“ก้าวกระโดด” พัฒนาฝีเท้า และอัพค่าตัว

เมื่อ 26 ก.ค.ผมได้เขียนเรื่อง “ขุนศึกคู่บัลลังก์” และพูดแบบเซอร์ไพรส์ ๆ ถึงการ “เติบโต” อย่างรวดเร็วของ ริชาร์ลิสัน หัวหอกบราซิเลี่ยนตัวใหม่ของเอฟเวอร์ตันไปครั้งหนึ่งแล้ว

สรุป “ไทม์ไลน์” คร่าว ๆ ปานจรวดดังนี้นะครับ:

-ตอนนี้อายุ 21 ปี เล่นยุโรปแค่ฤดูกาลเดียวกับ วัตฟอร์ดปีที่แล้ว

-ค่าตัวย้ายจากฟลูมิเนนเซ่ 11.5 ล้านปอนด์ และทำ 5 ประตู 4 แอสซิสต์จาก 12 เกมแรกกับแตนอาละวาด

-อีก 25 ถัดมา เล่นไม่ออกนักจากความล้า ต้องเตะติด ๆ 59 เกมจนจบลีกบราซิลก่อนต้องย้ายมาอังกฤษทันที โดยมี “ช่องว่าง” ได้พักเพียง 20 วัน ซึ่งไม่ง่ายกับนักเตะอายุน้อย

-ครั้น มาร์โก้ ซิลวา กุนซือเอฟเวอร์ตัน คนปัจจุบัน และวัตฟอร์ดตอนโน้นโดนไล่ออก ม.ค.2018 สถานการณ์ของ ริชาร์ลิสัน จึงไม่ได้ดีขึ้นกับกุนซือ ฆาบี้ การ์เซีย

-กระทั่ง ซิลวา ตัดสินใจแจ้งบอร์ดทอฟฟี่ขอซื้อนักเตะรายนี้มาเป็น “ขุนศึกคู่บัลลังก์” อีกครั้งซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยราคาถึง 40 ล้านปอนด์

-ประเดิมสุดสวยกับเอฟเวอร์ตันในเกมเยือนวูลฟ์ส และในบ้านกับเซาแธมป์ตันที่ยิง 3 ประตูก่อนจะ “ไร้เดียงสา” ไปเล็กน้อย (เหมือน มาร์คัส แรชฟอร์ด) เอาหัวไปเขก อดัม สมิธ ของบอร์นมัธจนโดนไล่ออก และแบน 3 เกม

-ช่วงเวลาเดียวกันหลังติดแบน 1 นัดได้ถูก “ติเต้” เรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ช่วง “ฟีฟ่าเดย์” ที่ผ่านมา และได้เล่น 2 นัดก่อนแจ้งเกิดทันที

และประโยคสุดท้ายที่บอกว่าถูกเรียกติดทีมชาติบราซิล “ชุดใหญ่” และทำผลงานได้ดี คือ ที่มาที่ไปของการกลับมาเขียนถึงริชาร์ลิสัน ในรอบ 2 ครับ

โดย “อ้างอิง” จากฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา บราซิลเล่นระบบ 4-3-3 และใช้กองหน้าตัวเป้า กาเบรียล เฆซุส จากแมนฯซิตี้ เป็นหลัก โดยขนาบ 2 ข้างด้วย เนย์มาร์ ที่ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมถาวร และวิลเลียน

ตัวเสริมที่หลายคนอาจชอบมากกว่า คือ โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ จากลิเวอร์พูล

นอกนั้น แอบดูเหมือน บราซิลจะขาด “หัวหอก” ธรรมชาติ หรือตัวประเภท “ครบเครื่อง ๆ” อยู่ ณ ตอนนี้

ดังนั้น การเรียก ริชาร์ลิสัน เข้าประจำการเป็นอีก “ออฟชั่น” จบสกอร์จึงเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะดาวเตะรายนี้เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนหน้า เฉพาะอย่างยิ่งระบบเกมรุกสมัยใหม่

จะยืนด้านซ้ายก็ได้ ด้านขวาก็ดี เพราะถนัด 2 เท้า

อีกทั้งรูปร่างก็ดี สูง 180 ซม. และมีความเร็ว ความแข็งแกร่ง ที่เหนือกว่าทั้งเฟียร์มิโน่ และเฆซุส

ติเต้ ให้เวลาในฐานะตัวสำรอง 15 นาทีก่อน ริชาร์ลิสัน จะประเดิมนัดแรกทีมชาติของตัวเองชนะสหรัฐอเมริกา 8 ก.ย. 2-0 และทำได้ไม่ขี้เหร่

ณ วัย 21 ปี 3 เดือนกับ 29 วัน

ถัดมาอีก 2 วันจึงได้ลงตัวจริงปะทะเอล ซัลวาดอร์ และทำได้ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ชนะ 5-0 แจ้งเกิดเต็มตัว!

ผมมองว่า นับจากวันนี้ไป สถานการณ์ของริชาร์ลิสันจะเป็นอื่นไปไม่ได้แล้ว นอกจากการต้องเตรียม “เขียนหน้าประวัติศาสตร์” ให้กับตัวเองต่อไป

และก็ต่อไป…

จำที่คุณเนวิน ชิดชอบ พูดถึงการเรียกตัวนักเตะติดทีมชาติชุดเอเชียนเกมส์ 2018 และจัดขุนพลลงในสนามฐานะตัวจริง และตัวสำรองได้ใช่ไหมครับ?

ผมไม่ได้จะพูดถึงว่า มันจริง หรือไม่จริงเกี่ยวกับ “เอเยนต์” มีอิทธิพล หรือผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่าในการทำให้โค้ช และทีมงานเลือกใช้/ไม่ใช้ หรือใช้นักเตะแต่ละคนอย่างไรนะครับ

เพราะมันผ่านมาแล้ว (แต่ส่วนตัวไม่ได้เชื่อแบบนั้น อย่างน้อย ๆ ก็เพราะ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ ไม่ได้มีเอเยนต์)

แต่ผมเห็นด้วย “ล้าน%” ตาม 1 ประเด็นในนั้นว่า 1.การถูกเรียกติดทีมชาติ , 2.การถูกเรียกติดทีมชาติ และได้ลงสนามตัวสำรอง, 3.การถูกเรียกติดทีมชาติ และได้เล่น แล้วเล่นได้ดี

ทั้ง 3 ข้อจะส่งผลตรงต่อ “มูลค่า” นักเตะคนนั้น ๆ ทันที

กรณี ริชาร์ลิสัน ที่ทำได้ครบทั้ง 3 ข้อข้างต้น น่าจะมีผลต่อมูลค่าตัวเองจาก 40 ล้านปอนด์พุ่งไปอีกอย่างน้อย ๆ 50% หรือแตะ 60 ล้านปอนด์ได้เป็นอย่างต่ำสบาย ๆ

ครับ นี่คือการ “สเต็ปอัพ” พัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วกับไทม์ไลน์เพียงแค่ 1 ปีเศษ (1 ปีไม่ถึง 2 เดือน) นับจากออกนอกบ้านเกิดมาค้าแข้งยุโรปเป็นครั้งแรก

ในโลกเรามีเรื่องราวแบบนี้เยอะนะครับ

เฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคดิจิตอลที่คนรุ่นใหม่ อายุน้อย สามารถได้รับโอกาสให้จับงานใหญ่ เป็นผู้บริหารองค์กรใหญ่ ๆ หรือประสบความสำเร็จด้วยตนเองในธุรกิจส่วนตัว

เพราะโลกยุค 4.0 มันเปลี่ยนแปลงเร็วมากเหมือนที่เค้าใช้คำว่า Disruption (ไปทุกวงการ) นั่นแหละครับ

ฟุตบอลเองก็ไม่ต่างกัน เราได้เห็นกุนซือรุ่นใหม่ กับแท็คติกส์ วิธีการใหม่ ๆ, นักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีโตเกินวัยทั้งคุณวุฒิ และวัยวุฒิ, การบริหารจัดการทีมนอกสนามแบบมืออาชีพโดยคนรุ่นใหม่ ฯลฯ

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า คน “เจนเนอเรชั่นเก่า” จะต้องสาบสูญนะครับ เพียงแต่ก็ต้องรับสิ่งใหม่ ๆ และปรับตัวตามบ้าง

ปรับบทบาทตัวเองบ้าง เหมือน แจ็ค หม่า กับการขยับโพสิชั่นการบริหารของตัวเองเป็นต้น

สำหรับเรื่องในวันนี้ การได้เห็นความ “สดใส”, การเติบโตของ ริชาร์ลิสัน ถือเป็นสิ่งงดงาม และเป็นการบ่งบอกอีกครั้งว่าถึงเรื่อง “อายุ” นะครับ

มันไม่มีคำว่า “เยอะ” หรือ “น้อย” เกินไปอีกต่อไปแล้ว



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

น้ำตาลูกผู้ชาย ของ คิมีเนซ

ไข่มุกดำ

“มันผิดหรือไม่ที่ผู้ชายจะร้องไห้ และน่าละอายหรือเปล่าหากนักบอลจะร้องไห้ก่อนเกมการแข่งขันจะจบลง” ภาพ โฮเซ่ มาเรีย คิมีเนซ เซนเตอร์ฮาล์ฟ อุรุกวัย กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะอื้น “ปล่อยโฮ” ออกมาขณะตั้งกำแพงฟรีคิกรับมือฝรั่งเศสก่อนหมดเวลาประมาณ 5 นาที

Story

“เนย์มาร์สไตล์” พาเปแอสเชเชือดหงส์แดง

SPORTDesk. Team

ถึงแม้ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล จะออกโรงสับแหลกถึงพฤติกรรมของเนย์มาร์ กองหน้าเปแอสเช ที่ออกอาการโอเวอร์แอ็คติ้ง ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และรวมถึงพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ แต่สุดท้ายแล้วผู้ที่กำชัยชนะเกมนี้ในท้ายที่สุดคือ เปแอสเช ของโทมัส ทูเคิ่ลที่เป็นฝ่ายเฉือนชนะไปได้ 2-1

Thought

คุ้มค่าคอย…ฟาบินโญ่

มาริโน่

ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับเร้ด สตาร์ เบลเกรด หนึ่งคำถามยอดนิยมในหมู่เด็กหงส์ คือเมื่อไหร่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะถีบฟาบินโญ่ ลงน้ำโดยไม่โยนห่วงยางตามไปด้วย