ชัยชนะของ Tactic จอดรถบัสไอซ์แลนด์

ยินดีด้วยจาก “ใจจริง” กับชนชาติไอซ์แลนด์กับผลการแข่งขันที่จะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติเล็ก ๆ ประชากร 3 แสนกว่าคนอีกครั้งครับ

ใครจะคิดว่า ประเทศที่ “พลิกล็อก” สุด ๆ ใน “ยูโร 2016″ หลังปราบอังกฤษ 2-1 ทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะ “เซอร์ไพรส์ ๆ” ได้อีกในบอลโลกครั้งนี้

เปอร์เซนต์การครองบอล 80%และโอกาสมากมายกว่านับไม่ถ้วน รวมถึงจุดที่ 3 ที่ ลิโอเนล เมสซี่ พลาดในสีเสื้ออาร์เจนไตน์ ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ

เพราะ “ไอซ์แลนด์” เตรียมแผนการเล่นทั้งรับ และรุกมาเป็นอย่างดี

การรับ:
1.จะจัด Line เป็น 2 หรือ3 แถว และจะรับทั้งทีม 11 คน (รวมประตู)
2.จะพยายามรักษาการยืนไม่ให้ต่ำกว่าเส้น 18 หลา (กรอบเขตโทษ) เป็นหลัก
3.ผู้เล่นแต่ละคนจะมีตัวประกบของตนเอง และยืนในระยะห่างกันไม่มาก (3-5หลา) เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างเข้าทำ
4.แต่ละ Line จะยืนเหมือนฟันปลา “ปิดช่อง” การเจาะให้ยากเข้าไปอีก
5.ผู้รักษาประตูพร้อมทันทีสำหรับตัดบอลที่บอลทะลุผ่านทุก Lineหน้าปากประตูเข้ามา

การรุก:
1.แม้จะรับทั้งทีม แต่ยามรุก ไอซ์แลนด์จะ “กล้า” บุกขึ้นไปครั้งละ 5-6 คน และดัน Line รับสุดท้ายขึ้นเกือบครึ่งสนาม อีกทั้งจะพยายาม “จบ” ด้วยการยิงให้ได้ทุกครั้ง
2.การดันขึ้นสูงจะทำให้มี “เวลา” เข้าเพรสซิ่ง (แต่ไม่ดุดันมาก) หากเสียบอล และไม่ได้จบสกอร์ โดยหวังแค่ดีเลย์เวลาไม่ให้นักเตะอาร์เจนติน่ามีโอกาสโต้กลับได้เร็วเกินไป
3.ตลอดทั้งเกมจึงแทบไม่ได้เห็นทัพฟ้าขาวมีจังหวะโต้กลับสวย ๆ แต่กลับถุกบีบให้ค่อย ๆ เซ็ตบอล และแม้จะมีถึง 8-9 คน หรือทั้ง 10 คนบุกเข้าแดนไอซ์แลนด์ แต่ทว่าก็ไม่สามารถเจาะแนวรับภูผาหินไปได้

เมื่อเป็นดังนี้ ไอซ์แลนด์จึงรับเป็นทรง และเสียประตูยาก ขณะที่ทำประตูได้ด้วยในเวลาบุก

ผลเสมอ 1-1 จึงเรียกได้ว่าเป็น “ชัยชนะ” ของแท็คติกจอดรถบัส Iceland Bus Parking อย่างแท้จริง!


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

คนที่อยู่ข้างหลังยัง “เจ็บปวด”

SPORTDesk. Team

ทั้งนักเตะและแฟนบอลมีการไว้อาลัยให้กับ ซาลา ทั้งก่อนเริ่มเกมและระหว่างการแข่งขัน ซึ่งเกมนี้นักเตะของน็องต์ลงสนามด้วยชุดสีดำ พร้อมแปะชื่อ ซาลา ไว้ด้านหลัง เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับอดีตดาวยิงอันเป็นที่รักของพวกเขา

Story

10 ควันหลงจาก เอฟเอ คัพ และ 4 ลีกใหญ่

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ของอังกฤษ ได้เฉลยชื่อคู่ชิงออกมาแล้ว ซึ่งเป็น แมนฯซิตี้ ที่ได้ตั๋วไปตามคาด ส่วนอีกทีมคือ วัตฟอร์ด ที่ “ตายยาก” เสียเหลือเกิน ส่วนในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ทำได้ตามเป้า เพราะสามารถทวงบัลลังก์จ่าฝูงได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ บุนเดสลีกา เยอรมนี ที่จ่าฝูงต้องเปลี่ยนมืออีกครั้ง และมาตกอยู่ในมือของบาเยิร์นแล้วตอนนี้ ขณะที่ในลีก อิตาลี และ สเปน ตำแหน่งแชมป์เริ่มจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว

Story

เมื่อชื่อเสียงที่สั่งสม กลายเป็นคมมีกรีด “อินทรีเหล็ก”

SPORTDesk. Team

ความพ่ายแพ้ยับเยินเกินบรรยาย 0-3 ของเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ที่บุกไปโดนเนเธอร์แลนด์ถล่มถึงโยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ยังคงมีประเด็นให้หยิบยกและเอามาพูดถึงต่อเนื่อง เพราะนี่คือวิกฤตการของทีมอินทรีเหล็ก ที่หากไม่รีบแก้ไข พวกเขาอาจจะจมดิ่งและตกต่ำลงจนยากจะกู้คืนให้กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว