ตัวเลขมหัศจรรย์ในช่องว่างแชมป์ 30 ปี ของ ‘หงส์แดง’ | by SPORTDesk. Team

26 June 2020
3,368 VIEWS

30 ปี เป็นเวลาที่เปลี่ยนเด็กให้กลายเป็นผู้ใหญ่ เปลี่ยนวัยรุ่นให้เป็นวัยชรา นั่นอธิบายเวลาอันยาวนานในการรอคอยของแฟนบอลลิเวอร์พูลที่ถวินหาแชมป์ลีกสูงสุดปีแล้ว ปีเล่า ได้อย่างดี และในที่สุดเวลานั้นก็มาถึงหลังเสียงนกหวีดที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดังขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลให้ “หงส์แดง” ผ่านช่วงพ้นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดช่วงหนึ่งตลอดอายุของสโมสรไปได้เสียที ถึงแม้จะมีวี่แววของแสงสว่างนั้นมาได้ราว 3-4 ปี แล้วก็ตาม

นับจาก 1 พฤษภาคม 1990 ที่ ‘เดอะ ค็อป’ ได้ฉลองแชมป์ครั้งสุดท้ายในพาเหรด ที่สนามแอนฟิลด์ เป็นต้นมา จวบจนวันนี้ มีสถิติเกิดขึ้นมากมายนานัปการ และเพื่อเป็นการร่วมฉลองแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 และ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกให้กับสาวก ‘หงส์แดง’ เราจะพาทุกคนไปเจอกับตัวเลขมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

103,410 – (นาที) จำนวนเวลาที่ไม่รวมช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก 1,149 เกม ซึ่งทีม ‘หงส์แดง’ ต้องลงสนามนับตั่งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 1990-91 จนพวกเขามาได้แชมป์เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยพวกเขาคว้าชัยชนะได้ 595 เกม ยิงประตูรวม 1,968 ประตู และ ซึ่งชัยชนะ 28 นัด กับอีก 70 ประตู เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ 

2,075 – (คะแนน) คือแต้มที่พวกเขาเก็บได้ในตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดย 86 แต้มนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ ที่น่าสนใจคือพวกเขาเก็บแต้มได้จากเพื่อนสัตว์ปีกอย่าง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ มากที่สุดถึง 108 แต้ม จากการเจอกัน 60 นัด และรองลงมาคือการเฉือดเชือนคู่ปรับบ้านใกล้เรียนเคียงอย่าง เอฟเวอร์ตัน ได้มาอีก 105 คะแนน และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด คือ สโมสรอันดับที่ 3 ที่พวกเขาได้แต้มมากที่สุด 101 แต้มด้วยกัน

Credit – BBC

81.8 – (เปอร์เซ็นต์) คือตัวเลขร้อยละของชัยชนะเหนือคู่แข่งมากที่สุดเมื่อเจอคู่แข่งในลีกอย่างน้อย 10 เกม โดย ‘เหยื่อ’ อันโอชะของพวกเขาที่ชอบเล่นด้วยคือ เบิร์นลีย์ รองลงมาคือ บอร์นมัธ กับ ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส เท่ากันที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ดาร์บี เคาน์ตี และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ครองอันดับ 3 ร่วมกันที่ลิเวอร์พูล เจอแล้วชนะได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่น่าเชื่อว่า เบอร์มิงแฮม คือทีมที่พวกเขาชอบเล่นด้วยน้อยที่สุด เพราะเจอแล้วชนะได้แค่ 21.4 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น รองลงมาเป็น ‘จอมโหด’ วิมเบิลดัน ชนะได้เพียง 26.3 เปอร์เซ็นต์ และอันดับที่ 3 ของทีมที่พวกเขาไม่ชอบเจอไม่ใช่ใครที่ไหนคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ชนะได้เพียง 29.3 เปอร์เซ็นต์ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

Credit – BBC

19.57 – (นัด) คือชัยชนะเฉลี่ย ต่อฤดูกาลตลอด 29 ฤดูกาลที่ผ่านมาตั้งแต่ 1990/91 ถึง 2018/19 โดยยังไม่สามารถบวกฤดูกาลนี้เข้าไปได้เนื่องจากยังเหลือการแข่งขันในฤดูกาลนี้อีกมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยในฤดูกาลนี้ดีกว่าค่าเฉลี่ยจากทั้ง 29 ฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างเทียบกันไม่ได้ ทั้งชัยชนะที่มากกว่าไปแล้วทั้งที่ฤดูกาลยังไม่จบ เสมอน้อยกว่าเพียง 2 นัดจากค่าเฉลี่ย 9.72 นัด แพ้น้อยกว่าเพียง 1 นัด จากค่าเฉลี่ย 9.14 นัด ยิงได้มากกว่า 70 ประตู จากค่าเฉลี่ย 65.45 ประตู เสียประตูน้อยกว่า เพียง 21 ประตู จาก 68.57 ประตู และ มีเปอร์เซ็นต์ชนะสูงเป็นประวัติศาสตร์ 90.32 เปอร์เซ็นต์

239 – (คน) คือนักเตะที่ทีม ‘หงส์แดง’ ใช้ลงสนามในลีกสูงสุดตลอด 30 ปีที่ปผ่านมา โดยในเกมนัดแรกของฤดูกาล 1990-91 ซึ่งถึงเป็นเกมแรกในลีกอย่างเป็นทางการของช่วงเวลา ‘ไร้แชมป์’ 30 ปี โดยเกมนั้นพวกเขามีทั้ง เอียน รัช, จอห็น บาร์นส์ หรือผู้รักษาประตูชื่อดังอย่าง บรูซ กร็อบเบลาร์ ด้วย

Credit – BBC

508 – (นัด) คือจำนวนเกมที่ เจมี คาร์ราเกอร์ ลงเล่นในสีเสื้อลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดตลอด 30 ปีที่ผ่านมาในเกมลีก ซึ่งเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของทีมด้วย รองจากแค่ เอียน คัลลาแกน แค่คนเดียวเท่านั้น โดยคนที่ลงสนามมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาคือ ‘สตีวีจี’ สตีเวน เจอร์ราร์ด โดยเขาลงสนามรวม 504 นัดในพรีเมียร์ลีก

Credit – BBC

128 – (ประตู) คือจำนวนประตูที่ ร็อบบี ฟาวเลอร์ ทำให้ลิเวอร์พูล ซึ่งมากที่สุดตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่า เจอร์ราร์ด ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ที่ 121 ประตู อยู่ 7 ลูก และที่ 3 คือ ‘เบบีโกล’ ไมเคิล โอเวน ที่ทำไปทั้งหมด 118 ประตู ซึ่งทั้ง 3 คน ทิ้งห่าง โมฮาเหม้ด ซาลาห์ ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 4 ที่ 71 ประตู อยู่พอสมควรเลยทีเดียว 

Credit – BBC

8 – (คน) คือจำนวนผู้จัดการทีมตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยมีเพียง ‘คิงเคนนี’ เคนนี ดัลกลิช คนเดียวเท่านั้น ที่ได้คุมทีมมากกว่า 1 หน โดยเขาวางมือไปหลังจบฤดูกาล 1990/91 และกลับมาอีกครั้งในฤดูกาล 2011/12 และเขายังเป็นคนที่ทำทีมมีเปอร์เซ็นต์ชนะมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในฤดูกาล 1990/91 ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาด้วยการชนะถึง 60.91 เปอร์เซ็นต์ด้วย และแน่นอนว่าคนที่คุมทีมมีเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยดีที่สุดคือ เจอร์เกน คล็อปป์ เพราะนับตั้งแต่ปี 2015 ถึงปัจจุบัน เขาคุมทีมชนะในลีกไปแล้วถึง 65.14%

Credit – BBC

1,470,000,000 – (ปอนด์) คือเงินที่ ลิเวอร์พูล ใช้ไปเพื่อซื้อนักเตะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยดีลแรกนับตั้งแต่จบฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ ซึ่งหมายถึงนักเตะคนแรกในช่วงเวลาไร้แชมป์ 30 ปี คือ รอนนี โรเซนธาล ที่ทีมดึงตัวมาจาก สตรองดาร์ ลีแอช ส่วนคนล่าสุดที่พวกเขาคว้าตัวก่อนได้แชมป์ครั้งแรกในรอบ30 ปี คือ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ดึงตัวมาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จาก เรด บูลล์ ซัลซบวร์ก ค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์ ขณะที่ฤดูกาลที่พวกเขาใช้เงินไปมากที่สุดคือ ฤดูกาล 2018/19 ที่ใช้เงินไปถึง 163.98 ล้านปอนด์ หรือราว 6,292 ล้านบาท และนักเตะที่แพงที่สุดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และถือว่าแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาดึงตัวมาร่วมทีมคือ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่มีค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ หรือราว 2,878 ล้านบาท!