สิ่งที่น่าติดตามสำหรับแฟนบอลไทยเมื่อลีกสูงสุดของญี่ปุ่นรีสตาร์ต | by RONIN

4 July 2020
54 VIEWS

หลังการรอคอยกว่า 125 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากๆ ฟุตบอลเจลีกของประเทศญี่ปุ่นก็ได้คัมแบ็คกลับมาลงสนามทำการแข่งขันกันอีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย “เจลีก 2” และ “เจลีก 3” ซึ่งเป็น “ลีกรอง” กลับมาลงสนามกันก่อน ส่วน “เจลีก1” ซึ่งเป็น “ลีกสูงสุด” แดนอาทิตย์อุทัยจะกลับมาลงสนามกันอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้

สำหรับผมที่เริ่มดูฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างเจลีกมาตั้งแต่เด็กสมัยที่เจลีกเริ่มตั้งไข่ช่วงแรกๆ ผ่านหน้าจอโทรทัศน์อย่าง ช่อง 9 และติดตามมาอย่างต่อเนื่องผ่านแพลมฟอร์มโทรทัศน์ที่แปรเปลี่ยนไปตลอด ทั้งเคเบิ้ลทีวีอย่างจีเอ็มเอ็มแซทหรือทรูวิชั่นส์ รวมทั้งติดตามไฮไลท์ผ่านรายการฟุตบอลเอเชียทางช่องสตาร์สปอร์หรืออีเอสพีเอ็น จนหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของศึกลูกหนังแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นสนามที่ดูโออ่าตระการตา รูปเกมที่ดูสนุกไม่น่าเบื่อ เหล่าผู้เล่นที่เต็มไปด้วยคาแร็กเตอร์ และสีสันวัฒนธรรมกองเชียร์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การได้กลับมาสัมผัสกลิ่นอายลูกหนังของแดนอาทิตย์อุทัยอีกครั้ง แม้จะเป็นแบบ New Normal ที่ไม่คุ้นตา แต่ก็สร้างความ “ฟิน” ได้อย่างบอกไม่ถูกครับ

และผมก็เชื่อว่าแฟนฟุตบอลที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัยเฉกเช่นเดียวกันก็คงจะเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกนี้ของผมเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามมีหนึ่งคำถามเกิดขึ้นในใจผมครับ…

ผมสงสัย และถามกับตัวเองว่าแล้วถ้าไม่ใช่ “แฟนฟุตบอลญี่ปุ่นแบบเข้าไส้” ล่ะ การคัมแบ็คของฟุตบอลเจลีก โดยเฉพาะ เจลีก1 ลีกสูงสุดที่จะกลับมาในสุดสัปดาห์นี้จะมีอะไรที่น่าสนใจให้แฟนฟุตบอลชาวไทยได้ติดตามถึงขนาดใช้คำว่าฟินได้บ้าง?

คำตอบที่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยเฝ้าติดตามฟุตบอลญี่ปุ่นเฉกเช่นเดียวกันกับผู้ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ลุกหนังแดนอาทิตย์อุทัยก็คือ “ยอดนักเตะชั้นนำของไทย”

อย่างที่ทราบครับว่าฤดูกาลนี้มีดาวเตะชั้นนำระดับท้อปของไทยค้าแข้งในลีกสูงสุดของญี่ปุ่นถึง 4 คน คือ ชนาธิป สงกระสินธ์ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร , ธีราทร บุญมาทัน กับ โยโกฮามะ มารินอส และ ธีรศิลป์ แดงดา กับ ชิมิสึ เอสพัลส์
การได้เห็นนักเตะจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงเล่นในลีกฟุตบอลที่ว่ากันว่าดีที่สุดในทวีปเอเชียคงจะทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยมีความสุข ประหนึ่งมีความ “ฟิน” อย่างบอกไม่ถูก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่ผ่านมาของแต่ละคนก็ไม่ได้ “ล้มเหลว” จนต้องถูกส่งกลับประเทศให้อับอาย แต่ “ประสบความสำเร็จ” อย่างยิ่งใหญ่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ
ทั้ง ชนาธิป ที่ทำผลงานได้พุ่งกระฉูด ถูกเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมเจลีกเมื่อปี 2018 หรืออย่างปีที่แล้วที่ ธีราทร ประกาศศักดาพาต้นสังกัด โยโกฮามะ มารินอส เข้าป้ายคว้าแชมป์เจลีก1 ได้ครั้งแรกในรอบ 15 ปีอย่างยิ่งใหญ่ หรือ ธีรศิลป์ ที่เคยมีช่วงเวลาดีๆที่ ฮิโรชิมะ ซานเฟรซเช่ ในฤดูกาล 2018 จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ทำประตูได้ในเจลีก หรือล่าสุดในนัดประเดิมสนามของเจลีกเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก่อนต้องเลื่อนเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธีรศิลป์ ก็ซัดประตูนับหนึ่งให้กับต้นสังกัดใหม่อย่าง ชิมิสึ เอสพัลส์ ได้เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ลงเล่นเกมแรก มันก็ยิ่งเพิ่มความฟินให้แก่แฟนบอลที่เฝ้าติดตามผลงานของพวกเขาแต่ละคนมากขึ้นไปอีก

หรืออย่าง กวินทร์ ที่มาใหม่ เจ้าตัวก็มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนายด่านตัวจริงให้กับทีมนกฮูกเมืองเหนือได้ เมื่อ กู ซึง ยุน อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมย้ายไปเล่นในเกาหลีใต้บ้านเกิด ทำให้คู่แข่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูลดน้อยถอยลง เหลือเพียง ทาคาโนริ ซุเงโนะ นายทวารจอมเก๋าวัย 36 ปี และนายทวารเด็กปั้นของทีมอย่าง ชุนตะ อะวะกะ เท่านั้น ซึ่งหากเจ้าของฉายา “กวินทร์บินได้” ทำผลงานได้ดีในการฝึกซ้อมก็มีโอกาสจะก้าวขึ้นมายึดมือ 1 ได้เช่นกัน ซึ่งการตามลุ้นตามเชียร์ กวิน ในการต่อสู้แย่งตำแหน่งมือ 1 ของทีมก็จะเป็นการเพิ่มความฟินสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยให้มากขึ้นไปได้อีกเช่นกัน

ดังนั้นคงไม่เป็นการกล่าวจนเกินไปหากผมเอื้อนเอ่ยว่า การรีสตาร์ตลีกสูงสุดแดนอาทิตย์อุทัยมันก็เป็นเหมือนการรีสตาร์ตความสุขของแฟนฟุตบอลชาวไทยไปด้วย

ยิ่งเป็นแฟนบอลชาวไทยที่นิยมชมชอบไทยลีก ซึ่ง ณ นาทีนี้ยังไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นการแข่งขันได้ และต้องรอไปจนถึงเดือนกันยายน การรีสตาร์ต เจลีก 1 ก็คงจะพอช่วยคลายเหงาให้พวกเขาได้ ด้วยการรเฝ้าติดตามเอาใจช่วยแข้งขวัญใจคนไทยลงสนามสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินซามูไรกันไปก่อนครับ