บทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตของ โนวัค ยอโควิช | by SPORTDesk. Team

24 June 2020
215 VIEWS

แม้จะเป็นนักเทนนิสหมายเลข 1 ของโลก และนอกจากนั้น โนวัค ยอโควิช ยังเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่ว่ากันว่า เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีที่สุด เป็นมิตรกับแฟนมากที่สุด และถือตัวน้อยที่สุดคนหนึ่ง ภาพลักษณ์ทั้งหมดถูกมองเป็นแง่บวกมาเกือบตลอดชีวิตการเล่นเทนนิสของเขา จนกระทั่งเมื่อเดือน เมษายนที่ผ่าน ทันทีที่เขาเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคนที่ต่อต้านการฉีดวัคซีน ภาพลักษณ์ของเขาต่อคนส่วนมากก็เปลี่ยนไป

การต่อต้านการฉีดวัคซีน มีต่อเนื่องกันมานับร้อยปีแล้ว โดยความเชื่อดังกล่าวอิงมาจากความเชื่อทางด้านศาสนาและการตีความวัคซีนว่าเป็นการฉีดไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่เคร่งศาสนาในหลาย ๆ กลุ่มไม่เห็นด้วยกับการฉีดวัคซีน และมองว่าเป็นการกระทำที่ต่อต้านความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งถือเป็นการลบหลู่พระองค์ แต่นอกจากความคิดทางด้านศาสนาแล้ว แนวคิดที่เรียกว่า แอนไท-แว็คซิเนชั่น (Anti-Vaccination) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า แอนไท-แว็คซ์ (Anti-Vax) และจะเรียกผู้ที่มีแนวคิดแบบนี้สั้น ๆ ว่า แอนไท-แว็คเซอร์ (Anti-Vaxxer) ยังมีพื้นฐานร่วมมาจากความเชื่ออื่น ๆ ด้วย เช่น การได้รับวัคซีนจะส่งผลเสียระยะยาวต่อร่างกายหรือ ส่งผลเสียต่อลูกหลาน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แนวคิด แอนไท-แว็คซ์ นี้ มันยังทำให้คนที่มีแนวคิดนี้มองความน่ากลัวของโรคภัยไข้เจ็บน้อยกว่าความเป็นจริงด้วย เพราะพวกเขาจะเชื่อว่า โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่าบริษัทยาจะจับมือกันโปรโมทให้มันร้ายแรงกว่าความเป็นจริง เพื่อให้พวกเขาสามารถขายยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น และพวกเขาที่ไม่เห็นด้วยกับวัคซีนนี่แหละ เป็นผู้ที่รู้เท่าทัน และจะไม่หลงกลบริษัทยาเหล่านั้น โดยพวกเขาต้องการพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าโรคต่าง ๆ มันไม่น่ากลัวเลย

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเห็นเวลาที่มีการระบาดของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เราจะมักเห็นพวกไม่กลัวตายออกมาทำอะไรแปลก ๆ ยกตัวอย่างเช่นในช่วง โควิด-19 นี้เราก็เห็นคนที่ตั้งใจไม่ใส่หน้ากากออกไปในที่สาธารณะ คนประท้วงเรื่องสิทธิการกักตัวอยู่ในบ้าน การใส่หน้ากาก รวมไปถึงขั้นพิสดารอย่างการเลียชักโครก (ซึ่งก็อุตส่าห์ยังจะมีคนไปทำตามอีก) และอื่น ๆ อีกมากมาย สุดท้ายก็ทำให้สหรัฐอเมริกา ประเทศซึ่งมีผู้ที่เชื่อในลัทธิแอนไท-แว็คซ์ มากที่สุด ติด โควิด-19 มากที่สุดกันในตอนนี้ด้วย

ที่นี้ กลับมาที่เรื่องของยอโควิช การที่เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการฉีดวัคซีน สามารถอธิบายพฤติกรรมตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้อย่างหมดจด ทั้งเรื่องที่เขาพยายามที่จะจัดการแข่งขันเทนนิสรายการเอเดรีย ทัวร์นาเมนต์, การออกมาโจมตีศึก ยูเอส โอเพ่น เกี่ยวกับการคัดกรองผู้เล่นว่าเป็นเรื่องที่วุ่นวายเกินไป รวมไปถึงการไปเที่ยวไนต์คลับทั้งที่อยู่ในสถานการณ์โควิด-19 นั่นเป็นเพราะเขาไม่เชื่อนั่นเอง ว่าโควิด-19 มันง่ายต่อการระบาด หรือ อาจจะเชื่อว่ามันระบาดง่าย แต่ก็ไม่เชื่อว่ามันจะส่งผลรุนแรง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีนักเทนนิสหลายคนติดโควิด-19 ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นเพื่อนรักและคนที่ไว้ใจในตัวเขาอย่าง บอร์นา คอริช คนที่มองเขาเป็นเหมือนต้นแบบ, “เบบี เฟ็ด” กรีกอร์ ดิมิตรอฟ เพื่อสนิทของเขา นักหวดมือ 1 ของโลกเองก็โดนโจมตีอย่างหนัก ซึ่งเขาเองก็รู้ตัวดีว่าเขาต้องรับผิดชอบเป็นส่วนใหญ่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเขาก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบใด ๆ พร้อมกับออกแถลงการณ์ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว

“ผมขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ทัวร์นาเมนต์ของเราทำให้เกิดอันตรายขึ้น” ยอโควิช ผู้ติดเชื่อโควิด-19 ชนิดที่ไม่แสดงอาการกล่าว “ทุกอย่างที่ฝ่ายจัดการแข่งขันและผมทำลงไปตลอดเดือนที่ผ่านมา เราทำมาจากหัวใจที่บริสุทธิ์ และ ความตั้งใจอย่างแน่วแน่

“เราเชื่อมั่นว่าทัวร์นาเมนต์ของเรามีการดูแลด้านความปลอดภัยของสุขภาพตามกำหนดทุกอย่าง และในภูมิภาคที่เราจัดการแข่งขัน ก็ดูเหมือนจะอยู่ในสภาพที่ดีและไม่น่าจะมีปัญหาถ้ามีผู้คนมารวมตัวกัน เพื่อเหตุผลด้านการกุศล

“เราคิดผิด และ มันยังเร็วเกินไป ผมไม่สามารถอธิบายได้มากกว่านี้ถึงความเสียใจที่เกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อทุกกรณี

“ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่เข้าชม อาเดรีย ทัวร์ หรือ เป็นคนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบของสนาม กรุณาเข้ารับการตรวจ และ พยายามรักษาระยะห่างทางสังคม สำหรับผู้ที่อยู่ใน เบลเกรด หรือ ซาดาร์ เราจะแบ่งปันทรัพยากรในการจัดการเกี่ยวกับสุขภาพของคุณในอนาคตอันใกล้อย่างเร็วที่สุด”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ ยอโควิช โดนวิพากษ์วิจารณ์หนักกว่าเดิมคือการที่มีภาพของเขาอยู่ในไนท์คลับขณะที่ทางการขอความร่วมมือในให้พยายามอยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเขาถูกมองว่า ‘ไม่ตระหนัก’ และ ‘ไม่เป็นตัวอย่างที่ดี’ แก่สังคมเข้าไปใหญ่

ไม่ใช่แค่ยอโควิชเท่านั้น ที่ติดไวรัสโรคระบาดไปแล้ว แต่ ภรรยาของเขาอย่าง เยเลนา ก็ติดเชื้อดังกล่าวด้วย โดยเขายืนยันว่า ทั้งคู่จะแยกกันกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน และจะไปทำการทดสอบเพื้อหาเชื้อซ้ำในทุก 5 วันด้วย ซึ่งยังโชคดีที่ลูก ๆ ของเขาไม่ได้ติดไวรัสชนิดนี้ด้วย

ยอโควิช คือผู้ที่มีส่วนร่วมกับ อาเดรีย ทัวร์ คนที่ 6 ที่ติดโควิด-19 โดยหลังจากการแข่งขันสองสนามที่ เบลเกรด และ ซาดาร์ มีผู้ติดเชื่อไล่ตั้งแต่ กรีกอร์ ดิมิตรอฟ, บอร์นา คอริช, วิคตอร์ ทรอยซกี้, มาร์โก ปานิชี ซึ่งเป็นโค้ชฟิตเนสของยอโควิช และ คริสเตียน กรอห์ โค้ชของ ดิมิตรอฟ

นี่คงเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับ ยอโควิช และมันอาจจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาคิดเห็นไปบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ แม้จะไม่มีใครเสียชีวิต แต่มันคือการเสี่ยงชีวิตของเพื่อนนักเทนนิสที่เขาสนิทสนมด้วยหลายคน แม้เขาอาจจะไม่เชื่อถึงความร้ายแรงของโรคนี้อย่างไร แต่ความเสียใจที่ทำให้เพื่อน ๆ ป่วยนั้นต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน

และมันจะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญด้วย…