จูด เบลลิงแฮม : เด็ก 17 ที่ค่าตัวเกือบพันล้านบาท | by SPORTDesk. Team

22 July 2020
345 VIEWS

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปิดดีลคว้าตัว จูด เบลลิงแฮม ดาวรุ่งวัย 17 ปี จาก เบอร์มิงแฮม ซิตี ไปร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ หรือประมาณเกือบ 1 พันล้านบาท ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดเท่าที่มีการย้ายทีมในวัย 17 ปี และดีลนี้ยังเป็นการตัดหน้าทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่หมายปองในตัวของดาวรุ่งคนนี้อีกด้วย

“เสือเหลือง” เปิดตัวเด็กวัย 17 ปีคนนี้ได้อย่างน่าประทับใจ หลังเลือกเพลง ‘Hey Jude’ ของวงดนตรีอมตะอย่าง ‘เดอะ บีตเทิลส์’ มาใช้เพราะมีชื่อที่ตรงกัน โดยให้บรรดานักเตะในทีมช่วงฮัมเพลงดังกล่าว และร้องคำว่า ‘Hey Jude’ เมื่อถึงท่อนดังกล่าว เปรียบเสมือนการเรียกชื่อน้องใหม่ในทีมไปโดยปริยาย และนั่นยังสื่อถึงที่มาของ เบลลิงแฮม ว่าเป็นคนอังกฤษได้อย่างชัดเจนด้วย

นอกจากค่าตัว 25 ล้านปอนด์แล้ว ดอร์ทมุนด์ อาจจะต้องจ่ายโบนัสอีกราว 5 ล้านปอนด์ ให้กับทีมในเดอะ แชมเปียนชิพ หากนักเตะทำผลงานได้ตามเป้า ซึ่งรวม ๆ แล้ว ยอดทีมจากถิ่น ซิกนัล อิดูนา พาร์ก อาจต้องจ่ายเงินถึง 30 ล้านปอนด์เพื่อเด็กคนนี้ นี่ยังไม่นับว่า พวกเขาต้องจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะอีกสัปดาห์ละ 52,000 ปอนด์ หรือราว 2 ล้านบาท ทั้งที่จากเดิมนักเตะได้ค่าเหนื่อยแค่สัปดาห์ละ 145 ล้านปอนด์ หรือราว 5,700 บาทเท่านั้น ซึ่งต่อให้รวมครบ 1 เดือนยังอาจจะน้อยกว่าเงินเดือนใครหลาย ๆ คนในประเทศไทยเลยด้วยซ้ำไป

คำถามคือ ดอร์ทมุนด์ มองเห็นอะไรในตัวเด็กคนนี้ และเขามีดีอะไรที่ทำให้ทีมรองแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาลล่าสุด ยอมควักเงินที่ถือว่า ‘มหาศาล’ สำหรับค่าตัวของเด็กอายุ 17 ที่ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

โดย มิชาเอล ซอร์ค อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ อธิบายเรื่องนี้ไว้แบบกว้าง ๆ ในการแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะดังนี้

“จูด เบลลิงแฮมตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะไล่ตามความฝันในอาชีพของเขาที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แรงจูงใจหลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของเขาคือโอกาสในการลงสนามที่เราสามารถเสนอให้เขา” ชายผู้อยู่เบื้องหลังในความสำเร็จของการดึงตัวผู้เล่นอย่าง เจดอน ซานโซ มาก่อนแล้วกล่าว

“เขามีศักยภาพมหาศาลในตัว และเราจะร่วมกันพัฒนานักเตะต่อไปในอนาคต เขามีความภาคภูมิใจในการเล่นฟุตบอลของตัวเอง คุณภาพของเขาทั้งในตอนที่มีและไม่มีบอลเป็นที่น่าประทับใจ รวมไปถึงความแข็งแกร่งที่เขามีทั้งร่างกาย และ จิตใจ

“จูดจะทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นได้ทันที แต่เราจะให้เขาเป็นคนที่มั่นใจขึ้นได้ตลอดเวลา เขาอาจจำเป็นต้องปรับตัวบ้างเพื่อให้เข้ากับการเล่นในระดับที่สูงขึ้นนับจากนี้”

เงิน 30 ล้านปอนด์ ที่ดอร์ทมุนด์ อาจต้องจ่ายจะกลายเป็นเงินจำนวนไม่มากทันที ถ้านักเตะพัฒนาตัวเอง และก้าวขึ้นมาให้ได้อย่างน้อยเทียบเท่ากับที่ เจดอน ซานโช เคยทำและเมื่อไล่เรียงประวัติส่วนตัวรวมไปถึงเรื่องราวของเขาอย่างละเอียดก็จะพบว่า นักเตะคนนี้เป็นคนที่ ‘ไม่ธรรมดาจริง ๆ’

มิดฟิลด์ป้ายแดงของ ‘เสือเหลือง’ คนนี้เป็นนักเตะพรสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย เขาติดทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี ของเบอร์มิงแฮม ตั้งแต่อายุ 14 ปีและลงเล่นให้ทีม ยู-23 ตั้งแต่อายุ 15 ปีแถมทำประตูได้ทั้งที่นักเตะทุกคนในสนามอายุมากกว่าเขาในเกมพบกับ น็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์ ชุดยู-23 เมื่อปี 2018 รวมไปถึงยังทำประตูหลังจากนั้นได้เป็นระยะจนนิตยสาร โฟร์โฟร์ทู ของอังกฤษ ยกย่องเขาให้เป็น 1 ใน 50 ดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเมื่อปีก่อนด้วย

พัฒนาการของไอ้หนูจูด ไม่หยุดยั้งง่าย ๆ เขากลายเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชุดใหญ่ 1 ใน 19 คนของ เบอร์มิงแฮม ในเดือนมีนาคมปี 2019 ซึ่งคือเกมแชมเปียนชิพที่สโมสรพบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน นับจากนั้นไม่กี่เดือน ไอ้หนูคนนี้ก็ก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว เขาลงสนามในฐานะตัวจริงเกมแรกด้วยวัย 16 ปี 38 วันเท่านั้น ในเกม คาราบาว คัพ รอบแรก ที่ทีมไปเยือน ปอร์ตสมัธ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2019 โดยลงเล่นไปถึง 80 นาที ซึ่งเขาพาทีมเอาชนะไปได้ 3-0 พร้อมคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนั้นไปด้วย และได้ลงสนามเกมแรกใน เดอะ แชมเปียนชิพ ในอีก 19 วันถัดมา

6 วันเท่านั้นหลังจากได้ลงเล่นในเกมลีกนัดแรก เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคัมแบ็กจากที่ตามหลัง 0-1 มาชนะ สโตก ซิตี 2-1 โดยเขายังทำประตูแรกในฐานะนักเตะชุดใหญ่ของเบอร์มิงแฮมได้ด้วย และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้ทีมได้ด้วยวัย 16 ปี 63 วันเท่านั้น และหลังจากนั้นเขาก็ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องมากเรื่อย ๆ

ไม่ใช่แค่การสร้างปรากฎการณ์ในระดับสโมสรเท่านั้น เพราะ เบลลิงแฮม ยังก้าวขึ้นมาคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมในเดือนพฤศจิกายน 2019 และเป็นนักเตะดาวรุ่งที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ ด้วยวัยเพียง 16 ปี 155 วัน นั่นทำให้เรื่องราวของเขาเริ่มไปเตะหู เตะตา ยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามดึงเขาไปร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยรายงานระบุว่า ‘ปีศาจแดง’ ยื่นข้อเสนอให้ทีม ‘ตราลูกโลก’ พิจารณาถึง 20 ล้านปอนด์ แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธกลับไป

ยูไนเต็ด พร้อมที่จะเดินหน้าสู้ราคาในซัมเมอร์นี้ตามรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เป็น ดอร์ทมุนด์ ที่อาศัยความได้เปรียบในการที่ตลาดนักเตะของ บุนเดสลีกา เปิดก่อนพรีเมียร์ลีก ฉกตัว เบลลิงแฮม ไปร่วมทีมก่อนจนได้ และเพิ่งทำการเปิดตัวไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ มองว่า จูด เบลลิงแฮม คนนี้มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สัก 10 ปี จะมีสักคน และถ้าเขาได้รับโอกาสที่ต่อเนื่องในบุนเดสลีกา ก็จะทำให้พรวรรค์ของเขาเบ่งบานขึ้นอย่างรวดเร็ว และว่ากันว่าเขาจะกลายมาเป็นเสาหลักของทีมชาติอังกฤษในยุคต่อไปได้ไม่ยากเลย

แต่นั่นเป็นเพียงมุมมองของนักวิเคราะห์เท่านั้น และไม่แน่ว่า เบลลิงแฮม อาจจะปังกว่านี้ หรือ ดับไปเลยก็ได้ทั้งนั้น แต่ในฐานะแฟนบอลก็คงจะดีกว่าถ้าเราจับตาดูชื่อของไอ้หนูคนนี้กันไว้…ไม่แน่ว่า วันหนึ่งเขาอาจจะกลายมาเป็นนักเต