควรเล่นนอกตำราแบบนั้น มันไม่ใช่สุภาพบุรุษ

ถ้าจะแพ้มันก็ต้องแพ้ และ “ก้มหน้า” ยอมรับหลังได้ทำดีที่สุดแล้วครับ

5.เจตนาทำร้ายคู่แข่งขัน หรือหากเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจควร “ยอมรับ” เช่น มาร์โก้ แวร์รัตติ ฟาล์วดอกนั้นใส่ โจ โกเมซ ที่ดาวเตะอังกฤษลุกมาเล่นต่ออย่าง “แมน ๆ” ขณะที่ดาวเตะอิตาเลียนยังคงโวยวาย…เพื่อ?

ซึ่ง “ดอกนี้” เนย์มาร์ไม่มีทางโดนนะครับ เพราะจะกระโดดหนี และรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางได้ทัน อันนี้ไม่ได้ประชด แต่พูดจริง ๆ

6.จบเกมก็ต้อง “จับมือ” แยกย้ายกันไปไม่ติดใจอะไร ฟุตบอลจบ คนจบ แพ้ชนะตัดสินกันในเกม 90 นาทีไปแล้ว

7.จะมา show-boat หรือ “โชว์ออฟ” สับขา แกล้งคู่ต่อสู้ ตอนนำเยอะหน่อยก็ไม่ใช่คุณสมบัตินักกีฬาที่ดีเหมือน เป๊ป เรียก ราฮีม สเตอร์ลิง ไปเตือนเมื่อเร็ว ๆ นี้

ฯลฯ

จริง ๆ ยังน่าจะมีข้อควรปฏิบัติแบบไม่ได้มี “กฎระเบียบ” จารึกอะไรเอาไว้อีกหลายข้อ เช่น เตะบอลออกให้ตอนฝ่ายตรงข้ามเจ็บ

แต่ผมหยิบมาฝากเป็น “น้ำจิ้ม” ต่อยอดจากกรณี “จำอวด” ของเนย์มาร์ เพียง 7 ข้อข้างต้น

หากมีโอกาสได้สอนลูกหลาน หรือทีมบอลรอบตัวของท่าน ผมว่า มันจำเป็นนะครับ

ท้ายสุดแล้ว เนย์มาร์ จะเป็นได้แค่เพียง good player อีกคนที่แฟนบอลทั่วโลกจะจำการ “จำอวด”

ไม่ใช่ great player ที่ “ฝีเท้า” จะถูกจดจำครับ



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Talk

หลายคำถามกับการย้ายฟ้าแล่บของ ‘พูลิซิช’

ลูกแม่กิ่ง

เป็นข่าวการย้ายทีมที่สร้างความฮือฮาได้พอสมควรรับปีใหม่เมื่อ เชลซี ประกาศการเซ็นสัญญากับ คริสเตียน พูลิซิช หนึ่งในสตาร์ที่น่าจับตามองมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรปจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวมากถึง 74 ล้านยูโร

Thought

คนสำคัญที่ถูกลืม

Dechruch

ปฏิเสธไม่ได้ว่า“ซน ฮึง มิน” ดาวยิงจากสโมสร ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ยอดทีมในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ คือนักฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของในการแข่งขันฟุตบอลชายเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย

Thought

#coachingpoints : “เรียนรู้” จากนาโปลีเพื่อรับมือ “เรือใบ”

ไข่มุกดำ

ขออนุญาตพูด “ย้อนหลัง” ถึงเกมนาโปลี – ลิเวอร์พูล แต่จะเป็นภาพส่งต่อถึงเกม “ซูเปอร์ซันเดย์” ลิเวอร์พูล – แมนฯซิตี้ ด้วยน้ำหนักที่มากกว่านะครับ