รองเท้ามีส่วนแค่ไหนในการทำลายสถิติโลก มาราธอน หลัง องค์กรกรีฑาโลก เข้าตรวจสอบ ไนกี NEXT%

ไนกี ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย NEXT%
17 October 2019
1,195 VIEWS

สหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ ไอเอเอเอฟ กำลังสืบสวนเพื่อหาหลักฐานในการแบนรองเท้า ไนกี ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย NEXT% สุดยอดรองเท้าวิ่ง ตระกูล “ซูม เวเปอร์ฟลาย” ที่ทุบสถิติโลก มาราธอน มาหลายรายการ และยังเป็นรองเท้าตระกูลเดียวกับที่ เอเลียด คิปโชเก ใช้ใส่ในการวิ่งทำสถิติ 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาที ใน 1:59 ชาเลนจ์ ที่เขาพังกำแพง 2 ชั่วโมงลงสำเร็จอีกด้วย

แต่ทำไมแค่ “รองเท้า” ถึงกลายมาเป็นประเด็นในการใหญ่ขนาดนี้ และทำให้องค์กรกรีฑาโลก ต้องลงมาสืบสาวราวเรื่องด้วยตัวเองด้วย?

ย้อนกลับไปในยุคทองของ ไนกี โอเรกอน โปรเจ็ค (NOP) ก่อนจะมีปัญหาอื้อฉาวเรื่องสารกระตุ้นของโค้ช อัลแบร์โต ซาลาซาร์ โครงการนี้ให้กำเนิดนักวิ่งชั้นยอดออกมาหลายต่อหลายคน โดยเฉพาะ กาเร็น รัปป์ กับ เซอร์ โม ฟาราห์ และมันยังให้กำเนิดนวัตกรรมใหม่ ๆ จนกลายมาเป็น ไนกี ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% รองเท้าเทพ ที่ทำให้ผู้สวมใส่วิ่งได้เร็วขึ้นราว 4% และเป็นกุญแจสำคัญในการทำลายสถิติในทั้งในระยะฮาล์ฟ และ มาราธอน ในช่วงหลัง

ไนกี ซูม เวเปอร์ฟลาย 4% คือบรรพบุรุษรุ่นแรกก่อนจะกลายมาเป็น รองเท้าเทพ (หรือรองเท้าโกง ในอีกมุมมองหนึ่ง) อย่าง NEXT% รองเท้ารุ่นนี้เป็นที่รู้จักครั้งแรกในโปรเจ็ค เบรกกิง 2 ชาเลนจ์ หรือ ความพยายามครั้งแรกของ คิปโชเก ในการทำลายสถิติ 2 ชั่วโมง ในระยะมาราธอน ที่มอนซา ประเทศอิตาลี โดยในครั้งนั้น ทั้ง 3 นักวิ่งที่เขาร่วม ทั้ง เลลิซา เดซิซา, เซอร์เซเนย์ ทาเดซี และตัว “อีเค” เอง ก็ใส่ เวปอร์ฟลาย อีลีต รองเท้าโปรโตไทป์ก่อนจะกลายมาเป็น 4%

ถึงแม้โครงการดังกล่าว จะไม่ประสบผลสำเร็จ หลังนักวิ่งชาวเคนย่า ทำเวลาไป 2 ชั่วโมง กับ 25 วินาที แต่มันก็เพียงพอ ที่จะแสดงศักยภาพของรองเท้าให้คนทั่วไปรู้จักกัน และทำให้ในเดือนต่อมาที่ 4% วางแผง มันขายดีจนของขาดตลาด และกลายเป็นรองเท้าที่ดีที่สุดในวงการ เมื่อนักวิ่งอีลีตทุกคนได้ลองใส่มัน

ปรากฎการณ์ของ 4% ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ อีลิท รันเนอร์ ต่างพูดถึงมันในแง่บวก และเชื่อว่ารองเท้าตัวนี้ของ ไนกี ทำได้แบบที่มันโฆษณาไว้ คือการเพิ่มความเร็วให้ผู้สวมใส่ราว 4% จนนักวิ่งมากมายได้สถิติใหม่ของตัวอง และหลังจากนั้นรองเท้าในตระกูลนี้ก็เป็นที่พูดถึงในจุดสูงสุด เมื่อ อีเลียด คิปโชเก ใช้ เวเปอร์ฟลาย รุ่นพิเศษ ในการทำลายสถิติโลกที่ เบอร์ลิน มาราธอน ปี 2018 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที โดยรองเท้าคู่นั้นเป็นรองเท้า โปรโตไทป์ ของ ไนกี เวเปอร์ฟลาย NEXT% ที่จะออกมาภายหลังอีกไม่นาน

ไนกี ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย NEXT% เปิดตัวครั้งแรกก่อน ลอนดอน มาราธอน 2019 และสร้างปรากฎการณ์ London is Green ในการแข่งขันครั้งนั้น  เนื่องจากรองเท้าที่เปิดตัวมีสีเขียว และมีนักวิ่งมากมายใส่มันลงแข่งขัน

หลังจาก NEXT% ออกวางขายนักวิ่งมาราธอนชั้นแนวหน้า ทำเวลาดีที่สุดของตัวเองขึ้นมาใหม่ หรือที่เรียกว่า New PB (PB=Personal Best) กันเป็นแถว ไล่ตั้งแต่ โมซิเนต์ เกเรมิว ทำเวลา 2 ชั่วโมง 2 นาที 55 วินาที, บิร์ฮานู เลเกเซ ทำเวลา 2 ชั่วโมง 2 นาที 48 วินาที, เคนเนนิซา เบเกเล ทำเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 41 วินาที ช้ากว่าสถิติโลกของ คิปโชเก แค่ 2 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ในฝ่ายหญิง บริจิด คอสกี ก็ทำลายสถิติโลกมาราธอนไปเกือบนาที ในชิคาโก มาราธอน ที่เวลา 2 ชั่วโมง 14 นาที 4 วินาที ขณะที่ สถิติโลก ฮาร์ฟ มาราธอน ก็โดนทุบ 2 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 1 ปี จากทั้ง อับราฮัม คิปตัม ที่ 58 นาที 18 วินาที และ จอฟฟรีย์ คัมวารอร์ ที่ 58 นาที 1 วินาที

ทั้งหมดนั้นที่ว่านั้น ใส่รองเท้า ไนกี ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น NEXT% หรือรุ่น อีลีต ก็ตาม

ความเหลื่อมล้ำทางรองเท้า ทำให้นักกีฬาจากค่ายอื่นอย่าง อาดิดาส และ เอซิคส์ รวมไปถึงค่ายรองอื่น ๆ ดูจะไม่มีบทบาทในการทำสถิติโลกใหม่ เป็นผลให้สหพันธ์กรีฑานานาชาติ ต้องเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้ และอาจจะมีคำสั่งแบนรองเท้าตระกูล ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย ก็เป็นได้ ถ้าหากสืบสวนแล้วพบว่า ทำให้นักกีฬาได้เปรียบมากเกินไปจริง ๆ

นี่อาจเป็นเรื่องของ “รองเท้า” ที่ขึ้นชื่อว่าเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการวิ่งระยะไกลอย่างแท้จริง แต่มันจะเป็น “รองเท้าเทพ” หรือ “รองเท้าโกง” นั้น

อีกไม่นาน IAAF คงให้คำตอบกับพวกเราเอง

เกร็ดเพิ่มเติม

  • ในการทำสถิติโครงการ อินิออส 1:59 ของ คิปโชเก เขาใส่รองเท้า เวปอร์ฟลาย อีลีต ตัวใหม่ ที่ทางไนกี ยืนยันว่า จะกลายมาเป็นรุ่นต่อไปของ NEXT%
  • หากมีคำสั่งแบนรองเท้าตระกูล ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย จริง IAAF อาจจะต้องกำหนดวัสดุ และ น้ำหนักรองเท้าที่ใช้ในการแข่งขัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • ประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีของรองเท้าวิ่ง เป็นที่พูดถึงในหมู่สื่อมวลชนมาก่อนแล้ว ทั้งใน The Times และ วอชิงตันโพสต์
  • มีนักวิเคราะห์มองว่า ที่ IAAF เลือกจะจัดการเรื่องนี้ ในเวลานี้ เป็นผลกระทบมาจากการล้มของ ไนกี โอเรกอน โปรเจ็ค ด้วย