“มันเหมือนเกมนัดชิงชนะเลิศของเรา หากแพ้ ทุกอย่างแทบจบ!” – เป๊ป กวาร์ดิโอลา

5 January 2019
201 VIEWS

จากประโยคข้างต้น และผลงานเป็นที่ “ประจักษ์” แก่สายตาของคอบอลทั่วโลกทำให้ได้ “ข้อสรุป” ว่า หากวันใดนักเตะระดับโลกค่าตัว 11 คนแรกเกมปะทะลิเวอร์พูล เมื่อ 3 ม.ค.ที่ผ่านมารวมกันแตะ 700 ล้านปอนด์ ทุ่มเท และเล่นเต็ม 100% เมื่อใด

เมื่อนั้น ทีมใดในโลกก็ยากจะหยุดยั้ง เป๊ป และเด็ก ๆ แมนฯซิตี้ ครับ (เรือใบ เก่ง และขยัน bit.ly/2PObepe)

ไม่เว้นแม้แต่ ลิเวอร์พูล กับสถิติไร้พ่ายในซีซั่นนี้ที่ต้องมา “ยุติ” ความ invincible ณ เอทิฮัด สเตเดียม นี่เองครับ

เอแดร์สัน – มีจังหวะเซฟ และไม่พลาด และแสดงให้เห็น 1 ทักษะที่เหนือกว่า อลิสซง นั่นคือ เทคนิคการใช้เท้าที่ออกบอลได้หลากหลาย และดูเนียนตากว่า

ลาปอร์ต และดานิโล – ถูกเลือกเป็นฟูลแบ็ค เพราะความสามารถในเกมรับ เฉพาะอย่างยิ่ง ดานิโล ที่ถูกเลือกแซงหน้า ไคล์น วอล์คเกอร์ เพราะรับดีกว่า และทำได้ดีทั้งคู่ในการรับมือ ซาลาห์ และมาเน่ ตามลำดับ ขณะที่เกมรุกก็ทำได้ไม่ขี้เหร่ หาใช่ยืนรับเพียงอย่างเดียว

กอมปานี และสโตนส์ – สโตนส์ ยังไงก็ถูกเลือกอยู่แล้ว ขณะที่กอมปานีแสดงให้เห็นว่า ความเก๋าช่วยได้ และแม้จะไม่สมบูรณ์เต็ม 100% แต่ความเป็นกัปตันทีมที่เป๊ปไว้ใจทำให้ถูกเลือกลงเกมนี้ และทำหน้าที่ได้ดีกับจังหวะเสียบ ซาลาห์ตัวลอย จะ “ใบแดง” หรือไม่…ก็ให้ได้ แต่แสดงให้เห็นความ “แกร่ง” และหัวใจของดาวเตะเบลเยียมรายนี้ที่หากร่างกายพร้อมจะไม่เป็นรองใคร

2 ซิลวา – ทางฝั่งซ้าย (ดาวิด) และแบร์นาโด (ฝั่งขวา) ขยันขันแข็ง และมีเทคนิค ทักษะพร้อมทำให้เกมแดนกลางแน่นมาก เฉพาะอย่างยิ่งแบร์นาโด ที่ “ใจสู้” และมุ่งมั่นเหลือเกินในแมตช์นี้สังเกตจากการหงุดหงิดทุกคำตัดสินของ แอนโธนี เทย์เลอร์

แฟร์นันดินโญ่ – เก็บกวาดหน้าแผงรับ และเก็บบอลจังหวะ 2 ได้แทบทั้งหมดอันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของดาวเตะบราซิเลียนในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะเทคนิคสูง

ซาเน่ และสเตอร์ลิง – เกาะประจำการริมเส้น เพื่อสร้างพื้นที่ และพร้อมจะเลื้อย invert เข้าในสร้างอันตรายทุกครั้งดังประตูชัย 2-1 จากการเลื้อยของราฮีมไปส่งให้ ซาเน่

กุน – เป็นยิ่งกว่าหัวหอก เคลื่อนไปทุกพื้นที่ว่างเพื่อเชื่อมเกม และยังไม่ลืมบทบาทการซัลโวที่ประตู 1-0 จัดว่า “เวิลด์คลาส” ทั้งการวิ่งแซง (ลอฟเรน) กลับตัวเร็ว และยิงอย่างสุดเหนือชั้น

ทั้งหมดข้างต้น เมื่อรวมกับความ “มุ่งมั่น” ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้า “ติดปีก” และพร้อมสยายใบแล่นล่องไปทั่วทุกน่านน้ำ

คำถามตอนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ หรือ “ศักยภาพ” ของเป๊ป และลูกทีม

แต่เป็นความ “สม่ำเสมอ” ในการเล่นแบบนี้ทั้งกับทีมใหญ่ (อยากเล่น) หรือทีมเล็ก (อาจไม่เน้น) มากกว่า

นี่คือปัญหามาช้านานของทีมแมนฯซิตี้จนกลายเป็น “คาแร็กเตอร์” ของทีมไปเหมือนกัน

ก็ได้แต่หวังครับว่า แมนฯซิตี้จะ “เรียนรู้” และทำได้แบบที่เป๊ปลั่นวาจาไว้นั่นคือ ใช้ลิเวอร์พูลเป็น “พลัง” ขับดันความมุ่งมั่นของตนเองไปด้วยอีกแรง

เพราะลำพังแข่งกับตัวเองดูเหมือนจะไม่เพียงพอ

ดังนั้น การชิงชัยเพื่อถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 2018/19 จึงดูเหมือนไม่จบง่าย ๆ และเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นหลังจากเกมนี้